คุยกับหนังสือ : For Men Only
ถ้าให้นิยามกับหนังสือเล่มนี้ ผมขอเรียกว่า หนังสืออันทรงคุณค่าสำหรับชีวิตคู่

หนังสือเล่มนี้ช่วยดูแลชีวิตคู่ของผมตั้งแต่คบกับแฟนใหม่ๆจนตอนนี้เราได้แต่งงานกัน

ถือว่าผมโชคดีมากที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ เข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตีพิมพ์แล้ว แม้แต่ตามร้านหนังสือมือสองก็ยังหายาก ขนาดผมเดินบ่อยๆ แถมมองหาในออนไลน์ด้วยก็ยังไม่เคยเจอซะที แต่ถ้าคุณผู้ชายคนไหนกำลังรู้สึกเหนื่อยใจกับ “ผู้หญิงของคุณ” แล้วคุณไปเจอหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญก็ขอให้คุณควักเงินซื้อมันมาซะเถอะ

หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้ชายมีแผนที่เดินทางในจักรวาลของผู้หญิง มันจะช่วยให้เปลี่ยนความเข้าใจในตัวผู้หญิงอย่างผิวเผินเป็นการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อย่างบทที่ 2 จะช่วยลบความคิดที่ว่าเมื่อชายหญิงแต่งงานกัน รักนั้นจะมั่นคงตลอดไป ของแบบนั้นอาจจะมีแต่ในเกม Harvest Moon

ผู้หญิงสามารถมีความไม่มั่นคงในอารมณ์ได้ตลอดเวลา บางครั้งจู่ๆเธอก็ถามว่าคุณรักเธอมั้ย ทั้งๆที่คุณไม่ได้มีพฤติกรรมนอกใจ บางครั้งเธอก็พูดจาถากถางและระรานโดยไม่มีเหตุผล หรือบางครั้งเธอเธออาจจะผลักไสคุณไปไกลๆ แต่ก็รู้สึกเศร้าหรือโกรธเมื่อคุณไม่อยู่ใกล้ๆ

แล้วทำไมเธอถึงมีอารมณ์พวกนี้ล่ะ บางทีก็มาจากพฤติกรรมของคุณที่ทำโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นการเพิกเฉย หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธอเหนื่อยล้าจากการงานหรือการเลี้ยงลูก

ไม่ว่าปัญหาจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามีสัญญาณเตือนภัยว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ไม่มั่นคง คุณก็ควรจะเตรียมตัวรับมือ ซึ่งบทที่ 2 นี้ก็มีวิธีช่วยคุณได้

อย่างเช่น ระหว่างที่มีปัญหา “จงยืนยันความรักของคุณ” แม้คุณจะพึ่งทะเลาะกับเธอจนไม่อยากบอกรัก แต่แค่ยืนยันว่าระหว่างเรายังโอเคกันอยู่นะ เท่านี้ก็ช่วยบรรเทาความรู้สึกของเธอได้และคุณก็จะมีเวลาทบทวนสิ่งที่คุณทำมากขึ้น

ผู้ชายและผู้หญิงมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกันเวลาที่มีความขัดแย้ง สำหรับผู้ชายนั้นพวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัว ส่วนผู้หญิงเวลาที่โศกเศร้านั้น ผู้เขียนบอกว่า “เธอไม่ได้ต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่เธอปรารถนาอ้อมกอดของคุณ”  

เมื่อคุณเข้าใจข้อนี้คุณก็จะรู้ว่าต้องทำยังไงเมื่อครั้งหน้าเธอมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคงอีก

เรื่องความไม่มั่นคงทางอารมณ์อาจจะเสริมอีกหน่อยด้วยบทที่ 4 สำหรับผู้ชายอาจจะคิดว่าความมั่นคงหมายถึงยอดเงินในธนาคาร คุณจึงทุ่มเททำงานดึกๆดื่นๆ แต่สำหรับผู้หญิงเห็นจะเป็นความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับสามีเธอมากกว่า

ที่น่าตกใจสำหรับผู้ชายคือ การที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน มีเซ็กซ์ด้วยกัน ไม่ได้แปลว่าเธอจะรู้สึกสนิทสนมกับคุณ แม้ตัวคุณจะอยู่ เธอก็สามารถรู้สึกเหงาขึ้นมาได้

แล้วถ้าจะสร้างความสนิทสนมต้องทำยังไง

ผู้เขียนบอกว่าส่วนใหญ่แล้วมาจากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่มาพร้อมกับ 1) การเป็นคนรักและ 2) เพื่อนที่ดีที่สุด ของกันและกัน  

คุณไม่จำเป็นต้องพาเธอไปดินเนอร์สุดหรูเพื่อกระชับความสนิทสนม แค่คุณทำสิ่งเล็กๆอย่างเช่นการที่คุณวางมือบนบั้นเอวของเธอและพาเธอเดินผ่านลานจอดรถ หรือส่งข้อความเสียงไร้สาระและเรียกเธอด้วยชื่อเล่นพิเศษที่รู้กันสองคน ส่วนการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดก็หมายถึงว่าคุณทั้งคู่รู้จักกันอย่างดีมากกว่าใครที่ไหนทั้งหมด
บทที่ผมชอบมากที่สุดคือบทที่ 4 และ 7 ในบทที่ 4 พูดถึงการฟัง บทนี้จะทำให้เรารู้ว่าผู้ชายหลายคน “ฟัง” ผู้หญิงไม่เป็น

เมื่อเธอมีปัญหากวนใจและมาเล่าให้คุณฟัง ผู้ชายส่วนใหญ่จะฟังเธอพูดและให้วิธีแก้ปัญหา แต่รู้หรือไม่ว่ามันทำให้เธอไม่พอใจ เพราะเธอจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้ “ฟัง” เธอเลย

ขอให้จำไว้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเล่าปัญหาให้คุณฟัง เธอไม่ได้ต้องการให้คุณแก้ปัญหา เธอแค่อยากให้คุณฟัง เธอเล่าเพื่อให้คุณเข้าใจความรู้สึกของเธอที่มีต่อสิ่งที่กำลังกวนใจเธออยู่ คุณจะได้ช่วยเธอแก้ปัญหาแน่ แต่ก่อนอื่นคุณต้องรับรู้ความรู้สึกเธอซะก่อน

เมื่อพูดถึงการฟัง ผู้ชายอาจจะสับสนระหว่างการฟังและการได้ยิน นิยามการฟังของผู้ชายอาจจะเป็น

“เธอกำลังพูดอยู่และผมก็ได้ยินว่าเธอกำลังพูดอะไร เพราะฉะนั้นผมจึงฟังอยู่”

แต่ที่จริงแล้วมันเป็นการปฎิบัติต่อคนๆหนึ่งเหมือนเขาเป็นเครื่องกำเนิดสัญญาณ

การฟังที่แท้จริงคือการที่คุณย้ายความสนใจของคุณออกจากสิ่งดึงดูดอื่นๆทั้งหมด และเอามาไว้ที่เธอ ซึ่งหมายถึงการหันหน้าไปคุยกับเธอ มองที่เธอ อยู่ห้องเดียวกับเธอ และอาจหมายถึงขจัดสิ่งรบกวนที่แทรกเข้ามาระหว่างนั้นด้วย  

แต่ใช่ว่าเมื่อฟังเธอแล้วคุณจะไม่ต้องทำอย่างอื่น หากคุณกำลังนั่งอยู่โดยไม่ให้ความสนใจต่อสิ่งที่ภรรยาของคุณพูด คุณก็ไม่ต่างอะไรจากตอไม้ การฟังไม่ใช่ “ผมจะนั่งตรงนี้และปล่อยให้เธอยิงกระหน่ำ” แต่เป็นความกระตือรือร้นในการจำแนกอารมณ์ของเธอ พิจารณาสิ่งที่เธอพูดและฟังเพื่อจับเรื่องที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง  

ดังนั้นการฟังจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด มันต้องใช้สมาธิสูง มันอาจจะทำให้คุณเหนื่อยล้า ถ้าถึงเวลานั้นก็ขอให้คุณบอกเธอไปว่าตอนนี้ถึงขีดจำกัดความสามารถในการฟังของคุณแล้ว ขอให้คุณกล่าวโทษตัวเอง ไม่ใช่เธอนะครับ

เมื่อคุณฟังและรับรู้ว่าปัญหาของเธอคืออะไร ต่อไปก็คือการรับรู้และเห็นด้วยกับความรู้สึกของเธอ คุณต้องเห็นพ้องกับความรู้สึกของเธอแม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอก็ตาม
 
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผู้เขียนสัมภาษณ์บอกว่า “ผู้ชายไม่ตระหนักถึงคุณค่าของการเห็นพ้องกับความรู้สึกของเรา เมื่อมันดูเหมือนไม่มีเหตุผล หรือไม่มีความสัมพันธ์กัน ถ้ามีผู้ชายซักคนสามารถเข้าใจคุณค่าของมันได้ เขาก็จะตัดเวลาที่ใช้โต้เถียงไปได้ครึ่งเลยทีเดียว”

เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันทางอารมณ์ คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักถ้าคุณจะพูดว่า “ที่รัก คุณไม่ควรรู้สึกแบบนั้นนะ” 
บทที่ 7 จะบอกว่าแท้จริงแล้วแม้ภรรยาของคุณจะดูฉลาดและหนักแน่น แต่ในตัวเธอก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆผู้อยากให้คุณคิดว่าเธอสวยและในสายตาของคุณก็มีแต่เธอเท่านั้น และผู้ชายเป็นเหมือนกระจกและในมือก็มีค้อนอยู่หนึ่งอัน

เรามีวัฒนธรรมที่คาดหวังว่าผู้หญิงต้องดูสวย ดูเด็ก ดูเซ็กซี่ เธอต้องต่อสู้กับความหวังเหล่านั้นและคนที่จะช่วยเธอได้ก็มีแต่คุณคนเดียว คุณเป็นเหมือนกระจกบานที่สำคัญที่สุด เป็นชายที่สามารถสะท้อนความคิดว่าเธอน่ารักขนาดไหนกลับไปที่ตัวเธอ  

“เรามีหน้าที่ให้กำลังใจผู้หญิงที่เรารัก เราไม่สามารถสัปหงกบนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น ตอนที่ผู้หญิงตัวเล็กๆกำลังหมุนไปหมุนมาได้” ผู้เขียนกล่าว

ในบทนี้อยากให้คุณเห็นความสำคัญของการชมว่าเธอสวย มันอาจจะรู้สึกแปลกๆในตอนแรก แต่ถ้าฝึกจนชินเดี๋ยวมันก็เหมือนกับการพูดว่า “หยิบแก้วน้ำให้หน่อย” นี่แหละ

แต่ระวังอย่าพูดคำว่า “ดี” ออกไป เพราะคำว่าดีไม่ได้แปลว่าดี ดีคือคำที่คุณพูดพึมพำกับแม่ ตอนที่แม่ถามว่าที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง ผู้เขียนบอกว่าการพูดว่าดีตอนที่เธออวดชุด มันจะหมายความว่า “ไม่ คุณไม่ได้สวยสะท้านใจผม”

แม้ว่าคุณจะทำหน้าที่เป็นกระจกได้ดีขนาดไหน แต่คุณอาจเผลอทำให้เธอสะเทือนใจได้ ถ้าคุณชายตาไปมองที่อื่น

ผู้หญิงจะมั่นใจอย่างมหาศาลเมื่อรู้ว่าสามีของเธอคิดว่าเธอสวย แต่พลังนั้นก็มีด้านมืด เพราะถ้าผู้หญิงเห็นว่าตาของสามีเธอก็ไปรับรองความสวยของผู้หญิงอื่นด้วย เธอจะเลิกรู้สึกเป็นคนพิเศษทันที  

และนี่แหละคือความหมายของค้อนในมือของเรา

มันคือการเอาค้อนในมือทุบกระจก

กระจกบานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ

จนแหลกละเอียด…

คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย แต่คุณก็ควรที่จะระงับพฤติกรรมนั้นซะหน่อย อย่างน้อยเวลาที่อยู่กับคนรักของคุณก็ขอให้มองแต่เธอก็พอ

จงให้ความละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของเธอ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตคู่แหลกละเอียด 
หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงพ็อกเก็ตบุ๊คเล็กๆ แต่ว่าแต่ละบทต้องใช้เวลาในการอ่านนานเหมือนกันเพราะรายละเอียดเต็มไปหมด แต่ละบทจะคอยบอกให้เราให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้ชายทำได้ แต่ดันมองข้ามมันไป

ในเล่มนี้ยังพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็สามารถทำให้การมีเซ็กซ์ของคุณดีขึ้น อย่างเช่น ถ้าคุณเข้าใจว่าฮอร์โมนเพศหญิงไม่เหมือนเพศชาย คุณก็จะเข้าใจว่าเธอไม่ได้มีความต้องการทางเพศน้อยกว่าคุณ แต่เธอต้องการ “เวลาอุ่นเครื่อง” นานกว่า ถ้าคุณทำให้เธอ “รู้ตัวล่วงหน้า” เธอจะมีแนวโน้มปฏิเสธการมีเซ็กซ์กับคุณน้อยลง

เช่น คุณพาคนรักของคุณไปดินเนอร์ ขณะที่กำลังทานอยู่ คุณกระซิบเบาๆบอกเธอว่า “ผมทนรอกลับไปทานของหวานที่บ้านไม่ไหวแล้ว” แน่นอนว่าเธอจะรู้ตัวว่าเธอนั่นแหละคือของหวาน และเธอก็น่าจะทานอาหารมื้อนั้นเร็วขึ้น

หรือแม้กระทั่งการช่วยทำงานบ้านก็สามารถช่วยให้เธออยากมีเซ็กซ์บ่อยขึ้นเพราะพวกเธอจะมีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ยังยืนยันคำเดิมว่าถ้าเจอเล่มนี้ขอให้ซื้อเก็บไว้


SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
เพจนี้เป็นเหมือน sandbox ของผมครับ เอาไว้ฝึกปรือการเขียน เอาไว้ทดลองเขียนแนวคิดต่างๆ เอาไว้แบ่งปันสิ่งที่ผมพบเจอ เพราะงั้นบางทีเนื้อหาอาจจะมีหลายๆแนว หวังว่างานเขียนของผมจะมีประโยชน์และทำให้ผู้อ่านเพลินไปกับมันนะครับ

Comments