It was raining l บันทึกฝนตก
ท้องฟ้าเริ่มอึมครึม อากาศที่แสนอบอ้าวจนแทบจะหายใจไม่ออก ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกเก่าๆที่จวนจะหักในร้านส้มตำข้างทาง ร้านเป็นเหมือนเพิงหมาแหงนเล็กๆ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีแม้แต่กระทั่งพัดลมที่สามารถจะมาช่วยระบายอากาศที่อบอ้าวได้ เหงื่อเริ่มผุดออกมาจากผิวหนังของฉัน รักแร้เริ่มเปียกและอาจจะส่งกลิ่นเหม็นในไม่ช้า ฉันนั่งไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ค้นดูรูปเก่าๆบน Facebook

เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ฉันมักจดบันทึกเรื่องราวความรู้สึกต่างๆลงไปในนั้นพร้อมโพสรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว เรียกง่ายๆว่า เขียนแคปชั่นเป็นเรียงความ เพื่อนของฉันหลายๆคนคิดว่าฉันชอบเวิ้นเว้อไร้สาระ เขียนอะไรของมึง อ่านยาก เข้าใจยาก แต่มันก็ใช่แหละ ภาษาที่ฉันใช้จดบันทึกลงบน Facebook ออกจะดู Abstract ไปหน่อย แต่มันมาจากใจของฉันที่ตั้งใจเขียนเลยนะ

ฉันนั่งไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดกับเรื่องราวที่ฉันบันทึกไว้ตอนหนึ่ง มันช่างเข้ากับบรรยากาศที่อึมครึมและแสนอบอ้าวจวนเจียนจะฝนตกนี้เสียเหลือเกิน เมื่ออ่านมันจบ มันทำให้ฉันหวนนึกถึงวันที่ฟ้าสีเทาๆกับความเศร้าที่ต้องจดบันทึก

JUNE 27th, 2016
เพราะฝนทิ้งร่องรอยไว้เสมอ
เฉกเช่นเดียวกับน้ำตา
ที่ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าของฉัน 
.
หากแต่มิใช่บนใบหน้าเพียงอย่างเดียว
ที่น้ำตาของฉันทิ้งคราบไว้ 
หัวใจของฉันก็มีร่องรอยของน้ำตาเช่นกัน
.
ฉันนั่งดูฝนตกอยู่ริมหน้าต่างอพาร์ทเม้นท์ที่สูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย
ก่อนที่ฝนห่านี้จะตก เมฆสีเทาๆเคลื่อนย้ายมาอย่างเบาๆ
อากาศอบอ้าวและแห้งผาด
หากแต่ไม่มีลมพัดแรงหรือวี่แววอะไรไปมากกว่านี้
ทั้งๆที่ท้องฟ้าดูจะไม่ค่อยอึมครึมมากเท่าไหร่
แต่เพียงไม่นาน ฝนก็เทลงมาอย่างกับท่อประปาแตก
.
ร้องไห้...ฉันยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด
ฝนตก...เสียงของฝนกระทบหน้าต่างไม่หยุดเช่นกัน
นี้ฉันกำลังร้องไห้แข่งกับท้องฟ้าอย่างนั้นหรอ?ท้องฟ้า...เธอเศร้าเรื่องอะไรหรอ ถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้
หรือเธอร้องไห้เป็นเพื่อนฉัน...เธอสงสารฉันใช่ไหม
.
เสียงสะอื้นของฉันถูกแทรกด้วยเสียงฝนตกตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
และเมื่อฝนหยุดลง
มันกลับทิ้งร่องรอยแห่งความงาม
หยดน้ำที่เปื้อนกระจกมาจากหยาดฝนที่โหมกระหน่ำ 
.
สนามหญ้าที่สวนสาธารณะคงชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน
หญ้าที่ได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่คงเขียวขจี
.
แตกต่างกัน
เมื่อน้ำตาของฉันหยุดลง 
กลับทิ้งรอยคราบที่เปื้อนกังบนใบหน้า
แก้มเหนอะหนะไปด้วยน้ำตาและน้ำมูกที่ฉันใช้หลังมือปาดเช็ด
เสื้อไหมพรมก็เป็นคราบแข็งๆ เหนียวๆ
.
แต่จริงๆแล้วน้ำตาก็เหมือนกับฝน
เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา
มันสามารถทำให้บางสิ่งบางอย่าง
ให้เติบโตได้...
เหมือนฉันที่กำลังเติบโตขึ้นหลังจากผ่านคราบน้ำตานี้ไป

บันทึกของฉันจบลงเพียงเท่านี้ ชีวิตกูจะเศร้าอะไรขนาดนี้วะเนี่ย...ดราม่าเก่งจนแทบจะได้รางวัลดราม่าควีน แต่เอาจริงๆแล้ว ช่วงนั้นแม่งเศร้าจริงๆนั้นแหละ คิดถึงบ้าน โดนแฟนนอกใจ เรียนก็ไม่ได้ งานก็ไม่ลงตัว ชีวิตเมื่อ 3 ปีที่แล้วนี้เรียกได้ว่าโรคซึมเศร้ากวักมือเรียกเลยแหละ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาถึงวันนี้จนรู้สึกว่า ดีแล้วที่ผ่านมาได้ 


ฉันนั่งย้อนอ่านบันทึกนี้อีกครั้งและคิดว่าคงจะมีคนไม่มากก็น้อยที่เคยนั่งร้องไห้ตอนฝนตก แล้วรู้สึกเหมือนกันกับฉันว่า อย่างน้อยก็ไม่ได้นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว... อยากให้คุณทุกคนที่เข้ามาอ่านได้รู้ว่า น้ำตาของคุณที่ไหลออกมา มันชำระล้างความเศร้าได้ และถ้าวันหนึ่งที่คุณไม่ร้องไห้กับเรื่องเดิมๆอีกแล้ว มันก็แปลว่า น้ำตาที่ไหลออกมาครั้งนั้นมันไม่เสียเปล่า มันกำลังทำให้คุณเติบโตขึ้นหลังจากผ่านคราบน้ำตานี้ไป...
.
ฝนตกแล้วในขณะที่ยังนั่งรอส้้มตำ ฉันต้องเดินกลับบ้านแบบไม่มีร่มสินะ
.
โจลินน์ ลิม 
SHARE
Writer
JJJoelynn
Content Creator, Dreamer
I can create my own world by reading a lot of good quotes. ♡IG: @fifthlynn♡

Comments

zehongonew
2 months ago
ชีวิตจะเศร้าอะไรขนาดนั้น อิอิ
Reply
JJJoelynn
2 months ago
เมื่อนานมาแล้วค่ะ
zehongonew
2 months ago
เริ่มใหม่ค่ะ