บันทึกของผู้ป่วย page 29
คุณว่าการคิดถึงคนๆนึงมันประหลาดไหม
แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันคิดถึงจนได้กลิ่นเขาล่ะ

ฉันคิดถึงคุณขึ้นมาอีกแล้วในวันที่ฉันทุกข์ใจ
ทำไมฉันต้องคิดถึงคุณขึ้นมาอีกแล้วนะ
ประหลาด...เวลาฉันมีความสุขฉันก็อยากเห็นคุณมีความสุขด้วย เวลาฉันมีความทุกข์ฉันก็อยากจะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้คุณฟังพร้อมน้ำตา
คุณคงเห็นความรักเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อฝันสินะ...
ใช่แล้วล่ะมันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิดเดียว
เราน่ะต่างกันมากมาย ฉันเองก็รู้ดี ทั้งอายุ และอะไรอีกมากมาย
แต่แปลกที่คุณกลับเข้าใจความคิดของฉันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

สิ่งที่ทำให้ฉันหวั่นไหวกับคุณมากที่สุด คงเป็นความอ่อนโยนของคุณล่ะมั้ง
คุณน่ะอ่อนโยนราวกับสายลมในทุ่งหญ้ากว้าง
พัดมาอย่างช้าๆแต่คุณมาพร้อมกับดอกไม้ดอกเล็กๆเสมอ บ้างก็สีเหลือง บ้างก็สีฟ้า บ้างก็สีขาว มันมักมีหลากสีที่แตกต่างกันไปแต่ที่สม่ำเสมอคือความอ่อนโยนทุกครั้งที่เราได้พูดคุย ฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอยู่ในหัวใจของคุณ
ความน่ารักและขี้อาย มันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ฉันหลงรักคุณอย่างหัวปักหัวปำ อะไรกัน...มันดูเว่อร์ไปอย่างนั้นหรอกหรอ ขอโทษทีมันเป็นเรื่องจริงน่ะ แล้วฉันก็คงอินไปหน่อย
ฉันขอบคุณความอ่อนโยนของคุณทุกครั้งที่ตื่นนอน มันเป็นไม่กี่อย่างที่ยังทำให้ฉันยังตัดสินใจอยู่ต่อบนโลกที่แสนโหดร้ายนี้ ทุกครั้งที่นึกถึงมันน้ำตามันก็ไหลออกมาเองทุกทีอย่างประหลาด ความอ่อนโยนของคุณเป็นสิ่งที่มีค่านะที่รัก อย่าเสียมันไปเพราะใครหรือเพราะอะไรเลย อย่าให้ใครรวมถึงฉันมาเปลี่ยนมันออกจากคุณ
ความจริงใจอันแสนอ่อนโยนของคุณน่ะเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ สายตาที่ดูจริงใจของคุณตอนแรกที่เราพบกันน่ะ มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ แม้ภายนอกจะเหมือนลูกแมวที่ขู่เจ้าของใหม่และหาที่หลบในบ้านใหม่ที่มันเข้ามาก็ตาม ฉันน่ะกลัวคุณ...ใช่ ฉันไม่ไว้ใจใครเลยในตอนแรก ฉันกลัวว่าคุณจะไม่เข้าใจในเรื่องราวของฉัน หรือไม่ก็ดูถูกมัน...โลกของฉัน
โลก...ที่ฉันไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนเข้ามาทั้งนั้น แล้วดูตอนนี้สิ...น่าสมเพชใช่ไหมล่ะ ฉันกลับต้องการคุณจนแทบเป็นบ้า ฉันไม่สนแล้วว่าคุณจะเข้าใจมันไหม ฉันต้องการแค่คุณ...คุณเท่านั้น ฉันเชื่อว่าคุณจะเข้าใจมันอย่างแน่นอน เพราะคุณ...คนเก่ง คนจะเข้าใจมันแน่นอน

ฉันรังเกียจตัวเองเวลามีความรู้สึกดีๆให้ใครสักคนชะมัด ฉันอ่อนแอที่สุดในตอนนั้น...และฉันก็ต้องปกป้องตัวเอง ‘เธอ’จะออกมาบ่อยจนฉันรำคาญ ฉันโกรธตัวเองทุกครั้งที่เธอออกมา เธอมักสร้างความรำคาญให้แก่ผู้คน เธอมักทำให้คนรอบข้างตัวฉันโกรธ...คุณก็ด้วย คุณก็เคยหัวเสียเพราะคุยกับเธอมาแล้วนี่
ฉันรักใครไม่ได้...ฉันรักใครไม่ได้หรอก แม้กระทั่งตัวฉันเองก็ตาม ฉันไม่สามารถรักคุณได้แม้ฉันจะต้องการจะทำมันมากแค่ไหนก็ตาม ฉันรักคุณนะ...ถึงแม้มันจะยากลำบากแค่ไหน สักวันฉันจะต้องรู้สึกแบบนี้จริงๆให้ได้ ฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ความรู้สึกตอนนี้เป็นของจริงหรือของปลอม ฉันแค่เหงาหรือฉันแค่หวั่นไหวไปเอง คุณบอกว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้คุณมันเป็นอาการของโรค นั่นสินะ...มันไม่มีจริงๆหรอก ความรักของฉันที่มีให้ใครสักคนในตอนนี้น่ะ แค่ในตอนนี้เท่านั้น...หมายความว่าถ้าฉันหายขาด ฉันคงจะรักใครได้จริงๆสินะ
คุณย้ำนักย้ำหนาว่าความรักของฉันมันเป็นแค่อาการของโรค มันทำฉันเจ็บรู้ไหมที่รัก... มันทำฉันให้เจ็บมากๆเลยล่ะ แต่ถ้ามันคือความจริงฉันก็ทำได้แค่ต้องยอมรับ แต่ถ้าไม่ล่ะ...หัวใจฉันมีแต่คุณมาตลอด2ปีกว่าเกือบ3ปีที่ผ่านมา นั่นคือเรื่องปลอมหรอ นั่นคือความรักที่ปลอมอย่างนั้นหรอ ฉันกลัวเหลือเกินที่จะรักใครสักคน กลัวว่ามันจะคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากโรคและมันจะไม่ใช่ความจริง

ฉันกลัว...ฉันกลัวว่าวันนึงจะมีการลาจาก
ถ้าฉันไม่พบคุณอีกล่ะ
ถ้าวันนึงเรากลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันล่ะ ฉันกลัวเรื่องนี้จนแทบเป็นบ้า
ฉันไม่กล้ารักใครสักคนเพราะเรื่องแบบนี้...ฉันเลยสร้างกำแพงขึ้นมา เพราะถ้าฉันต้องลาจากจากคุณหรือเขาหรือเธอ ฉันต้องขาดใจแน่ๆ
ฉะนั้นฉันกลัว
ฉันกล้าที่จะพิมพ์คำว่าฉันรักคุณ แต่แท้ที่จริง...ฉันไม่รู้เลยว่าฉันรู้สึกอะไรกันแน่
ฉันไม่กล้าเลยที่จะรู้สึกกับคุณไปมากกว่านั้น เพราะถ้าคุณรู้...ไม่สิ คุณรู้แค่คุณทำเหมือนลืมมันไปเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆงั้นหรอ หรือคุณคิดว่าเด็กแบบฉันก็คงจะจริงจังกับเรื่องแบบนี่ไม่เป็นสินะ
คุณเอาแต่ถามฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าฉันน่ะชอบใครกันแน่ หรือฉันน่ะมีแฟนแล้วหรือยัง ทุกครั้งฉันก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วยิ้ม 
ฉันชอบคุณนั่นคือสิ่งเดียวที่ใจฉันรู้ฉันได้กลิ่นของคุณ น้ำหอมของคุณ
กลิ่นห้องของคุณ มันคละคลุ้งอยู่ในสมองฉัน
ฉันตัดมันออกไม่ได้ ราวกับว่ามันเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตฉันไว้
ทุกครั้งที่ฉันเหม่อลอยกลิ่นหอมของคุณก็จะมาแตะจมูกทุกครั้ง ทำเอาฉันหันรีหันขวางมองหาคนแถวนั้นว่ามีคุณอยู่รึเปล่า...ทั้งๆที่เป็นไปไม่ได้เลยฉันก็ยังจะมองด้วยความหวัง
หวังว่าสักวันฉันได้กลิ่นน้ำหอมของคุณแล้วมองไปจะเป็นคุณมองกลับมาอยู่ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่เลย(*หัวเราะ*)
คุณน่ะบ่นฉันหลายครั้งหลายคราเรื่องการสบตาเวลาคุย รู้ไหม...ทำไมฉันไม่สบตาคุณสักครั้ง เอาแต่มองพื้น เอาแต่มองประตู เอาแต่มองเงาสะท้อนของตัวเองในเก้าอี้ตัวโปรดของคุณที่คุณมักนั่งพิงหมอนอิงใบสีเขียวมะกอก
เพราะฉันน่ะ...กลัว กลัวว่าจะตกหลุมรักคุณไปมากกว่านี้ สายตาของคุณมีพลังมากจนฉันไม่อาจจะสู้มันได้เลยสักนิด ถ้าฉันเผลอจ้องมันกลับไปอาจจะหลุดพูดความในใจของตัวเองออกไปก็ได้ใครจะรู้...ดังนั้นฉันก็เลยหลบสายตาที่คุณจ้องมายังไงล่ะ ทุกครั้งที่ฉันกลั้นใจมองไปที่คุณน่ะ คุณกลับไม่จ้องตอบกลับมาซะงั้น หรือไม่คุณก็จ้องตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มของคุณ ทำเอาฉันพ่ายแพ้ไปซะทุกรอบ จำเป็นต้องหลบสายตากลับไปตั้งตัว
ฉันล่ะเกลียดความอยากรู้อยากเห็นของคุณจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็เป็นแค่การสอบถามธรรมดาทุกครั้งที่เราเจอกัน แต่บางคำถามที่เกี่ยวกับความรักฉันก็เลือกจะเลี่ยงมันเพราะถึงบอกไปคุณก็ไม่เชื่ออยู่ดี...หรือถึงแม้จะเชื่อคุณก็เห็นมันเป็นแค่ความรักที่ไม่จริงจัง
ขอโทษละกัน...ขอโทษที่ฉันต้องเป็นแบบนี้ ขอโทษที่ฉันรักคุณเหมือนคนปกติไม่ได้
หมดชีวิตฉันให้เธอได้ ทำไมแค่คำคำนี้ ถึงไม่มีสักคำให้คนอย่างฉัน
SHARE
Written in this book
บันทึกของผู้ป่วย
บันทึกของผู้ป่วยคนหนึ่งที่หลงรักนักจิตวิทยาประจำตัว
Writer
peachful
patient
คนคิดมาก

Comments