บันทึกที่จริง
เสียงแคร็กๆ ของเสียงหัวเข็มวิ่งไปชนลาเบลของแผ่นเสียง ทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ผมลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ ขยับตัวเพื่อไปจัดการกับเสียงเจ้าปัญหาน่ารำคาญนั้น การฟังแผ่นเสียงมันก็น่าเบื่อตอนเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนแผ่นนี้แหละ จะให้ใช้เทรินเทเบิ้ลระบบออโต้เมติก มันก็ได้แหละ แต่มันคงไม่ได้อารมณ์สักเท่าไร

ผมหยิบ แผ่น Stan Getz กับ João Gilberto หนึ่งในแผ่นโปรดวางลงไปอีกครั้ง บรรจงวางหัวเข็ม บนแทร็คแรก เสียงแซคลอยมากระทบหูกับเคล้าเสียงกีตาร์จังหวะบอสซ่าที่คุ้นเคย เดินกลับมาที่โซฟาเอนกายหลับตาพร้อมที่จะเสพความสุขจากเสียงที่พุ่งผ่านลำโพงรุ่นพ่อที่สรรหามาใช้ ขณะนั้นผมพบเพียงความว่างเปล่า เธอของผมหายไป ผมพบเธอครั้งแรก จากนิทรรศการศิลปะงานหนึ่ง เธอเดินเข้ามาพร้อมทำลายทฤษฎีสาวหมวยของผมจนหมด จากใบหน้าที่คมกับริมฝีปากได้รูป และผิวแทนของเธอ ทำให้ผมลืมดูงานบนผนัง หันมาสนใจ งานศิลปะที่หายใจได้แทน โชคดีเป็นของผมเมื่อจบงาน คนที่มาดูนิทรรศการพากันไปปาร์ตี้กันเป็นกลุ่มใหญ่ เธอคือหนึ่งในนั้น ผมดื่มอย่างสนุกสนานตามประสา ดื่มจนลืมความเขินอาย ดื่มจนกล้าเข้าไปคุยกับเธอ เราคุยกันถูกคอประมาณหนึ่ง ก่อนจากผมเดินไปบอกเธอด้วยประโยคบางประโยค ที่เธอถึงกับอมยิ้มเบาๆ ที่มุมปาก และเราก็จากกัน

เช้าวันต่อมาช่างเป็นเช้าที่แห้งผาด จากอิทธิฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เมื่อคืน สมองพยายามคิดทบทวนว่าผมพูดอะไรเป็นคำสุดท้ายก่อนจากกัน ซึ่งผมจำมันไม่ได้พร้อมสบถในใจ เอาอีกแล้ว เรื่องมันคงจะจบแค่เช้าวันนั้น ถ้าช่องแมสเสจใน Facebook ไม่ดังขึ้น ในอีกสักเดือนถัดมา ว่าใช่ผมรึเปล่า และใช่มันคือแมสเสจจากเธอ

เสียงแคร็ก ๆ ปลุกผมตื่นจากภวังค์อีกครั้ง เสียงน่ารำคาญนั้นยังดังต่อไปตามหน้าที่ของมัน ยิ้มเบาเบาที่มุมปาก และบอกตัวเองว่ามันผ่านไปแล้ว
SHARE

Comments