สักวัน แคคตัสต้นน้อยจะสง่างามในดินแห้งกรัง
ฉันแต้มสีเขียวแก่บ้างอ่อนบ้างลงบนผืนผ้าใบขนาดเอสี่ หวังระบายเจ้าแคคตัสต้นน้อยบนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความสดใสให้ชีวิตไม่เศร้าหมองจนเกินพอดี

ตอนนี้ แคคตัสคงเป็นต้นไม้ประจำกายที่นิยาม 'ฉัน' ได้ชัดเจนที่สุด อาจเพราะมันต้องพยายามเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมยอดแย่ เปลี่ยนใบไม้ใหญ่น้อยให้เป็นหนามและขนฟูนุ่มเพื่อลดการคายน้ำ ค่อย ๆ เติบโตในดินอันแห้งกรัง จะชอุ่มชุ่มชื้นบ้างก็สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นเอง 

ภายนอกที่ดูเเข็งแกร่งและเย็นชาของแคคตัสอาจทำให้สปีชีส์อื่นคิดว่ามันอดทนเก่งแต่แท้จริงมันเป็นเพียงต้นไม้ขี้แยที่ต้องเปลี่ยนใบน้อยใหญ่เป็นหนามแหลมคมเพื่อลดการสูญเสียน้ำตาและปกป้องตนเองจากภัยอันตรายที่มันคิดไปเอง

คงเหมือนฉันที่พยาพยามเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ที่จะรักตนเอง 
"อดทน"  ใช่ ฉันหวังใจว่าจะอดทนได้แบบมันบ้าง
 
ทุกครั้งที่อาทิตย์ตกดิน หยดน้ำตาขาประจำมักเยี่ยมเยียนฉัน หวังใจให้บรรเทาทุกข์แต่ซ้ำร้ายว่าทุกข์ยิ่งกว่า 
หลายครั้งที่ฉันรู้สึกเศร้า ซึม ด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบได้
และหลายครั้งที่ฉันดึงทิ้งแขนขาตัวเองเพื่อสลัดอารมณ์เหล่านั้นทิ้ง (แต่มันไม่ค่อยได้ผลหรอกนะ)

หลายคนถามเหตุผลที่ฉํนเศร้า เป็นคำถามที่ดูง่าย แต่เป็นอาการที่แก้ยากพอตัว 
ฉันพยายามคิดถึงสาเหตุ และนี่อาจเป็นคำตอบ

ฉันไม่เคยเชื่อมั่นในตนเองสักครั้ง 
คำว่า "ไม่ล่ะ ฉันทำไม่ได้หรอก" เป็นคติประจำใจที่ฉันใช้แทนสิ่งที่ควรจะเป็นว่า “แน่นอน ฉันทำได้" และหากจะหาคำขวัญประจำกายมาแข่งกับคำขวัญประจำจังหวัด "ฉันผิดเอง ฉันผิดเอง" ก็คงได้รับคะแนนโหวตจากทุกเซลล์ในร่างกายของฉัน 



ก็ฉันผิดเองจริง ๆ นี่นา



ใช่ ฉันผิดเอง ฉันแย่ ฉันไม่ดี ฉันคงไม่วามารถเปลี่ยนความคิดที่ติดตัวฉันแต่เกิดได้เพียงไม่กี่ปี 
แต่สักวัน ฉันอาจเป็นแคคตัสที่ยืนต้นในดินอันแห้งกรังอย่าสวยงาม
สักวัน ฉันอาจจะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองแม้ในวันที่รอบข้างฉันไม่เหลือใคร

เธอว่ามั้ย ถ้าฉันยังมีความหวัง ถ้าฉันพยายาม
 
พยายามที่จะรักตัวเอง

พยายามที่จะเรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเสียทีเดียว :)  
SHARE
Written in this book
วันนี้คิด

Comments