#รักสกุล รักเกียรติ
บทที่ 1 

บ่ายแก่ๆของวันอาทิตย์ ไอ้หนุ่มคลั่งรักนอนอกหักอยู่บนเตียงพร้อมความแฮ็งก์ระดับ 10 พลัส จากปริมาณแอลกอฮอล์ที่สาดเข้าปาก รายรอบตัวเขาเต็มไปด้วยขวดเหล้าที่ซัดมาตั้งกะเย็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เนื่องจากเขาอกหักมากเกินทนไหวถึงกับต้องลาออกจากงานที่แสนดีนั่นเทียว

ถ้าหากคุณนึกสงสารเขาขอแนะนำว่าอย่านึกให้เสียหัวเลย คนอย่างรักบี้ หรือที่เพื่อนๆเรียกว่า ‘ไอ้รักปี้’ นั้น สมควรโดนเป็นอย่างยิ่ง เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะเขาทำให้สาวๆต้องเสียน้ำตามาตลอดตั้งแต่ไอ้จู๋ของเขาเริ่มใช้การได้

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าคนอกหักนั้นเป็นยังไง แล้วพ่อหนุ่มนามรักบี้ก็นึกถึงวีรเวรที่ผ่านมา นึกแล้วก็สมน้ำหน้าตัวเองที่โดนเข้าให้บ้าง แต่พูดก็พูดเถอะ มันคงเป็นทีของผู้หญิงยุคใหม่ เพราะคนที่ทิ้งเขาไปเป็นสาวเรียบร้อยแสนหวานและอ่อนโยน ละเมียดละไมอบอุ่น รักบี้ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นเธอกับไอ้หนุ่มที่ไหนไม่ทราบกำลังเล่นกายกรรมอยู่บนเตียงของเธอ ความรู้สึกต่างๆประดังเข้ามาเต็มที่โดยเฉพาะตอนที่พวกเค้าสำเร็จกิจพร้อมเสียงอันสุขสม ใช่แล้ว มันเกรงใจไม่กล้ารบกวนตอนพวกเขากำลังห้ำหั่นกันกระทั่งถึงตอนนี้ ตอนที่ต่างก็ผละออกจากกัน

จากนั้นรักบี้กับไอ้หนุ่มคนใหม่ของนางวันทองต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเธออุทานเรียกชื่อเขาออกมาเสียงดังมากๆบ่งบอกถึงความตกใจสุดขีด

“พี่บี้!”

ไอ้บี้น้ำตาคลอกัดฟันพยักหน้าออกมาจากมุมห้อง ก่อนจะพยายามเค้นเสียงแห่งความเสียใจ โกรธแค้น ฯลฯ ออกมา

“ฮื่อ!”

หญิงสาวรีบลุกพัลวัน รักบี้ลูกเหี่ยวๆวัยสามสิบแปดยกมือห้าม

“อย่า...ไม่ต้องพูดอะไร” แล้ว รักสกุล รักเกียรติ ก็เดินเข้าไปหยิบข้าวของส่วนตัวที่ทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความตะลึงตะไลของชายหญิงทั้งสอง

พอนึกมาถึงตอนนี้ พี่รักบี้ผู้เคยเป็นของน้องก็ปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้ม ใจก็นึกว่า

“คอยดูเถอะ กลับถึงบ้านเมื่อไหร่กูจะร้องไห้ให้สาแก่ใจ”

ใช่แล้ว เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ต้องนับถือว่าเยี่ยมมากที่ไม่ค่อยมีอีโก้ ทำไมผู้ชายจะร้องไห้ไม่ได้วะ นี่มันเป็นเรื่องใหญ่เชียวนะ เพราะรักสกุลหวังจะลงหลักปักฐานกับเธอผู้นี้ ทำไมสังคมทุกวันนี้มันมีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ่อยๆวะ? สมัยก่อนคนไหนนิสัยยังไงก็จะดูออกจัดหมวดหมู่ได้ไม่ยาก แต่สมัยนี้ใครเล่าจะนึกว่าน้องผู้แช่มช้อยจะเริงร่าส่ายร่อนอยู่บนเตียงกับไอ้เวรนั่นได้ ช่างห่างไกลกับตัวจริงของหล่อนมาก รึว่านี่อาจเป็นของจริงที่เธอเป็น?

เอาล่ะ นี่ก็เพิ่งตื่น ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ตอนนี้รักบี้ต้องพยายามพาตัวเองเข้าห้องน้ำก่อนอื่นเพราะร่างกายเรียกร้องให้ไปปล่อยฉี่เสียก่อนแล้วค่อยกลับมาเสียใจต่อ

รักสกุลแทบจะคลานเข้าห้องน้ำด้วยความอ่อนล้าทั้งกาย(ที่เสพของมึนเมาไปเยอะ)และทั้งใจ(ที่โดนทำร้ายเสียยับเยิน) จากนั้นเขากัดฟันพาตัวเองเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัวปล่อยให้น้ำไหลผ่านตัว เพราะเขาอาบน้ำครั้งสุดท้ายคือเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็คือวันที่การลาออกมีผลนั่นเอง

เพื่อนเคยบอกว่านอกจากหมูกระทะแล้ว การอาบน้ำจะเยียวยาทุกสิ่ง...จริง ตอนนี้เขารู้อย่างถ่องแท้ว่าจริง รักบี้กดสบู่เหลวกลิ่นหอมจรุงใจมาถูตัว อืม...ชื่นใจจริงๆ รักสกุลอาบน้ำสองครั้ง แปรงฟันสองครั้งแม้ว่าจะแปรงไปอ้วกไปก็ตาม ก็กลิ่นปากแรงออกขนาดนั้นจะไม่แปรงซ้ำไม่ได้ นี่ไม่รู้ว่าอีกสองวันกลิ่นส่าเหล้าตามตัวจะหายหมดมั้ย

ไอ้หนุ่มผู้เพิ่งจะเคยอกหักมองดูตัวเองในกระจกแล้วรับไม่ได้ ความหล่อเหลาหายไปถึง 84 % รักบี้เดินเข้ามาในส่วนห้องนอนแล้วเปิดตู้เย็นหาน้ำเปล่ากินแล้วทุ่มตัวลงกับเตียง การชอบทุ่มตัวลงกับเตียงนั้นเป็นความสุขของเขามาตลอด เด้งดึ๋งดี แต่ตอนนี้ความเด้งดึ๋งไม่ทำให้เขามีความสุขขึ้นมาได้ เพราะนี่เคยเป็นที่นอนที่ทั้งคู่เคยใช้ร่วมกัน คือถ้าจะว่ากันตามความจริงแล้วเตียงนี่ได้รับใช้เขากับสาวคนโน้นนั้นนี้อยู่บ่อยๆ ต่อจากนี้เขาคงต้องนอนเดียวดายเสียแล้ว เพราะปกติจะไม่ให้ใครนอนค้างอ้างแรมจนถึงเช้า เพราะเกรงว่าจะสลัดบรรดาหล่อนทั้งหลายไม่หลุด ที่ว่าเช่นนี้ เพราะมันเคยปล่อยให้ค้างแล้วเจ้าหล่อนผู้นั้นก็ทำตัวเป็นเมียมันทันที พอวนมานึกอีกว่าต้องขาดน้องนุ่มนิ่มไปก็ยิ่งเศร้าใจ โธ่...อุตส่าห์รักเพราะเห็นว่านี่ล่ะคือแม่ของลูก อนิจจา...นึกแล้วก็ร้องไห้อีกโฮใหญ่

รักสกุลร้องไห้อย่างคนลืมวัยจนเหนื่อยแล้วค่อยลุกขึ้นมาหาอะไรใส่ท้อง แต่ก็กินได้เพียงนิดเดียวเพราะมันเหมือนจะอ้วกอยู่ตลอดเวลา

ชายหนุ่มเปิดโทรศัพท์ ก็พบว่ามีเพื่อนฝูงที่เป็นห่วงโทร.เข้ามาหลายสาย รวมทั้งสายของน้องนุ่มนิ่มนวลละออลูกท้อหวานนางนั้นด้วย แล้วทันใดก็มีคนโทร.เข้าทันทีเพราะมีสัญญาณเตือนว่าเขาเปิดโทรศัพท์แล้ว ไอ้เฮงลูกชายเถ้าแก่ฮงเป็นคนโทร.เข้ามาก่อน

“เป็นไงวะไอ่บี้”

เสียงเพื่อนเป็นห่วงอย่างแท้จริง

“ฮื่อ ก็...เมาปลิ้น”

“ให้กูไปหามึงมั้ย” ลูกเถ้าแก่ฮงผู้จะไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องงานประจำ เพราะเขามีอาชีพเป็นเพลย์บอยที่ควบทุกกะนั่นเอง

“ไม่เป็นไร กูอยู่ได้ ตอนนี้กูกำลังแฮ็งก์สุดขีด ปล่อยกูไว้อย่างนี้ล่ะ เดี๋ยวยังไงกูโทร.หามึงเอง”

ทั้งสองคุยกันแค่นิดเดียวก็เป็นอันเข้าใจและวางสาย แล้วชายหนุ่มก็รีบปิดมือถือทันทีก่อนที่จะมีใครโทร.เข้ามาอีก เพราะระหว่างที่คุยกับเฮงก็มีสัญญาณเตือนว่ามีคนโทร.เข้า เฮ้อ...มีเพื่อนที่รักและห่วงใยนี่มันดีจริง เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่อยากเจอใคร

สองบ่ายล่วงไป รักสกุลไปปรากฏร่างที่บ้านของเฮง เฮงปลอบใจเพื่อนด้วยการหาสุราให้ร่ำ

“ว่าที่จริงกูก็อยากสมน้ำหน้ามึงนะ มึงทำกรรมไว้เยอะ” เฮงว่า

“แต่กูไม่ได้ทำกรรมให้ใครนะ ต่างคนต่างก็พอใจนี่หว่า ไม่ได้หลอกใครซักหน่อย”

“เออ นั่นแหละ ไม่ได้หลอกใคร แต่ก็มีอยู่คนนึงที่เกาะมึงยังกะตุ๊กแกเกาะผนังห้องน้ำ นี่เค้าก็ต้องเสียใจเพราะมึง”

“แต่ก็ตกลงกันแต่แรกแล้วไง ทำใจไม่ได้เองนี่หว่า”

“เออๆ ยังไงรายนี้มึงก็พลาดท่าเข้าให้มั่ง ก็สมควรแล้ว”

จากนั้นทั้งสองก็นั่งเป็นเบื้อจนเซ็งหนักลงไปอีก รักบี้ทนนั่งอยู่อย่างนี้ไม่ไหวจึงลากลับบ้าน ชายที่ไม่เป็นโล้เป็นพายบอกชายที่อกหักว่ายังไงให้โทร.มา แล้วจะไปหาในทันใด...

เมื่อออกจากบ้านไอ่เฮงซวย เอ๊ย! เฮงเฉยๆ - รักสกุลก็เข้าห้างก่อนที่จะเข้าบ้านหรือจริงๆคือบ้านที่อยู่ในคอนโดฯ แน่นอนว่าเขาต้องซื้อสิ่งของมึนเมาไปด้วยเป็นแม่นมั่น นอกนั้นพวกของจิปาถะก็ซื้อติดมือไปนิดๆหน่อยพอกันตาย

หนุ่มหล่อที่ระดับความหล่อลดลง 84 % แล้ว โดนสาวมองไปตลอดทางทั้งขาเข้าขาออก แต่รักสกุลชินเสียแล้วเพราะโดนมองมาทั้งชีวิต เขาเดินออกมาขึ้นรถด้วยอาการของคนที่ใครเห็นก็รู้ว่ากำลังประสบกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ ช่างมัน ใครจะมองกูยังไงก็ช่าง พวกมึงไม่รู้หรอกว่าข้างในกูน่ะมีแผลฉกรรจ์เต็มไปหมด อั้นแน่ะ คิดอย่างจิ๊กโก๋อกหักซะด้วย นึกแล้วกลับไปถึงบ้านกูจะเปิดยูทูปรวมเพลงจิ๊กโก๋อกหักฟังยาวๆเลย ฮึ่มมมม...โฮ...(โฮอยู่ในใจ)

ตอนที่หนุ่มรักบี้ถอยรถออก ด้วยความเบลอเลยดั๊นเอาท้ายรถไปโดนประโปรงสีขาวสะอาดกระจ่างผุดผ่องของหญิงผู้หนึ่ง เธอตกใจมากเพราะรถนั้นเปื้อนฝุ่นโคลนมากจนกระโปรงเธอเลอะไปหมด สาวสวยร้องวี้ดออกมาเบาๆแล้วตบกระโปรงท้ายรถคันนั้น รักสกุลสะดุ้งเฮือก พอหันไปดูก็รู้แจ้งแจ่มชัดว่าได้ทำเรื่องชวนปวดหัวให้ตัวเองอีกแล้ว เขารีบลงจากรถมาขอโทษขอโพย และถามว่าอยากให้เขาตอบแทนเธออย่างไร เจ้าหล่อนเห็นหนุ่มรูปงามแต่แรกที่ลงมาจากรถก็รู้ว่าหมอนี่ท่าทางจะเมาค้างมาก็บอกด้วยความโมโหว่า

“ตอบแทนเหรอ? เอาเป็นว่าไปให้พ้นหน้าก็พอแล้ว”

รักสกุลบอกตัวเองว่าเสียงเพราะจัง แถมยังสวยน่ารักสมวัยแรกผลิอย่างนี้ นี่ถ้าหากเขาไม่ติดภารกิจอกหักอยู่ คงมีการตามจีบน้องหนูและขอไลน์เป็นแน่

“ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว ผมกำลังงงๆกับชีวิต แล้วก็...ถ้าปล่อยผมไปก็ต้องขอบคุณมากๆเลยครับ เพราะตอนนี้ผมไม่มีปัญญาจะคิดอะไรออกแล้ว ในเมื่อน้องต้องการให้ผมไปให้พ้นหน้า ผมก็จะรีบไปให้ไวเลยครับ”  รักบี้พูดแล้วก็รีบขึ้นรถขับออกไปทันที

ฝ่ายหญิงสาวก้มลงมองกระโปรงอย่างอารมณ์เสีย ก็ไอ้กระโปรงสุดสวยนี่มันของพี่สาวเธอ – พี่กุ้ง ต่างหากล่ะ อุตส่าห์ยืมมาใส่จะไปงานแต่งงานของพี่ชายเพื่อน ซึ่งเธอได้นัดเจอกับเพื่อนอีกคนที่ห้างนี้ เพราะกะจะติดรถเพื่อนไปงานซึ่งเธอไม่รู้ว่าบ้านงานที่ว่าอยู่ตรงไหน อยู่เมืองกรุงก็อย่างนี้ล่ะ ถ้าบอกว่าเข้าซอยนี้แยกเข้าซอยนั้นไปโผล่ซอยโน้น ฯลฯ เป็นอันว่าไม่ต้องคิดจะไปเลย นี่ดีนะว่ามีเพื่อนรู้ทางไปบ้านนั้น

ระหว่างทางยุงก็ยุ่งกับการดูกระโปรงของพี่สาวไปบ่นอีตานั่นไป

“ไม่ต้องห่วงหรอกยุง สมัยนี้มีน้ำยาซักผ้าที่ฉลาดๆทั้งนั้น มันเลือกได้ด้วยว่าจะกำจัดอะไร ค่อยไปหาซื้อเอาไปซัก แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย” แก้มยุ้ยบอก

111111111111111111111111111111111111111111111111111111111111111111111 

บทที่ 2
 
รักสกุลกลับถึงรังอย่างโผเผ แต่แทนที่จะพักผ่อน เขากลับเอาตีนเขี่ยๆขวดเหล้าที่กินหมดแล้ว แล้วซัดเหล้าที่อิมพอร์ทมาใหม่เข้าไปอีก ชายหนุ่มหัวใจพังเปิดยูทูปตามที่ตั้งใจไว้ เพลงที่พี่ป้อม - อัสนีร้อง เพลงไหนเพลงนั้น...ไหนจะพี่หนุ่ยอีก...ฟังแล้วมันช่างบาดหูบาดใจนัก โฮ...รักบี้ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเต็มที่ในห้องเก็บเสียงที่เขาตกแต่งเพิ่มเติมไว้ดูหนังฟังเพลง มาตอนนี้ ห้องนี้ใช้เก็บเสียงอันโหยหวนของชายหนุ่มไว้ได้สมกับราคาที่ทำมันขึ้นมา

ชายหนุ่มค่อนข้างโชคดีที่บิดามารดามีสมบัติมากมาย มีเงินปันผลแบ่งให้เขาทุกปี ซึ่งรักสกุลเป็นลูกคนเดียว และเขาก็ทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสูงจากบริษัทต่างชาติ ทำให้ยิ่งมีอันจะกินขึ้นไปอีก จะหยิบจับทำอะไรที่เสียตังค์ก็คล่องมือ ซึ่งบ้านในคอนโดยูนิตนี้เป็นส่วนที่เขากันเอาไว้ให้ตัวเอง ซึ่งที่นี่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครัวของเขาทำขาย และบิดามารดาของเขาไม่ได้อยู่คอนโดฯนี้ ท่านทั้งสองอยู่บ้านหลังใหญ่ที่เปิดใช้เพียงบางห้อง บ้านที่ว่านี้เคยเป็นของคนเคยรวยมาก่อน ดังนั้น การอยู่เพียงสองคน กับคนรับใช้อีกไม่กี่คน จึงไม่จำเป็นต้องเปิดใช้ทุกห้อง

รักบี้เมาพับหลับเพลียไปในช่วงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์นั่นเอง เนื่องเพราะจากการหักโหมซัดเหล้าให้ตายกันไปข้างนึง เขาก็ได้เกือบเหมือนตายแล้วอย่างสมใจ – ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาใหม่พร้อมกับเปล่งเสียงโหยหวนอีกรอบด้วยความคับแค้น เขาคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่ายายนิ่มนวลที่คาดหวังจะเอาเป็นแม่ของลูกไปนอนกับไอ้หมอนั่นได้ยังไง รึว่าเขาทำให้ไม่ถึงใจ? ก็ไม่น่าใช่ เพราะที่ผ่านๆมาสาวๆก็ได้รับประกันความพอใจจากเขามาตลอด มาตอนนี้ รักสกุลไม่มั่นใจในความเป็นชายของเขาซะแล้ว โธ่...เป็นใครก็ต้องคิดว่าทำไมในเมื่อ...โฮ....

โอ...โลกช่างโหดร้ายนัก ฯลฯ ชายหนุ่มคิดวนเวียนจนเวลาผ่านไปไม่นานก็เมาพับไปอีก คราวนี้เขาหลับข้ามวันข้ามคืนจนเฮงทนไม่ไหวเกรงว่าเพื่อนจะลาโลกไปก่อนเลยมาหา

เฮงผ่านพนักงานที่บริการต่างๆนานาข้างล่างขึ้นมาไขกุญแจห้องไอ้บี้อย่างง่ายดาย ซึ่งต่างจากหลายๆห้องที่ถ้าไม่ใช้ลายนิ้วมือละก็เป็นเข้าไม่ได้ นั่นเพราะรักบี้คิดว่าตนไม่มีสิ่งอันใดให้ใครมาขโมยซักเท่าไหร่นัก และจะเป็นการยากแก่การต้อนรับเพื่อนและพ่อแม่ ดังนั้นกุญแจเข้าบ้านของมันจึงมีราวๆสามสี่ชุดที่แจกจ่ายแก่บุคคลที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวถือว่ากำลังพอดีแก่การใช้งาน

เฮงเข้าห้องมารับกลิ่นเหล้าอันฉุนกึก นี่ขนาดมีเครื่องฟอกอากาศแล้วนะยังเอาไม่อยู่ เฮงจัดการเปิดแอร์ทุกห้อง เพราะเครื่องฟอกอากาศเหล่านี้จะทำงานคู่กับแอร์ในห้องนั้นๆ

“ไอ่บี้โว้ย อยู่ไหน กูมาหามึงเนี่ย”

แล้วเฮงก็เดินมาเห็นเพื่อนบี้นอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ ตอนแรกเฮงก็ตกใจ นึกว่าเพื่อนลื่นล้มในห้องน้ำรึหัวใจวายตายไปแล้ว(คิดแต่ละอย่างดีๆทั้งนั้น) แต่แล้วก็พบว่าเพื่อนยังมีลมหายใจเหม็นๆอยู่ โชคดีที่มันอ้วกใส่ชักโครก แสดงว่ายังพอมีสติ เปล๊า...เฮงไม่รู้หรอกว่ามันต้องนั่งกอดชักโครกยี่ห้อดังดีไซน์เท่อยู่เป็นนานเพราะไปไม่เป็น จะลุกก็ลุกไม่ได้ เวียนหัวจะตายอยู่แล้ว อย่ากระนั้นเลย กูขอกอดโถส้วมให้คุ้มราคาอีกโสดนึงเถิด บี้กอดโถให้รับใช้มันอยู่เป็นชั่วโมงก่อนจะคลายอ้อมกอดออกแล้วนอนแผ่อยู่บนพื้นห้องน้ำอันน่านอนนั่นเอง

เฮงเรียกเพื่อนอยู่เป็นนาน มีเสียงตอบรับหืออืออยู่ประปราย กระทั่งลุกขึ้นมานั่งได้ก็ใช้เวลาอีกนาน พอนั่งได้ปั๊บก็เวียนหัวปุ๊บ ผลุบหัวลงไปอ้วกใส่โถ จากนั้น พอมั่นใจแล้วว่าคงไม่มีการอ้วกอีกรอบ รักสกุลก็ลุกขึ้นคลำๆอ่างอาบน้ำแล้วเลื้อยเข้าไปนั่งในอ่าง เฮงเปิดน้ำฝักบัวให้เพื่อน บี้พยายามถอดกางเกงในแต่ก็ยักแย่ยักยันอยู่อย่างนั้นจนเฮงต้องยอมถอดให้มัน

“ไอ่เวร ทุเรศสิ้นดี นี่กูต้องมาถอดกางเกงในให้มึงเนี่ยนะ”

“ฮือ” มีเสียงขานรับพร้อมกับพึมพำขอบใจเพื่อน

เฮงมองดูสารรูปเปลือยเปล่าเบื้องหน้าแล้วหัวเราะ

“หมดสภาพเลยนะมึง”

“อือ” รักสกุลเสยผมแล้วล้างหน้าแรงๆปากก็ขอกินน้ำ เฮงเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำพร้อมกับเปิดฝามาให้ ไอ้หนุ่มผู้สิ้นหวังดื่มด้วยความกระหายเสียงดังอักๆๆ

“ค่อยยังดี...”

“พอก่อน เดี๋ยวค่อยกินอีก กินเยอะเกินไปเดี๋ยวอ้วก”

“อือ” รักบี้ได้แต่รับคำ ตอนนี้เขารู้สึกแขนขาหนักอึ้ง นี่ละมั้งที่เค้าว่าเมาแล้วนอนแช่น้ำแล้วตายคาอ่างน่ะ พอคิดได้รักบี้ก็ตกใจ ดีที่ตนไม่ทำเช่นนั้น ไม่งั้นคงตายไปแล้ว

“เออ ว่าแต่พ่อแม่มึงรู้ป่าวว่ามึงอยู่ในสภาพงี้”

“หึ”

“อ้อ จริงสิ มึงว่าพ่อแม่ไปเที่ยวยุโรป ดีนะที่แกไม่ต้องเห็นลูกชายวัยกลางคนกำลังเป็นบ้าอยู่”

รักสกุลหัวเราะออกมา แหงล่ะ โดยเฉพาะบิดาของเขาคงจะขำมากเป็นพิเศษ เพราะท่านเคยบอกว่าอย่าลืมเผื่อใจไว้ตอนอกหักด้วย แล้วเรื่องนี้ก็มาเยือนจริงๆ

เฮงนั่งขอบอ่างคุยกับเพื่อน คอยดูจนมันค่อยๆดีขึ้นก็พยุงขึ้นจากอ่าง เฮงเอาผ้าเช็ดตัวมาห่อช่วงพวงไข่ไว้ให้กันอุจาดตาตัวเอง แล้วประคองไปยังห้องนอน พอถึงเตียงพ่อเจ้าประคุณทุ่มตัวลงไปนอนอย่างไม่กังวลเรื่องที่นอนจะเปียก ซึ่งอันนี้เฮงก็เข้าใจ เพราะก็เคยเป็นอย่างนี้เหมือนกัน และในฐานะเพลย์บอยผู้รับงานทุกกะก็ทำหน้าที่กะเช้าโดยการดูแลเพื่อน และคิดว่ากะบ่ายจะพาเพื่อนออกไปนอกบ้านชมนกชมวิวเท่าที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรจะมีให้ได้

เมื่อคิดดังนั้น เฮงก็ไปนอนที่โซฟา คิดว่าเดี๋ยวคงตื่นพร้อมๆกับไอ้บี้ แล้วค่อยจัดการตามที่คิดไว้ ซึ่งในที่สุดเฮงก็ได้ทำตามที่คิด เพียงแต่เปลี่ยนแผนนิดหน่อยโดยการไปบาร์ที่เพื่อนอีกคนเพิ่งเปิดใหม่ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนสมัยเรียนของเฮงและเป็นเพื่อนแบบกัลยาณมิตรอีกเช่นกัน ก็เลยคิดว่าพาเพื่อนไปร้านเพื่อนน่าจะดี ซึ่งพอเสนอไอเดียนี้ไอ้บี้ก็รับคำทันที

พอไปถึงลงจากรถได้คนที่พอจะเงยหน้าบ้างก็เป็นต้องมองตาม ไม่ใช่มองไอ้เฮงแน่ เค้ามองไอ้บี้ต่างหากล่ะ ซึ่งอันนี้ทั้งคู่ก็เป็นอันรู้กัน และก็ชินไปพร้อมๆกันแล้ว อีกอย่าง เฮงบอกเสมอว่าโชคดีแล้วที่มันไม่หล่อ แค่รวยอย่างเดียวนี่ก็ต้องคัดกรองคู่ครองอย่างเข้มงวด เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะรักเราเพราะอะไร ส่วนไอ้บี้ที่ทั้งหล่อทั้งรวยนี่ยิ่งแย่ใหญ่ แน่นอนว่าหำของรักสกุลไม่เคยแห้ง แต่ก็เพิ่มความยากที่จะรู้ว่าสาวเจ้ารักในสิ่งใดของเขา และการพิสูจน์ความรักนั้นก็ยากนักสำหรับคนสมัยนี้ ดูขนาดน้องผู้นุ่มนิ่มเป็นตัวอย่าง ขนาดว่าแสนดีแล้วยังเลวซะได้

เมื่อเข้าไปในร้านที่ตกแต่งตามสไตล์ลอฟท์ที่กำลังฮิตกัน แต่ที่นี่ปล่อยของมากหน่อย เลยเท่กว่าเพื่อน เจ้าของร้านเห็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยอนุบาลยัน ป.6 อย่างไอ้เฮงก็ดีใจวิ่งเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงบอกให้รู้ว่าดีใจมากเพียงใดที่เพื่อนมา

“เป็นไง ‘เฮงซวย’ อ้วนขึ้นนะเนี่ยเราน่ะ”

นี่เป็นคำทักทายของเพื่อนฝ่ายเจ้าของร้าน ใช่แล้ว เพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิง ซึ่งเธอหุ้นกับเพื่อนอีกสองคนทำร้านนี้ขึ้นมา ซึ่งเพื่อนสองคนที่ว่าเป็นสถาปนิกที่เพิ่งกลับจาก ‘เมกา มาเพราะความที่อยู่ทำงานให้ฝรั่งนานแล้ว และมีเงินมากพอที่จะกินใช้ไปตลอดชาติเพราะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่นั่นเอง

“โธ่เอ๊ย ใครจะผอมเหมือนแก ยังกะคนไม่มีอันจะกิน” ไอ่เฮงทักตอบพร้อมทั้งดันเพื่อนออกดู “แต่เออ อย่างน้อยแกก็มีนม”

ได้ผลเพื่อนตบปากไม่เบาเลย ทั้งที่มือก็ดูเรียวงาม ไอ้เฮงหน้าหันเล็กน้อยตามแรงตบ

“โว้ย เจ็บนะเนี่ย”

“ปากแกนี่เฮงซวยเหมือนเดิมเลยนะ

แล้วเฮงก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำเพื่อน ก็เลยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน แล้วหลังจากทักทายกันเล็กน้อย เธอก็บอกให้เพื่อนหาที่นั่งก่อน

“ป๊ะ หาที่นั่งสั่งอะไรไปก่อน เดี๋ยวเรามานะ”

กุ้งบอกเพื่อน และ...ใช่แล้ว...เธอคือพี่กุ้งของน้องยุงนั่นเอง

“เป็นไงวะบี้ คนนี้ก็ดูดีนะ มึงลองคบดูสิ เดี๋ยวจะลองถามดูว่ามันมีแฟนรึยัง”

“หึ! ไม่เอานะโว้ย กูไม่ได้รู้สึกในโหมดนั้นกับเค้า เคมีเราไม่ตรงกัน” ซึ่งรักสกุลรู้ตั้งแต่แรกเห็นว่าเป็นตามที่พูด

“คนสมัยก่อนเค้าคลุมถุงชน เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ไม่เข้ากันเลยเพราะถูกจับแต่ง เค้ายังสร้างครอบครัวกันมาได้”

“นั่นก็ใช่ แต่มันเอาสมัยเราไปเทียบกับคนสมัยก่อนมันไม่ได้เว้ย อะไรๆก็เปลี่ยนไป แล้วก็ ถ้าอยากให้กูสบายใจ กูต้องบอกตรงๆว่าอย่าดันกูไปทางนั้น กูไม่รู้สึกอยากนอนกับเค้าเลย อันนี้เป็นปัจจัยอันแรกของมนุษยชาติเชียวนะเว้ย”

เฮงหัวเราะลั่น เป็นอันว่าเอาตามนั้น แล้วทั้งสองก็สั่งเครื่องดื่มและอาหารมาสองสามอย่าง จากนั้นกุ้งก็กลับมาหาเพื่อน

“กุ้งไปทำงานต่อก็ได้นะ เราสบายมาก” เฮงบอกกุ้ง

“ฮึ เราเข้าไปบอกข้างในแล้วว่าจะต้อนรับเฮงกับเพื่อนก่อน พวกเราทำอย่างนี้แหละ เพื่อนใครก็รับรองกันไป เดี๋ยวถ้าสองคนหุ้นส่วนมาร้าน เราจะแนะนำให้รู้จักกันไว้ คืนนี้เห็นว่าจะมาทั้งคู่นะ แต่ไม่รู้ว่าใครจะมาเวลาไหน”

“แสดงว่าธุระเยอะ”

“เปล๊า...ไม่มีธุระอะไรเลย แค่ขี้เกียจกันแค่นั้นเอง”

“เออ ยังงี้ก็มีด้วย นี่ก็...รู้สึกว่าจะลงทุนไปหลายตังค์”

“ก็เยอะอยู่ แต่ไม่เป็นไร พวกเราล้วนแต่ขี้เกียจ ยังงี้ล่ะถึงเป็นเพื่อนกันได้ ฮะ ฮ่า”

กุ้งหัวเราะอย่างเป็นกันเอง ไม่ช้าไม่นานสองหุ้นส่วนก็ตามมาสมทบ มิตรภาพระหว่างเพื่อนใหม่ก็เบิกบานขึ้นพาให้จิตใจอันบอบช้ำของรักบี้ฟูขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์…











 


SHARE
Writer
gamgabby
big
simply

Comments