คุณค่าของคน ไม่ได้อยู่ที่ความร่ำรวย
การปฏิรูปศาสนาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ยุโรป ในช่วงยุคกลางหรือที่เรียกว่ายุคมืด สาเหตุเกิดจากความไม่พอใจของประชาชนต่อคริสตจักรโรมันคาทอลิก ที่มีแนวทางปฏิบัติที่ขัดแย้งกับหลักปฏิบัติต่างๆในคัมภีร์ไบเบิล และมีการแปลคัมภีร์ไบเบิลออกมาหลายภาษา ทำให้คำสอนต่างๆในคัมภีร์ไบเบิลถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทำให้ผู้คนขาดแนวทางปฏิบัติการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง แต่ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ได้มีบุคคลสำคัญคนหนึ่งเกิดขึ้น คือ มาร์ติน ลูเทอร์ ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากที่ไม่รู้หนังสือในภาษาละติน ซึ่งเป็นภาษาที่ถูกใช้ในคัมภีร์ไบเบิล ได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องของแนวทางการปฏิบัติต่างๆทางศาสนา ตลอดจนพิธีกรรมต่างๆ ผลงานของลูเทอร์ได้สร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับผู้คน เรื่องราวชีวิตของลูเทอร์นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนมากมาย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประวัติของชายคนนี้กันซะก่อน ว่าชายคนนี้เป็นใคร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง?

มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นหนึ่งในผู้ปฏิรูปศาสนาคริสต์ โดยแยกมาเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ เพราะไม่เห็นด้วยกับหลักคำสอนของคริสตจักรโรมันคาทอลิกบางข้อ การปฏิรูปนี้เกิดขึ้นในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เรียกว่าการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ นอกจากนี้มาร์ติน ลูเทอร์ยังก่อตั้งนิกายลูเทอแรนขึ้นมา ซึ่งเป็นนิกายย่อยของนิกายโปรเตสแตนต์

มาร์ติน ลูเทอร์ เกิดที่เมืองไอสเลเบน นครแซกโซนี ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ.1483 ตอนเป็นเด็กลูเทอร์มีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะบิดามารดาเป็นคนยากจน และไม่ได้รับการศึกษา ทำให้ลูเทอร์ต้องหาเลี้ยงตนเอง โดยร้องเพลงเป็นขอทานตามบ้าน เพื่อนำเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน แต่ลูเทอร์ก็ยังมีโชคอยู่บ้าง เพราะได้รับความอุปถัมจากหญิงมั่งคั่งคนหนึ่งที่เกิดความเมตตา และช่วยให้ลูเทอร์ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย เมื่อปีค.ศ.1500 ขณะศึกษาในมหาวิทยาลัย ลูเทอร์ศึกษาคัมภีร์ไบเบิลด้วยความเอาใจใส่ เป็นคนฉลาดและพูดเก่ง ทำให้ลูเทอร์ได้เป็นอาจารย์ประจำอาราคณะออกัสติเนียน ของมหาวิทยาลัยวิทเทนบูร์ก

ต่อมาดินแดนเยอรมันมีการขายใบไถ่บาปเกิดขึ้น เพราะสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 และสันตะปาปาลีโอที่ 1 ต้องการหาเงิน เพื่อนำมาสร้างมหาวิหารเซนปีเตอร์ขึ้นที่โรม จึงส่งคณะทูตมาขายใบไถ่บาปในดินแดนแห่งนี้ บรรดานายธนาคารประเทศต่างๆตกลงเป็นเอเยนต์ในการรับฝากเงินคนทั้งหลายที่จะชำระบาป โดยไม่ต้องส่งไปโรม

ต่อมาในค.ศ.1517 ขณะนั้นลูเทอร์เป็นนักบวช และเป็นอาจารย์สอนเทววิทยาสายคัมภีร์ ได้เขียนญัตติ 95 ข้อ แล้วนำไปติดไว้ที่หน้าประตูโบสถ์ของเมืองวิทเทนบูร์ก ญัตติที่ลูเทอร์เขียนขึ้น ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง แต่สันตะปาปาได้ทำการขับไล่ และตัดสินให้ลูเทอร์เป็นบุคคลนอกศาสนา หรือที่เรียกว่าบัพพาชนียกรรม แต่เจ้าชายเฟรเดอลิกที่ปกครองแคว้นแซกโซนี่ ได้อุปถัมลูเทอร์เอาไว้และให้ลูเทอร์แปลคัมภีร์ออกมาเป็นภาษาเยอรมัน ทำให้ความรู้ทางศาสนาแพร่กระจายไปทั่ว

ผลงานของลูเทอร์สร้างคุณประโยชน์มากมาย แก่คนที่ไม่รู้หนังสือในภาษาละติน ได้เข้าใจในแก่นแท้ของศาสนาด้วยตนเอง ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของลูเทอร์ ที่ต้องการให้บุคคลสามารถรับผิดชอบความเชื่อของตน โดยไม่ต้องอาศัยบุคคลที่ 3 เช่น นักบวชหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ นิกายนี้จึงได้ตัดประเพณี พิธีกรรม ตลอดจนศีลศักดิ์สิทธิ์บางเรื่องออกไป เหลือแต่ศีลล้างบาปกับศีลมหาสนิท ผลงานของลูเทอร์ยังสนับสนุนให้ผู้คนเอาใจใส่ต่อพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงความรอด โบสถ์โปรเตสแตนต์จึงไม่มีรูปเคารพ และศิลปะตกแต่งเหมือนโบสถ์คาทอลิก บนแท่นบูชาจะมีแต่คัมภีร์ ที่เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า

ในบั้นปลายชีวิตลูเทอร์จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1546 ด้วยวัยเพียง 62 ปี ก่อนเสียชีวิตลูเทอร์เขียนข้อความบนกระดาษแผ่นเล็กๆว่า “เราเป็นขอทาน และนี่เป็นเรื่องจริง”

มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้เราจะไม่ได้เกิดมามีทุกอย่างที่เพียบพร้อมในชีวิต แต่เราก็สามารถทำสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อย่างมากมาย การเป็นคนที่มีค่าไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเป็นคนรวยหรือเป็นคนจน ทุกคนสามารถเป็นคนที่มีค่าในสายตาของผู้อื่น และมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้ แม้ว่าเราจะมีชีวิตที่ยากลำบาก แม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม เพราะมาร์ติน ลูเทอร์เองก็ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับกองเงิน กองทองที่มีอยู่มากมาย หรือครอบครัวที่มีชาติตระกูลอะไรเลย 


SHARE
Writer
Witcha
Writer
Story

Comments