Bored...
บางทีก็เบื่อที่ต้องมาคอยรับโทรศัพท์จากสายที่ไม่อยากรับ

ไม่รู่ว่านานขนาดไหนแล้ว แต่เราเบื่อการที่เวลามีอะไรนิดหน่อยแล้วต้องโทรหาตลอด

เบื่อที่ต้องรับโทรศัพท์เพื่อฟังเสียงโวยวายจากปลายสาย

เบื่อที่ต้องทนฟังในสิ่งที่ไม่อยากฟัง

ทำไมคนเราถึงได้สงสัยอะไรมากมายขนาดนี้นะ? 

คำถามนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
มันดังถี่จนรู้สึกน่ารำคาญ
เพราะว่าพอรับแล้วสิ่งที่ได้ฟังกลับเป็นเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไร

เราไม่ชอบการคุยโทรศัพท์นานๆ ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเวลามีคนโทรเข้าจะดูน่าหงุดหงิดไปหมด
และมักจะมีคำถามขึ้นในใจเสมอว่า... 

"ทำไมตอนเจอหน้ากันแล้วไม่พูด?"

อะไรที่ทำให้เราเป็นแบบนี้นะ? 
มันเกิดขึ้นตอนไหนกัน
ตอนนี้ถ้าไม่ได้คุยกันแบบเห็นหน้า เราก็แทบไม่อยากจะเข้าไปตอบอะไรในเฟซหรือไลน์เลย
เราคิดว่าตัวเองไม่สามารถสื่อสารผ่านทางตัวอักษรได้ดีเท่าที่ควร
ตัวอักษรที่เราพิมพ์ออกมาอาจจะแฝงไปด้วยอะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจ เขาอาจตีความความหมายของเราผิดไป แถมแค่ตัวอักษรเพรียวๆก็ดูห้วนเกินไปในความคิดของเรา
หลายครั้งที่เรามักจะใช้สติกเกอร์แทนคำพูดหรือความรู้สึกในตอนนั้น แต่มันก็สื่อไปไม่ถึงคนรับสารจากเราอยู่ดี


  อยากจะเอาตัวเองกลับไปอยู่แบบเมื่อตอนก่่อน
  ตอนที่โทรศัพท์ไม่ได้พัฒนาได้ก้าวไกลจนเกิน.                      ความจำเป็นขนาดนี้
       อยากใช้เวลาอยู่กับผู้คนให้มากกว่าเดิม
             อยู่กับงานอดิเรกง่ายๆ เช่น
             อ่านหนังสือ นอนฟังเพลง 
     วาดรูปเล่น หรือการเขียนจดหมายหากัน


ตอนนี้เรารับรู้แล้วว่าอะไรที่รวดเร็วเกินไปก็ไม่ได้ดีเสมอไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสื่อสารระหว่างกัน
บางทีการได้เฝ้ารอก็เป็นสิ่งที่มีค่ามากจนนึกไม่ถึง
และมันทำให้เรามีความสุขกับสิ่งนั้นมากกว่าที่คิด

ความเร็วของอินเตอร์เน็ตสำหรับเราในตอนนี้
ขอเอาไว้ใช้ในการหาข้อมูลหรือทำงานก็พอ

ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก.... 
บางครั้งแม้จะไม่ได้พูดอะไร เราอาจจะเข้าใจเขามากกว่าการพิมพ์หากันเป็นสิบประโยคก็ได้ แค่มองหน้ากันก็มีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมดในโลกนี้การได้เก็บเกี่ยวภาพตรงหน้าผ่านสายตาของตัวเองไม่ใช่หน้าจอโทรศัพท์ มันมีมูลค่ามากกว่าราคาของโทรศัพท์ในมือเราอีก
:| 
SHARE
Written in this book
Maze

Comments