นาร์เนีย นวนิยายสร้างคน
ชีวิตของเราต่างก็เริ่มจากวัยเด็ก ผมเอง อาจจะมีวัยเด็กที่แสนสวยไม่มาก แต่ก็มี หนังสือเล่มนี้ ที่อยู่ๆวันนี้ผมก็คิดถึงมัน หนังสือตำนานแห่งนาร์เนีย ทั้งหมด 7เล่ม นวนิยายนี้เขียนโดย ซี. เอส. ลิวอิส หากลอร์ดออฟเดอะริงส์คือนวนิยายแฟนตาซีของผู้ใหญ่ ตำนานแห่งนาร์เนียก็คือนวนิยายแฟนตาซีของเด็กๆอย่างแน่นอน โดยผสมผสานคติทางศาสนาคริสต์ได้ลงตัวสุดแยบยล ต่างจากนิทานชาดกซึ่งมักจะสรุปทุกสิ่งยัดเยียดต่อผู้อ่านและผู้ชมอย่างโจ่งแจ้ง
ในวัยเด็ก นิยายเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ติดหูของผม แม่ของผมอ่านให้ฟังเป็นประจำ แรงบันดาลใจที่แสดงเชิงสัญลักษณ์ โดยแสดงออกถึงความไร้เดียงสาของเด็กซึ่งถูกผู้ใหญ่ทอดทิ้ง ต้องการหลีกหนีโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายไปผจญภัยในดินแดนแห่งจินตนาการ และสื่อสารให้เห็น ความดี-ความชั่ว ผ่านตัวละคร,สรรพสัตว์ สุดท้ายพวกเด็กๆ ก็จะสับสนกับการตัดสินใจกลับสู่โลกปัจจุบันอันน่าเบื่อหน่าย หรือจะอยู่ต่อในดินแดนมหัศจรรย์ที่พวกเขากลายเป็นวีรบุรุษ 
ในวัยโตมา ผมแทบไม่ได้อ่าน แต่ก็พอได้ดู ตำนานนาร์เนีย ที่เขาเอามาทำภาพยนตร์ แต่มันก็ยังไม่เท่ากับ สิ่งที่เราอ่านในหน้าหนังสือ เรื่องราวของนาร์เนีย กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผมอาจสนใจในประวัติศาสตร์ เพราะลองคิดดูว่า นาร์เนียเป็นดินแดน ที่มียุคสมัยตั้งแต่ ยุคแม่มดขาว ยุคทอง ยุคมืด ยุคเทลมารีนรุกราน และ ยุคฟื้นฟู จนกระทั้งยุคล่มสลาย แน่นอน เมื่อผมลองย้อนอ่าน นวนิยายเรื่องนี้ ตอนจบของมัน มีเพียงคำตอบเดียว นั้นคือ ความตาย เพราะแน่นอนทุกคนต้องตาย มันน่าหดหู่สำหรับเด็กนะ ที่กลายเป็นว่า ตัวละครหลักของพวกเขา ต้องตาย และนั้นอาจทำให้ผมต้องตื่นจากความฝันของเด็ก ประจวบเหมาะกับปัญหาครอบครัว และ สถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบ ปัญหาสังคมมากมาย ถีบผมให้ออกจากการเป็นเด็กที่มีจินตนาการ สู่การเป็นคนแปลกแยกในสังคม ซึ่งความเป็นจริงแล้ว วัยเด็ก วัยโต ของผม มันก็ไม่ต่างอะไรกันที่ ผมก็เป็นคนแปลกแยกแตกต่างอยู่ดี และ ชีวิตผ่านการเป็น ตัวตลกของสังคมมามากมาย วันนี้ผมได้ลองอ่านนาร์เนียอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้ ทำให้ผมคิดถึงยุคเฟื่องฟูทางปัญญาของนาร์เนีย รัชสมัยของกษัตริย์ปีเตอร์มหาราช สมัยที่มีอารยธรรม แต่เมื่อยุคมืดมาครอง และแม้จะมีการฟื้นฟู แต่ยุคสมัยก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว มันสอนว่า ทุกอย่างไม่เคยอยู่กับที่ แม้แต่ประเทศ อาณาจักร ผู้นำ แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ ความไร้เดียงสาของเด็กๆ แห่งตระกูลพีเวนซี่ ที่กลายมาเป็น ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนาร์เนีย บางครั้ง เด็กคือผ้าขาวสำคัญมากๆ และ มนุษย์คงต้องรับผิดชอบที่ผ้าขาวเหล่านั้นเปลี่ยนสี เราอาจจะมองวัยเด็กของเราว่าไร้สาระ แต่ผมมองต่างกัน ผมมองว่า ไม่มีวัยเด็ก เราก็ไม่มีวันนี้ แม้วัยเด็กนั้นจะน่าอับอายแค่ไหน มันก็คือ สิ่งที่สร้างคน เหมือน นวนิยายเล่มนี้ที่สร้างผม 
SHARE

Comments

Tipchomchan
2 months ago
ชอบๆค่ะ วันเด็กเล็กๆนี้สำคัญมากจริงๆค่ะ เพราะสีที่เติมลงไปจะไม่มีวันลบออกได้เลย ^^ ...
Reply