วันนี้ยายสวมเสื้อลูกไม้สีขาว
เช้านี้เเสงเเดดมาช้ากว่าวันก่อนๆ อาจเพราะพายุที่ยังไม่หมด 

"เหมียว เหมียว"

ฉันมองหาเสียงนี้ รู้เเล้วว่าเป็นเสียงของเเมวสุดเเสบ เเมวฉันเองล่ะ
เสียงดังมาจากหลังระเบียงบ้านชั้นสาม
มองผ่านกระจกออกไปก็เห็นเเมวลายสลิดนั่งอยู่บนราวระเบียง 
เเละมันยังคงร้อง ร้องไม่หยุด
 
"เเป๊บนึง รอเเป๊บนึงสิอ้วน"

ฉันพูดพร้อมกับเปิดกลอนทั้งสองอันออกไป 
ช่วงนี้ฝนตก อากาศชื้นทำให้ประตูขยาย เเละเปิดยากเอาการ 
กว่าจะเปิดออกได้นี่ต้องออกเเรงเยอะเลยทีเดียว

"เเล้วออกไปเองได้ เเต่กลับเข้ามาไม่ได้นะบรรเจิร์ส"

เเมวตัวเเสบของฉันไม่ร้อง เเต่รีบกระโจนตัวเข้าบ้านอย่างไว
ฉันลงมาจากชั้นสามพร้อมกับกระเป๋าเเละตะกร้าผ้าอีกทั้งเสื้อผ้าที่ใช้เเล้วอย่างพะรุงพะรัง
โดยที่มีบรรเจิร์สวิ่งลงบันไดนำทางไปก่อน ไม่สิ วิ่งขวางทางมากกว่า
วันนี้ต้องซักผ้าเเล้ว ไม่งั้นคงไม่มีเสื้อผ้าใส่ 

ฉันเปิดประตูร้าน มองเห็นสตรีสวมใส่ผ้าไทย เดินผ่าน 
ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้หลังบ้านจะมีการจัดงานวันเเม่ 
นี่คงเป็นบรรดาเเม่ๆ ที่กำลังจะไปเข้าร่วมพิธี

ขับรถผ่านร้านค้า ผ่านร้านสะดวกซื้อ เข้าไปในย่านการค้า ก็เห็นมีการปิดถนนทางเข้าวัด 
ตรงนั้นน่าจะเป็นจุดที่เขาจะมีพิธีวันเเม่ขึ้น ยิ่งขับเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นสตรีรุ่นเเม่รุ่นยาย 
สวมชุดผ้าไทยกัน ก็ทำให้อดนึกถึงยายไม่ได้ 
ถ้าวันไหนที่โรงเรียนมีงานพิธี ยายจะใส่เสื้อลูกไม้สีขาว นุ่งผ้าถุงผืนที่สวยที่สุด 
ถือกระเป๋าใบจิ๋ว เเละสวมรองเท้าทรงสุภาพสีดำส้นเตี้ย 

เมื่อเข้าเดือนสิงหาคุณครูประจำชั้นจะประกาศตั้งเเต่เนิ่นๆ 
ว่าโรงเรียนจะมีการจัดงานวันเเม่ 
เเละจะให้ฉันเเละเพื่อนๆ พาเเม่มาโรงเรียนด้วย 

ฉันกลับไปถึงบ้านก็รีบบอกเรื่องนี้กับยาย 

"เเม่ไม่ได้มาหรอก ลางานไม่ได้"
"อีกเเล้วหรอยาย เเม่มาได้ได้ทุกที"

"ไม่เป็นไร ยายเป็นเเม่ให้เอง"
"มันไม่เหมือนกันหรอก"

โรงเรียนเขาบอกว่าเเม่ ก็ต้องให้เเม่จริงๆ มาสิ ไม่ได้เป็นวันยายสักหน่อย
ที่จะให้ยายมา,
เเม่คงติดธุระจริงๆ เเม่คงลางานไม่ได้ 
ก็นี่ไงมียายไปเเทนเเล้ว 
ฉันบอกตัวเองซ้ำๆ เกือบทุกปี 

ความคิดของวัยเด็กที่ยึดเอาว่าต้องเป็นเเม่จริงๆ เท่านั้น 
โรงเรียนบอกว่าเเม่ ก็ต้องเป็นเเม่ตัวเป็นๆ เเม่จริงๆ 

เเละเมื่องานพิธีวันเเม่มาถึง 
ฉันหันหลังไปชะเง้อมองหายายอยู่ตลอด ยายมารึยังนะ ยายจะลืมมั้ยนะ
เเละไม่นาน ไม่นาน สายตาฉันก็หยุดมองหา เพราะฉันเห็นยายนั่งอยู่บนม้านั่ง
ท่ามกลางเเม่คนอื่นๆ ยายนั่งหลังตรง เเละใบหน้าของยายขาวผ่องสดชื่น 
เเม้จะในวัยหกสิบเกือบเจ็ดสิบเเล้วก็เถอะ

กิจกรรมในงานพิธีวันเเม่ก็จะให้นักเรียนเเสดงความรักที่มีต่อเเม่ 
โดยการติดดอกมะลิลงไปที่หน้าอกของเเม่ เเละให้กอด, หอมเเม่ บอกรักเเม่

เอาเข้าจริง ยายของฉันไม่ได้มาโรงเรียนเฉพาะวันเเม่ 
เเต่ยายมาโรงเรียนทุกวัน ทุกตอนเที่ยง 
มาพร้อมกับปิ่นโตอาหารกลางวันของฉัน 
เมื่อคุณครูปล่อยให้นักเรียนไปพักกลางวัน 
ฉันก็จะเดินไปหายาย ตรงม้านั่ง จุดที่ยายมักจะมานั่งรอฉัน 
ฉันอาจจะยังไม่ได้บอกว่ายายเป็นคนที่ตรงเวลามาก 
เมื่อถึงเวลาพักฉันจะมองเห็นยายนั่งคอยอยู่ที่เดิมเสมอ 

ในหอประชุมทุกปีจะมีการเปิดเพลงประจำวันเเม่ นั่นคือเพลง ค่าน้ำนม 
เพลงที่ใครได้ยินก็ทำให้น้ำตาคลอเบ้า 
ฉันติดเข็มกลัดดอกมะลิลงไปตรงหน้าอกยาย หอม กอด เเละบอกว่ารักยายมากที่สุดในโลก

จริงอยู่ 
ความเป็นเด็กทำให้ฉันคิดว่า 
วันเเม่ต้องเป็นเเม่เท่านั้นที่จะไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน 
ใครก็มาเเทนเเม่ไม่ได้

เเต่มาถึงตอนนี้ ตอนที่ฉันอายุ 25 ปีเศษ 
ต้องรอให้เวลาผ่านไปเสียก่อน จึงจะทำให้ฉันเข้าใจได้ 

ว่า
ก็จริง ยายไม่ได้เป็นคนเบ่งคลอดฉัน ไม่ได้มีศักดิ์เป็นผู้ให้กำเนิดฉัน
เเต่ยายคือผู้ที่เลี้ยงดู ฉันมาตลอดหลังจากสามเดือนที่เเม่หมดเวลาลาคลอด
หลังจากสามเดือนนั้น ฉันได้มีเเม่อีกคน เเม่คนที่เป็นผู้ปกครองให้ฉันที่โรงเรียน
คนที่คอยส่งอาหารกลางวันให้ฉันตลอดสี่ปี คนที่ฉันถามหาขนมกวนทุกครั้งเวลาที่ฉันกลับถึงบ้าน คนที่พาฉันไปหาหมอตามนัดทุกเดือน หรือเเม้ในยามที่ฉันเป็นอีสุกอีใส ตัวลาย เป็นตุ่มไปทั้งตัว ยายยังไปหาใบของทุเรียนน้ำ มาขยี้เเล้วทาบนท้องของฉัน เช็ดตัว เอายาเขียวให้กิน
จนหาย

มันไม่จำเป็น 
ไม่จำเป็นเลยว่าวันเเม่จะต้องเป็นเเม่ที่ให้กำเนิดเท่านั้น 
ไม่เลย เพราะสำหรับฉันเเล้ว คนที่คอยหิ้วปิ่นโตมาให้ฉันที่โรงเรียนทุกวัน
เขาก็เป็นเเม่อีกคนของฉันเหมือนกัน 




SHARE

Comments