เรื่องราวแห่งความยากลำบากที่กว่าจะมีวันนี้
วันหนึ่งผมได้อ่านและศึกษาประวัติศาสตร์อิสราเอล และเห็นความยากลำบากของชาวยิว ที่ต้องอพยพไปยังต่างแดน จากการถูกชนชาติต่างๆเข้ามาปกครอง และโดนกดขี่ข่มเหง จนกระทั่งที่อิสราเอลได้กลับมารวมกันเป็นชนชาติอีกครั้ง ถ้าเล่าเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็คงจะยืดยาวเกินไป จึงขอเล่าเฉพาะส่วนที่สำคัญ ว่าชาวยิวอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติใดบ้าง ตลอดช่วงระยะเวลาทางประวัติศาสตร์

เริ่มตั้งแต่ 930 ปีก่อนค.ศ. ปลายรัชสมัยกษัตริย์โซโลมอน หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ลง ทำให้อาณาจักรแยกเป็น 2 ส่วน คือ อาณาจักรอิสราเอล ที่มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงสะมาเรีย และอาณาจักรยูดาห์ ที่มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม

350 ปีต่อมา สองอาณาจักรนี้ต้องล่มสลายไป อิสราเอลเป็นอาณาจักรแรกที่ล่มสลาย ถูกพวกอัสซีเรียยึดครอง ในปี 721 ก่อนค.ศ. ที่นำโดยกษัตริย์ซาร์กอนที่ 2 และกวาดต้อนชาวยิวไปยังบาบิโลน แต่พระองค์ไม่ได้ยึดครองยูดาห์ เนื่องจากอาณาจักรยูดาห์ได้ทำการจ่ายภาษี และส่งเครื่องบรรณาการให้แทน

ต่อมา 587 ปีก่อนค.ศ. อาณาจักรยูดาห์ต้องล่มสลายไป โดยเนบูคัสเนสซาร์แห่งอาณาจักรเคลเดียที่มีชัยต่ออัสซีเรีย จึงตัดสินใจบุกยึดอาณาจักรยูดาห์ต่อ และเข้าทำลายวิหารยะโฮวาห์ กวาดต้อนชาวยิวไปบาบิโลน และให้อิสระการประกอบกิจทางศาสนา และจัดให้อยู่กันแบบนิคมยิว ทำให้ยิวสามารถรักษาสภาพเป็นยิวและภาษาของตนเองได้

ต่อมา 538 ปีก่อนค.ศ. พระเจ้าไซรัสแห่งเปอร์เซียมีชัยต่ออัคคาเดีย จึงปลดปล่อยยิว 50,000 คนให้กลับเยรูซาเล็ม จึงทำให้ชาวยิวมีอาณาจักรเป็นของตนอีกครั้ง แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ในปี 332 ก่อนค.ศ. ชาวยิวตกอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่มีชัยต่อเปอร์เซียในการบุกยึดดินแดนอีกครั้ง

จนกระทั่ง 129 ปีก่อนค.ศ. ชาวยิวได้รับอิสระอีกครั้ง แต่ใน 63 ปีก่อนค.ศ. ชาวยิวตกอยู่ภายใต้การปกครองของโรมันแทนกรีก ทำให้มีความลำบากมากขึ้น เพราะชาวโรมันนำรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆไปวางในวิหารยะโฮวาห์ สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวยิวที่นับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว ทำให้ชาวยิวถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ และถูกประหารชีวิตไปมากมาย

ต่อมาปีค.ศ.313-316 ชาวยิวตกอยู่ภายใต้การปกครองของไบแซนไทน์ที่นับถือคริสต์ ไบแซนไทน์สร้างโบสถ์คริสต์หลายแห่งแถวโบสถ์ยิว และกาลิลีจนกระทั่งได้จำกัดชาวยิวเข้าไปอยู่ในเยรูซาเล็มได้บางวันเท่านั้น ทำให้ยิวก่อกบฏโดยติดต่อและเป็นสายลับให้แก่เปอร์เซีย จนเปอร์เซียมีชัยเหนือไบแซนไทน์ ในปีค.ศ.614 แต่ชาวยิวก็มีอิสระเพียง 3 ปีเท่านั้น

หลังจากนั้นก็ตกอยู่อยู่ภายใต้การปกครองของไบแซนไทน์อีกครั้ง ทำให้ถูกเนรเทศเกือบทั้งหมดและบางส่วนถูกฆ่า ยิวได้อพยพไปแอฟริกา ยุโรป เปอร์เซียและแหลมอาระเบีย

ต่อมาปีค.ศ.632 ชาวยิวตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรอิสลาม ที่ให้อิสระการนับถือศาสนาในฐานะพลเมือง ยิวบางส่วนหันไปนับถืออิสลามแทน แต่ก็มีพลเมืองจำนวนมากที่เป็นยิว และอยู่ร่วมกับมุสลิมได้อย่างสงบสุข

ในปีค.ศ.1897 อิสราเอลสามารถกลับมารวมตัวกันเป็นชนชาติได้อีกครั้ง รัฐอิสราเอลจึงถูกก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.1947 หลังอำนาจอังกฤษเหนือปาเลสไตน์สิ้นสุดลง แต่ฝ่ายปาเลสไตน์กลับมองวันสถาปนารัฐอิสราเอลว่าเป็นเหมือนวันแห่งการเศร้าสลดและหายนะสำหรับชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากเป็นวันแห่งการสูญเสียบ้านเรือน และดินแดนให้รัฐยิว และชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนต้องอพยพไปอยู่ต่างแดน

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราจะเห็นว่าชาวยิวไม่ได้ใช้ชีวิตแบบสุขสบายเท่าไหร่นัก เพราะต้องอยู่ใต้อำนาจการปกครองของชาติต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง มีบางช่วงที่เป็นอิสระ แต่ก็เป็นเพียงชาวสั้นๆ ภายหลังก็ต้องอยู่ใต้อำนาจการปกครองของชาติอื่นอีก จนกระทั่งสามารถก่อตั้งประเทศชาติของตนขึ้นมาได้ และประเทศนั้นก็ยังปรากฏอยู่บนแผนที่โลกมาจนทุกวันนี้

เรื่องราวเหล่านี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย การที่ประเทศจะมีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าได้ ต้องอาศัยความสามัคคี และการเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวมของคนในประเทศ การมีอุดมการณ์รักชาติ รักแผ่นดิน และการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนที่อาศัยอยู่ รับใช้สังคมตามกำลังและความสามารถที่พอทำได้

ในชีวิตส่วนตัวการมีความมั่นคงในฐานะทางการเงินและทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีคำว่าอธิฐานต่อพระเจ้า โดยไม่ทำในส่วนของตนเอง คือ ไม่ขยันหมั่นเพียร ไม่รู้จักการบริหารเงิน และไม่รู้จักการลงทุน ความร่ำรวยย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะคนที่ยากลำบาก กว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้และมีเงินทองมากมาย ก็ต้องล้มลุกคุกคาน และประสบต่อความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกิดความท้อแท้และสิ้นหวังไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้เราเกิดการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเหล่านั้น และนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น สุดท้ายเราจะมีความเจริญก้าวหน้า และพบเจอกับความสำเร็จในที่สุด

บางครั้งเรามองเห็นประเทศต่างๆในยุโรป ที่มีความงดงามสีวิลัย และมีความเจริญก้าวหน้า แต่รู้หรือไม่? ว่าประเทศเหล่านั้นก็เคยเผชิญต่อเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย คนในประเทศก็ได้พยายามพัฒนา และแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศของตน จนทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า มีความเป็นปึกแผ่น และมีความสวยงามแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เหมือนกันกับที่กว่าจะเป็นอิสราเอล เมืองหลวงคือเยรูซาเล็มในแบบที่พวกเรารู้จักอย่างทุกวันนี้ ชาวยิวก็ได้เผชิญต่อการกดขี่ข่มเหง และตกอยู่ภายใต้การปกครองของต่างชาติไม่รู้ตั้งกี่รอบ พวกเขาต้องเผชิญต่อความหวาดกลัว และความโศกเศร้าจากสิ่งเหล่านั้นและใช้ชีวิตกันอย่างไม่มีความสุข
SHARE
Writer
Witcha
Writer
Story

Comments