เรื่องของลูก
 “รับฟังเรื่องเล็กๆ เพื่อวันหนึ่งจะได้รับฟังเรื่องใหญ่ๆ จากลูก”
.
วันนี้ได้สอนเด็กน้อยวัย 3 ปีคนหนึ่ง เขาเป็นเด็กหัวไว และสอนง่ายคนหนึ่ง
ระหว่างอ่านหนังสือนิทานเรื่อง “City block” ซึ่งเป็นหนังสือที่ตัวละคนพาไปเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ในเมือง พอมาถึงหน้าที่ตัวละครพาไปชึ้นรถไฟไฟฟ้า...
เด็กน้อย “ครูเมพาไปขึ้นรถไฟหน่อยสิ อยากไป”
ครูเม “วันนี้หนูกลับไปขอคุณพ่อคุณแม่ดูนะ”
เด็กน้อย “ขอหลายรอบแล้ว แต่ไม่เห็นเคยไปสักทีเลย”
ครูเม “ลองขออีกรอบไหม เพราะคุณพ่อคุณแม่อาจจะลืมเนอะ”
เด็กน้อย “ไม่เอาแล้ว แม่ไม่เคยฟัง”
.
สำหรับเด็กน้อย ในวันที่เขาอายุเพียง 3 ขวบ เขาเรียนรู้แล้วว่า “เสียง” ของเขาได้รับการรับฟังหรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รับฟังด้วย “หู”​ แต่รับฟังเข้าไปถึง “ใจ” และตอบสนองเขาหรือเปล่า
ในเมื่อเสียงของเขาวันนี้ไม่ได้รับการได้ยิน แม้เขาจะให้โอกาสผู้ใหญ่หลายต่อหลายครั้งแล้ว เมื่อการตอบสนองยังเป็นศูนย์ เรียนรู้ที่จะยอมรับ และไม่พูดถึงมันกับผู้ใหญ่คนดังกล่าวอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย
.
ผู้ใหญ่มักคิดว่า “เด็กเล็กๆ ลืมง่าย” นั่นไม่จริงเลย ในทางตรงกันข้าม พวกเขาจำมันแม่นกว่าผู้ใหญ่อย่างเราเสียอีก
.
อย่า “สัญญา” อะไรกับลูกของเรา หากเราทำมันไม่ได้จริง เพราะเขาจำมันได้
อย่า “ฟัง” แค่เพียงผ่านๆ หากเราต้องการให้ลูกบอกอะไรที่สำคัญกับเราอีก เพราะเขารับรู้ได้ว่าเราตั้งใจฟังเขาอยู่ไหม
อย่า “ฟัง” แค่หู แต่ไม่รับรู้ด้วยใจ และตอบสนอง เพราะลูกเราจะไม่มาหาเรา บอกเรา และเขาอาจจะไม่ต้องการเราในวันที่เขาประสบปัญหา หรือ ต้องการความช่วยเหลือ เขาจะไปหาคนอื่นที่รับฟังเขา
อย่า “คิด” ว่าเรื่องที่ลูกบอกเป็น “เรื่องเล็กๆ” เพราะสำหรับลูก เรื่องนั้นยิ่งใหญ่สำหรับเขาเสมอ
.
ฟังเขาเถอะ ไม่ว่าจะเรื่องที่ดูไร้สาระสำหรับเรา เช่น
“แม่ๆ วันนี้หนูได้กินไอศครีมรสนี้ด้วย”
“พ่อๆ วันนี้ผมเล่นเกมชนะเพื่อนนะ”
ตอบสนองเขาเถอะ ถ้าสิ่งนั้นเหมาะสมกับวัย ไม่เหนือบ่ากว่าแรงของเรา เช่น
“แม่ๆ อยากลองนั่งรถตุ๊กๆ”
“พ่อๆ ไปเล่นบอร์ดเกมกันนะครับ"
.
ถ้าเรารับฟังเรื่องเล็กๆ ของลูกในวัยเยาว์ เขาจะบอกเราในเรื่องใหญ่ๆ ในตอนโต
.
บันทึกรายทาง
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
SHARE
Writer
Psychol
reader student writer
introvert เป็นบางวัน เหงาเป็นบางที อินดี้เป็นบ้างครั้ง งี่เง่าเป็นบางที สาระไม่ค่อยมี ผิดมั่งเป็นบางที แต่มีดีโดยรวมๆ

Comments