ฉันเป็นใคร(2) Chaeyeon × Sakura
"คุณสายชลเชิญพบหมอที่ห้อง2ค่ะ" พยาบาลเรียกเมื่อถึงคิวที่ต้องเข้าตรวจ

"อาการที่ดวงตาคุณแพ้แสงหมอยังไม่แน่ใจนักว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่เพราะศีรษะของคุณมีบาดแผลจากการถูกของแข็งฟาดอย่างแรงซึ่งมีผลต่อความจำที่หายไปด้วย" หมออธิบายหลังจากทำการวินิจฉัย

"แล้วความจำที่หายไปจะกลับมาได้มั้ยค่ะ" สายชลอยากจะรู้

"ถ้าอยู่กับบรรยากาศที่คุ้นเคยหรือมีการบอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตหมอก็คิดว่ามีโอกาสแต่ใช้เวลานานเท่าไหร่นี่หมอไม่สามารถบอกได้" สายชลมีสีหน้ากังวลอย่าเห็นได้ชัด

"พี่ชลหวานจะช่วยพี่เอง พี่ต้องจำทุกอย่างได้เชื่อหนูซิ" ความสดใสและกำลังใจของหวานทำให้สายชลมีแรงสู้อีกครั้ง

"ขอบคุณมากนะคะ" สายชลยกมือไหว้บอกลา

"หมอลืมบอก ในตอนกลางวันที่คุณออกไปข้างนอกยังไงก็หาแว่นกันแดดใส่เพื่อถนอมสายตาด้วย เพราะรูม่านตาคุณขยายกว่าคนปกติ แล้วครั้งหน้ามาพบหมออีกครั้งเพื่อติดตามอาการ"

"ค่ารักษาแพงมากเลย ครั้งหน้าพี่ว่าไม่ต้องมาแล้ว" เห็นใบเสร็จค่ารักษาสายชลถึงกับถอนหายใจแรง

"หวานพาพี่มาหวาน พี่จะได้รู้ไงว่าเป็นอะไร อีกอย่างเรื่องค่ารักษาพี่ไม่ต้องกังวลนะ" เพราะเป็นเรื่องของพี่หวานเต็มใจ

"ไว้ถ้าพี่หางานทำได้ พี่จะเอาเงินมาคืนนะ"

"เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลยพี่ ตอนนี้หวานหิวละเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า" หวานดึงมือสายชลให้เดินตาม


"ขอโทษค่ะ" เพราะเดินไม่ทันระวังจึงไปชนคนอื่น

"เธอ" 

"สารวัตรกุล" สายชลเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว

"คุณสายชลเป็นอะไรค่ะ" เป็นผู้กองอันที่เอ่ยปากถามเพราะเมื่อวานเห็นว่าสายชลไม่มีอาการบาดเจ็บแค่เป็นแผลเล็กๆที่มุมปากเท่านั้น

"มาให้หมอดูเรื่องตาแล้วก็ความทรงจำที่หายไปนะคะ" ถึงจะตอบผู้กองอันแต่ไม่ละสายตาการมองจากสารวัตรเลย

"หมอว่าไงค่ะ ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย" ผู้กองอันยังคงสอบถามอย่างเป็นห่วง

"เรื่องดวงตาหมอยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ความทรงจำเกิดจากโดนของแข็งกระแทกที่ศีรษะอย่างแรง ครั้งหน้าหมอก็นัดมาตรวจอีกค่ะ" สายชลอธิบายอาการอย่างละเอียด

"หวังว่าคุณสายชลอาการจะดีขึ้นนะคะ" ผู้กองส่งสายตาห่วงใยไปให้สายชล

"คุยกันเสร็จแล้วก็รีบไป ไงขอตัวก่อนนะคะ" สารวัตรกุลเห็นว่าบทสนทนาดูท่าจะยืดเยื้อเลยตัดพูดตัดบท

"หวังว่าเราจะได้พบกันโดยบังเอิญอีก" สายชลส่งยิ้มกว้างให้สารวัตรกุล

"ครั้งสุดท้ายพอ" สารวัตรกุลแยกเคี้ยวใส่

ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า 'น่ารัก'
"ว่าไงครับคนเก่งวันนี้ดื้อกับคุณหมอรึเปล่า" เด็กชายตัวเล็กอายุราวห้าขวบส่งยิ้มกว้างให้สองสาวที่เดินเข้าห้องมา

"พี่กุลพี่อันทำไมมาช้าจังครับ ผมรอตั้งนานแหนะ" เด็กชายตัวเล็กต่อว่า

"พี่มาถึงตั้งนานแล้วแอบดูเราอยู่หน้าห้องต่างหาก ว่าทำตัวน่ารักรึเปล่า" อันเข้าไปลูบศีรษะของเด็กน้อยแล้วอุ้มตัวลอย

"ผมไม่ได้ดื้อนะ ถามพี่พยาบาลคนสวยได้เลย" เด็กน้อยเถียงเสียงดังแต่น่าเอ็นดูจนอันทนไม่ได้จับมาฟัดหอมแก้ม

"พี่กุลช่วยผมด้วยพี่อันแกล้งผม" เด็กชายอ้อนขอความช่วยเหลือ

"พอเลยเรา" กุลใช้มือฟาดที่หัวไหล่อันแล้วเข้าไปอุ้มวินมานั่งบนเตียงเหมือนเดิม

"ห้ามแกล้งน้อง" กุลหันไปดุอันที่ทำหน้าหมั่นไส้ในความขอความเห็นใจของวิน "พี่จะไปพบคุณหมอ"

"ตอนนี้เด็กสดใสร่าเริงมากครับ หมอเลยอยากให้แกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนในอนาคตถ้าแกอยากรู้เรื่องพ่อแม่ของแก หมอคิดว่ายังไม่สายที่จะบอก" 

"ขอบคุณมากนะคะ แล้วน้องจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน" กุลตัดสินใจในทันทีว่าจะรับเด็กคนนี้ไปอุปการะ

"ไม่เกิน2วันนี้ครับหมอขอดูสภาพจิตใจเด็กอีกที" 


"พี่ชลพรุ่งนี้หวานไปทำงานพี่ต้องอยู่ที่บ้านคนเดียวนะ" เป็นห่วงจึงจะจัดเตรียมอาหารปรุงสำเร็จใส่ไว้ในตู้เย็น

"หวานทำงานอะไร พี่ขอไปทำด้วยได้รึเปล่า อยู่บ้านแบบนี้พี่เบื่อแย่" 

"พรุ่งนี้พี่อยู่บ้านก่อน แล้วพรุ่งนี้หวานจะลองไปถามหัวหน้าให้ว่าพอมีตำแหน่งไหนว่างบ้าง" ถ้าเอาพี่สายชลไปทำงานด้วยเธอก็ได้ห่วงน้อยลง

"ขอบคุณนะหวาน" 

"ไม่เป็นไหร่นะพี่ชล ค่อยๆปรับตัว ตอนนี้แค่พี่ชลกลับมาหวานก็ดีใจที่สุด" เธอจะได้มีพี่ไว้คุยคลายเหงา เป็นที่พึ่ง ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียว

"เล่าเรื่องของพี่ให้ฟังหน่อยซิ" 

หวานเริ่มเล่าตั้งแต่เธอย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ได้รู้จักพ่อของพี่สายชลและสายชล ตอนมาอยู่ที่นี่แรกๆเธอเหงาก็ได้สายชลเป็นเพื่อนเล่น พาไปโรงเรียน แถมทำให้เธอได้คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ๆ จนกระทั้งพ่อของสายชลเกิดเรื่อง "พ่อพี่โดนคนพวกนั้นทำร้ายหรอ"

"ใช่ค่ะ พวกมันกลัวพ่อพี่ไปแจ้งตำรวจเลยตามมาทำร้าย" จนในที่สุดพอพี่ทนไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

"แล้วตอนนั้นพี่อยู่ที่ไหนหรอ" ถ้าเธออยู่กับพ่อคงจะช่วยอะไรพ่อได้บ้าง

"พี่อยู่ที่โรงเรียน" ตอนนั้นจำได้ว่าพ่อหวานไปรับพี่ที่โรงเรียนพาไปที่โรงพยาบาลพ่อพี่เข้าไปกอดพ่อ พ่อพี่ก็สิ้นลมหายใจ

"หลังจากพ่อพี่เสียยังไม่ทันถึงวันเผาพี่ก็หายตัวออกจากบ้านไป หวานกับพ่อช่วยกันตามหาพี่แต่ก็ไม่พบ" จึงไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจผ่านมา6ปีจนได้มาพบพี่นี่แหละ "หลังจากนั้นพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรอ"

"จำไม่ได้ แต่พี่มีหยกที่ห้อยคอไว้ มันเป็นของพ่อพี่รึเปล่า" สายชลถอดมาให้หวานดูเพื่อจะคุ้นเคย

"ไม่นะคะ หวานไม่เคยเห็นหยกชิ้นนี้" สายชลไม่เคยมีเครื่องประดับติดตัว

"ของที่ติดตัวพี่มาก็คงมีเพียงหยกชิ้นนี้กับรอยสัก" ซึ่งหวานก็ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน

"คุณหมอแล้วไงว่าต้องใช้เวลา พี่อยู่ที่นี่ให้สบายเถอะนะ" หวานก็จะคอยเล่าพาพี่ไปยังสถานที่ต่างๆเอง

"พี่ใจร้อนไป" อยากจะรู้ว่าที่ผ่านเราเป็นใคร แล้วก่อนหน้านี้เราเคยทำอะไรมาบ้างในช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ที่นี่

"ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะพี่ชล วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว"
"พี่กุลสายรายงานมาว่าจะมีการติดต่อซื้อขายยาเสพติดลอตใหม่ในสัปดาห์หน้า" ผู้กองอันเข้ามารายงานอย่างรีบร้อน

"ที่ไหน"

"โรงแรมรูบี้ สายรายงานมาอีกว่า ผู้ที่จะมาเจรจาครั้งนี้น่าจะเป็นคนที่ใช้นามในวงการค้ายาว่า 'ฮอส' ที่ทางการหลายประเทศแถบนี้กำลังตามหาตัว" อันยังคงรายงานตามข้อมูลที่ได้จากสายสืบ

"ครั้งนี้เราคงได้หลักฐานรวบตัวคุณทับทิมซักที" กุลตามเรื่องนี้มานานแต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดเสียที

"ไม่ใช่แต่เราต้องได้รวบตัวทั้งคู่" ทั้งคุณทับทิมแล้วก็ผู้ค้ายาฮอส

"แล้วเรื่องที่พี่ให้ไปจัดการเป็นไง" 

"ผู้ต้องหายินดีที่จะให้เราดูแลลูกเขา อันเอารูปน้องวินให้เขาดูด้วย แต่เรื่องของผู้บ่งการเขาก็ยังปิดปากเงียบไม่ยอมให้ข้อมูล" ยอมใจในความภัคดีต่อเจ้านายเหลือเกิน

"งั้นเรื่องรอยสักก็ไม่ยอมพูดอะไรใช่มั้ย" ถ้ายอมพูดก็พอจะหาจุดเชื่อมโยงเรื่องรอยสักที่เหมือนกันได้

"ไม่ยอมพูดอะไรเลยพี่" ปิดปากสนิท

"ช่างมันเถอะ เอาเรื่องการเจรจาค้ายาสัปดาห์ก่อน ไงพรุ่งนี้เรียกว่านกับพิมมาพบพี่ด้วย ได้วางแผนกัน" กุลว่าพร้อมกับลุกออกจากห้อง

"พี่จะกลับบ้านแล้วหรอ" อันหันไปถามอย่างแปลกใจ

"ใช่ มีอะไรพูดกับพี่อีกงั้นหรอ" ก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองถึงเวลาเลิกงานแล้ว

"เปล่าๆ" ปกติกลับบ้านเวลานี้ซะที่ไหนอยู่จนดึกดื่น จนแม่พี่กุลต้องโทรศัพท์ติดต่อเธอให้ตามพี่กุลกลับบ้านอยู่เสมอ

"เจอกันพรุ่งนี้อย่าลืมที่พี่สั่งละ" 

"แม่กุลกลับมาแล้วค่ะ มีอะไรกินเอ่ย" กุลวิ่งเข้าไปกอดแม่จากทางด้านหลังขณะกำลังจัดโต๊ะอาหาร

"ไปล้างมือก่อนเลย แล้วไปเรียกพ่อเรามาทานข้าวด้วย อยู่ที่ห้องทำงานนะ" กุลหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนนะเดินไปล้างมือ

"พ่อค่ะแม่ให้มาตามไปทานข้าวค่ะ" ผู้ชายอายุวัยห้าสิบปลายๆเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ลูกสาว ก่อนจะเดินเข้าไปกอดคอไปที่โต๊ะอาหารด้วยกัน

"แล้วเจ้าอันละวันนี้ไม่มาด้วยหรอ" เพราะปกติสองคู่หูจะตัวติดกันตลอด

"กุลก็ไม่ได้ถามด้วยซิ แม่โทรมากุลก็รีบออกมาเลย" เดี๋ยวค่อยโทรไปถามหลังทานข้าวเสร็จ

"แล้วเรื่องแก๊งลักเด็กเป็นยังไงบ้าง" เพราะตำรวจรวบตัวได้ทั้งหมด

"ข่าวถึงหูท่านผู้กำกับไวจังเลยนะคะ ลูกน้องคุณพ่อเป็นใครบ้าง ขนาดกุลไม่ได้กลับบ้านเมื่อวานนะเนี่ย" รายงานวินาทีต่อวินาทีเลย

"คุณแม่เราต่างหากที่อยากรู้จนพ่อต้องโทรไปถาม เรานะเพลาๆบ้างความบ้าระห่ำ รู้ว่าทุ่มเทกับงานแต่ไม่ต้องเป็นแนวหน้าทุกเรื่อง" แม่เราจะเป็นลมวันละหลายรอบ

"คุณพ่อชักจะติดนิสัยคุณแม่ละนะ" ทั้งที่ตอนตัวเองปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นสายบู้ สายลุย 

"เดี๋ยวแม่จะหาว่าพ่อไม่เตือนเรา พ่อก็พูดดักไว้ก่อน" ว่าแล้วหัวเราะเสียงดัง

"กลัวคุณแม่นี่เอง ไม่ไหวเลยนะคะเนี่ย" ลูกสาวได้ทีเอ่ยแซว

"เราก็เหมือนกันเถอะ เวลาโดนแม่ว่าก็ทำหน้าเป็นแมวหงอยเชียว" ก็ใครจะไปกล้าเถียงคุณแม่ละ

หลังจากทานข้าวเสร็จกุลก็ขอตัวโทรศัพท์หาอัน "แกว่าไงนะ"

"ผู้ต้องหากัดลิ้นตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย" ผูกองอันที่อยู่ปลายสายพูดเพื่อยืนยันว่าที่กุลฟังไม่ผิด

"ทั้งที่วันนี้แกเพิ่งจะเอารูปน้องวินไปให้เขาดู" ทำไมถึงเป็นแบบนี้ กุลคิดทบทวนในหัวอย่างไม่เข้าใจ

"พี่วันนี้ผู้คุมบอกว่ามีญาติมาขอเยี่ยมผู้ต้องหาด้วย" อาจจะเป็นสาเหตุนี้รึเปล่าที่ทำให้ผู้ต้องหาฆ่าตัวตาย

"ก็ไม่แปลกนิในเมื่อวันนี้เป็นวันให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ แกคิดว่ามีอะไรน่าสงสัยหรอ" กุลถามเมื่ออันมีข้อโต้แย้ง

"อันขอเอากล้องวงจรปิดมาดู มีการเรียกชื่อผู้ต้องหาที่ต่างจากเดิม" แต่บางทีอันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้

"ยังไง" กุลสวนถามทันที

"เรียกว่านิลทั้งที่ผู้ต้องหาชื่อ ชัย" แล้วไปดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังก็เรียกว่าชัยตลอดไม่เคยเรียกว่านิลเลยซักครั้ง

"ชื่อเล่นรึเปล่า???"

"แล้วพอจะหาได้มั้ยว่าคนที่มาเยี่ยมเป็นใคร" เพื่อจะได้ตามตัวมาสอบถาม

"ตอนนี้ทราบชื่อแล้วกำลังให้ว่านกับพิมไปตามตัว" อันรายงานกุล

"แล้วมีอะไรอีกรึเปล่า" กุลถามย้ำอีกครั้งก่อนที่ตนจะวางสาย

"ไม่มีแล้วค่ะพรุ่งนี้เจอกัน"
นิล - รอยสัก 


SHARE
Written in this book
ฉันเป็นใคร

Comments