สิ้นเดือนสิงหาที่ผ่านมา

: มึงแน่ใจนะว่าจะไปร้านนั้น
: เออ แน่ใจ

บทสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ตกับเพื่อนสมัยมัธยมที่กำลังนัดเจอกันที่บาร์แห่งหนึ่ง

ช่วงหลัง ๆ รู้สึกได้ว่ามันไม่ค่อยโอเค จากทั้งในสตอรี่ไอจี สเตตัสต่าง ๆ และการที่ทักมาอยากไปกินเบียร์ด้วยนี่ยิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ เพราะปกติจะเป็นคนไม่ดื่มไม่เที่ยว ส่วนมากจะเน้นของหวานและแซลมอนมากกว่า เรื่องนี้มันมีพิรุธสุด ๆ

และทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อพูดถึงสถานที่ ‘ชื่อร้านมันคุ้น ๆ แฮะ’ เราย้อนแชทที่เคยคุยกันเมื่อสามสี่เดือนก่อนก็พอจะเข้าใจ

: ร้านนักร้องคนนั้นอะนะ
: ใช่

ต้องมีอะไรแน่ ๆ ไม่งั้นคงไปกับเขาสองคน ได้นั่งที่ประจำข้างเวทีไปแล้ว

: ถ้ามึงอยากไปก็เอาดิ

เรานัดกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนที่จะไปนั่งชิลที่ร้าน ไม่มีแผนเมาใด ๆ เพราะต้องไปแบบคีพลุคสุด ๆ การมาเจอเราอาจจะเป็นจุดประสงค์รองของเพื่อน จุดประสงค์หลักน่าจะมาเป็นการเจอใครบางคนมากกว่า

“ถ้ารู้ว่าเจอมึงง่ายขนาดนี้กูนัดมึงตั้งนานละ”

คำทักทายแรกหลังจากไม่ได้เจอหน้ากันร่วมสี่ปี เมื่อก่อนการนัดกันมันยากเย็นซะเหลือเกิน แต่ในตอนนี้เรากลับนัดกันโดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วันก่อนจะได้เจอกันภายในเดือนสิงหา เราไม่อยากนัดล่วงหน้านานเพราะต้องล่มแน่ ๆ รู้ตัวอีกทีก็เจอเพื่อนนั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว

“ไหน เล่ามา”

เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของคนสามคนถูกเล่าให้เราฟังและลงดีเทลอย่างละเอียด ดีที่เพื่อนเริ่มโอเคแล้วเพราะถ้าร้องไห้ขึ้นมาก็ไม่รู้จะปลอบยังไง

หลังจากกินข้าวเย็นและพูดคุยกันพอสมควรก็เดินทางไปยังร้านที่เป็นไฮไลท์ของวันนี้ เราเป็นลูกค้ากลุ่มแรก ๆ แต่เพราะว่ามากันสองคนเลยทำให้ได้ที่นั่งห่างจากเวทีประมาณนึงแต่ก็เป็นมุมที่เห็นชัดอยู่

เราพูดคุยและถามไถ่ถึงเรื่องราวชีวิตของอีกฝ่ายท่ามกลางเสียงบทเพลงที่ถูกขับร้องและบรรยากาศสลัว ๆ สี่ปีที่ผ่านมาเป็นไงบ้าง เรื่องรัก เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องครอบครัว เรามีเรื่องมากมายผลัดกันเล่าให้ฟัง จนกระทั่งใกล้ถึงเวลา วงดนตรีวงที่สองมานั่งรออยู่หน้าร้าน 

“นั่นไงมึง คนเสื้อขาวอะ”

เพื่อนมองเขาคนนั้นที่นั่งรอเวลาอยู่กับเพื่อนนักดนตรีที่หน้าร้านผ่านแววตาคนคุ้นเคย แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสถานะอะไรแล้วก็ไม่รู้

“เขาน่ารักดีนะ”
“น่ารักแต่เหี้ย มึงไหวหรอ”
“มึงโอเคปะเนี่ย”
“โอเค”
“แล้ววันนี้มาทำไมวะ”
“ไม่รู้ว่ะ กูแค่อยากเจอ แต่ก็ลุ้นอยู่ว่าเขาจะพาใครมาด้วยไหม”

วงแรกเก็บของลงจากเวที วงที่สองขึ้นเซตอัพเตรียมร้องเพลง


พร้อมเดินจากไป พร้อมแล้ว
เตรียมใจเอาไว้ก่อนแล้ว แค่ยังทนไม่ไหว


“มีเสน่ห์จังวะ”
“เพราะงี้ไง กูถึงเป็นแบบนี้”


เขาเป็นคนที่โคตรมีเสน่ห์เลยว่ะ คนเราจะสามารถเท่และน่ารักพร้อมกันได้ยังไงวะ


เธออยู่ตรงนี้ อยู่กับฉัน ที่ได้มีแค่เราสองคน
แต่ต่อจากนี้ 
คงทำได้เพียงแค่ภาวนา ภาวนาไปก่อน
ก็รู้ดีว่าฝืนไปคงเท่านั้น เพราะว่าความเป็นจริงไม่ใช่ความฝัน


“เจ็บปะ ฟังเพลงนี้ จากคนนี้”
“เสี้ยมเก่งนะมึงอะ”

อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะไม่พูดจาแซะมัน ก็มาร้านเหล้าไม่ให้เจอเพลงอกหักได้ไงวะ ละเสือกมาร้านที่นักร้องเป็นคนคุยเก่าอีก ไม่เศร้าก็ให้มันรู้ไป

“เขารู้ปะว่ามึงมา”
“ไม่ ไม่ได้คุยกันแล้ว อันฟอลกันแล้ว”
“จะเข้าไปทักปะ”
“ไม่อะ แค่อยากรู้ว่าเขาจะพาคนนั้นมาไหม”
“ก็นี่ไง เขาไม่ได้พาใครมา เข้าไปทักดิ”
“ไม่เอา”

บทเพลงเศร้าถูกบรรเลงอย่างต่อเนื่องยิ่งทวีคูณความรู้สึกในใจของเพื่อนคนนี้ ภาพคืนวันเก่า ๆ ช่วงเวลาดี ๆ มันคงวนเวียนอยู่ในหัว ช่วงเวลาที่ดีก็ดีเหลือเกิน ช่วงเวลาที่แย่ก็เหมือนไม่เคยมีวันดี ๆ ซะงั้น ใจนึงก็คงอยากเจออยากพูดคุย อีกใจนึงก็คิดว่าจะเจอทำไมวะ แต่ก็มาถึงตรงนี้แล้วนะ

“มึงมีปากกาปะ”
“มี”

เรายื่นปากกามาร์คเกอร์สีดำให้เพื่อน พร้อมกระดาษที่พอหาได้เพื่อให้เพื่อนเขียนชื่อเพลงให้ใครคนนั้นร้องให้ฟัง

ขอเพลง เพื่อให้เขาร้องให้ตัวเขาเองฟัง

“มึงไหวนะ”
“เออ กูไหว ถามจังเลย เดี๋ยวกูก็ไม่ไหวหรอก”

สิ้นสุดเพลงที่กำลังเล่นอยู่เพื่อนลุกขึ้นและเดินไปที่เวทีเพื่อยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ แผ่นนึงให้กับคนที่นั่งอยู่หน้าไมค์ ผู้เป็นนักร้องถูกเซอไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัว ยื่นมือมารับกระดาษจากคนที่ตัวเองรู้ดีว่าเป็นใคร ระหว่างนั้นมีการพูดคุยอะไรซักอย่างแต่อีกฝ่ายดึงมือออกก่อนและเดินตรงกลับมาที่โต๊ะ

นักร้องมองตามคนที่กำลังเดินหันหลังให้เขา คงเพราะอยากรู้ว่าโต๊ะของเขาอยู่ที่ไหนและมากับใคร

เมื่อเพื่อนเดินมาถึงเราเอ่ยแซวออกไปตามประสา เพื่อเรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ ก่อนที่มันจะเศร้าไปมากกว่านี้ เราหันไปมองคนที่อยู่บนเวทีกำลังก้มอ่านคำคำนึงที่ถูกเขียนลงไปในกระดาษ



เ ม ษ า



วันนี้ที่ไม่ได้พบเจอกัน
เธอคิดถึงฉันบ้างไหม
หรือเธอจะมีใครมอง จะมีใครแคร์
มีคนมาแทนที่ฉัน


“ตอนนั้นมันดีมากจริง ๆ นะ”

เพื่อนพูดขึ้นโดยที่สายตาจับจ้องไปยังคนที่ร้องเพลงอยู่บนเวที เราหันไปมองมันแล้วเบะปาก มันยิ้มเจื่อน ๆ ด้วยความคิดถึงและเสียดาย

“เพลงนี้เขาก็เคยเล่นให้กูฟัง”


แต่เธอจะคิดยังไงก็ไม่เป็นไร
แค่ขอให้รู้เอาไว้
ความจริงมันเป็นเช่นไร
แต่เรายังรักกันอยู่ในฝันของฉันอยู่เลย


ด้วยเนื้อเพลง บรรยากาศ เสียงร้อง คนร้องและไอเพื่อนคนนี้ ทุกอย่างรวมกันทำให้เพลงนี้มันเศร้ากว่าที่เราเคยได้ฟังที่อื่น

ถ้าจะมีใครอินกับเพลงในร้านตอนนี้มากที่สุดก็คงจะเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างเรานี่แหละ 

ดนตรีเฟดลงเพราะเพลงกำลังจะจบ นักร้องพูดส่งท้ายถึงเพลงที่เพิ่งร้องไป

“ที่จบไปชื่อเพลงเมษา
ถึงแม้ตอนนี้สิงหาแล้ว
แต่ก็คิดถึงเหมือนกันนะ”

เอาว่ะไอนักร้องคนนี้
เพลงจบ แต่ความรู้สึกไม่จบไง

หลังจากนั่งรอให้อารมณ์ลงซักพักเราชวนเพื่อนออกจากร้านก่อนที่จุดมุ่งหมายของการมาครั้งนี้จะเปลี่ยนไป หลังจากนั้นเราเดินคุยกันเรื่อยเปื่อยก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พักของตัวเอง

วันนี้เราเห็นความคิดถึงของคนคนนึง(หรืออาจจะสองคน) เป็นความคิดถึงปนความเสียดาย

ก็คนทั้งคน จะลืมได้ยังไงวะ

เราไม่มีทางลืมคนที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตได้หรอก อย่าพยายามเลย เราแค่ต้องทำความเข้าใจว่าบริบทมันเปลี่ยน

“คิดถึงได้ แต่อย่ากลับไป”

รู้หมดแล้วว่านิสัยเขาเป็นยังไง รู้หมดแล้วว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง รู้หมดแล้วว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก รู้แล้วจะกลับไปเจอแบบเดิมทำไม



/
วันนั้นมึงเก่งมาก เอาจริงก็กลัวมึงร้องไห้นะ ถ้ามึงร้องกูคงเรียกโต๊ะข้าง ๆ มาช่วยปลอบ แต่ดีแล้วที่มันไม่เกิดขึ้น ไอนักร้องคนนั้นมันน่ารักก็จริง แต่อย่าไปหลงกลมันอีกเลย แค่วันนั้นก็รู้แล้วว่าเสน่ห์เขาเหลือล้นขนาดไหน

กูกับมึงไว้เจอกันใหม่ เจอกันร้านอื่นที่มึงไม่รู้จักนักร้อง เจอกันตอนที่มึงไม่มีเรื่องทุกข์ใจอะไรแล้ว เจอกันแบบที่พร้อมเมาให้สุด

เก่งมากเพื่อนกู
ดีใจที่ได้เจอ
/



(จบ.)

รูปปก: ร้านนั้น คืนนั้น


SHARE
Writer
wishmehappy
|||||||| 80% druker
มนุษย์ที่กำลังเคว้งคว้าง และปรารถนาที่จะค้นพบความสุขของตัวเอง —

Comments

thereyougo
8 days ago
เศร้านะ แต่โรแมนติกอ่ะ

Reply