อย่าไปกลัว " วันพรุ่งนี้ "
   เชื่อว่าหลายๆคนต้องมีเรื่องให้คิด ให้กังวลใจกันบ้างแหละ เราก็เช่นกัน เพราะบางปัญหามันยืดเยื้อมานาน มีผู้ที่มีอิทธิพลมาแทรกบ้าง มีการอุปทานหมู่บ้าง ต่างคนก็ต่างปัญหากันออกไป จนหลายๆครั้ง มันทำให้เรา " กลัว " ... กลัวที่จะต้องตื่นไปเจอกับปัญหาที่น่าเบื่อหน่าย จนลืมไปว่า " ชีวิตคนเรามันสั้น ถึงจะรู้สึกแย่แค่ไหน แต่เวลาก็ยังคงเดินต่อไป เดี๋ยวก็หมดวันแล้ว "ความทุกข์ที่อยู่ตรงหน้ามันอยู่กับเราไม่นาน
แต่ความทุกข์จะอยู่นาน ถ้าเราเก็บมาคิดมาก
   1 วัน มี 24 ชั่วโมง เราทำงานประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน แล้วอีก 16 ชั่วโมงที่เหลือล่ะ? 
ถ้าใน 8 ชั่วโมงนั้นเราทุกข์ เราก็ควรทำอีก 16 ชั่วโมงที่เหลือนั้นให้มีความสุขสิ

      แล้วจะทำยังไงให้มีความสุขล่ะ ? ...

   เราควรเริ่มจากการเปลี่ยนมุมมอง " หนีปัญหาวันนี้ พรุ่งนี้ก็ยังต้องเจอ " ... ลุยเข้าไปเลยสิ อย่าไปกลัวปัญหา มันอาจจะเหนื่อย รู้สึกแย่ในตอนนั้นมากๆ แต่ถ้าเราเคลียร์ให้จบ เราก็จะจบแค่ตรงนั้น ไม่ต้องมานั่งคิด กังวลใจ ค้างคาใจ เพราะยังไงก็หนีไม่พ้น
การเริ่มต้นวันใหม่ไม่ใช่หลังจากตื่นนอน แต่เป็นก่อนนอน

   เปลี่ยนแนวชีวิตประจำวัน... 
   จากที่ทุกๆวันเราจะตั้งนาฬิกาปลุกด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน นอกจากจะตื่นมาปิดนาฬิกาปลุกนั่นแล้ว ยังต้องเห็นการแจ้งเตือนต่างๆอีก ลองเปลี่ยนมาเป็น ก่อนนอน ให้เอาโทรศัพท์ไปชาร์จไว้ไกลจากตัวเรา แล้วตั้งปลุกด้วยนาฬิกาปลุก เราทดลองแล้ว เราสบายใจขึ้นมาก เพราะบางวันพอกำลังจะหลับเดี๋ยวก็แชทเข้า นั่นนี่เข้า พอได้ลองทำวิธีนี้แล้ว รู้สึกดีขึ้นมากๆ
   ปรับเปลี่ยนห้องนอน ควรให้ห้องนอน ตำแหน่งเตียงนอนของเรา มีแสงแดดส่องผ่านถึงได้ เราเคยทดลองแบบว่า ตื่นนอนแบบเห็นแสงแดด กับ ตื่นนอนแบบห้องสลัวๆ เราว่าตื่นนอนแบบเห็นแสงแดด มีแสงส่องเข้าถึงมันสดชื่นกว่ากันมากๆและก็ควรดื่มน้ำตามอุณหภูมิห้องหลังตื่นนอน มันทำให้เฟรชมากๆเลยล่ะ
   ส่วนช่วงระหว่างการเดินทางไปทำงาน ถ้าเราเบื่อเพลงเดิมๆ เพลย์ลิสต์เดิมๆ แนะนำลองฟั
งวิทยุไม่ก็ Podcast ตามหัวข้อที่สนใจก็ได้ มันช่วยได้มากจริงๆ
   
   จากที่จะเอาเวลาที่เราเครียด กังวล อึดอัดกับอะไรบางอย่างตรงนี้ ไปใช้ในการพัฒนาตัวเอง ทำงานอดิเรกที่ไม่เคยทำ ทำในสิ่งที่สนใจล่ะ :)

และที่สำคัญควรจำไว้เสมอว่า
อะไรที่มันผ่านมาแล้วให้มันผ่านไป จบไป ไม่ต้องเก็บมาคิดซ้ำๆ
ไม่ต้องจมอยู่กับอดีต ไม่ต้องกังวลไปถึงอนาคต ทำจุดนี้ให้ดีมันจะดีเอง
SHARE
Writer
BRW
Freelancer
ความคิดของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เคยอยู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กร แต่ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์

Comments