นครฝุ่น
โยนนาฬิกาปลุกใส่ผนัง หญิงสาวปล่อยตัวลง เตียงขาวยวบตามน้ำหนักเธอ ฝุ่นฟุ้งขึ้นเต็มห้องที่ฟุ้งไปด้วยฝุ่นอยู่เเล้ว แสงอาทิตย์เช้าลอดซอกตึกเก่า ทะลุกันสาดที่เต็มไปด้วยตะไคร่ สะท้อนผนังร้าวตึกข้าง ๆ ก่อนจะทะลุหน้าต่างขมุกขมัวเข้ามา แล้วแสงแดดก็ถูกกลืนกินโดยฝุ่น



และฝุ่นก็กำลังจะกลืนกินเธอ



เธอจ้องพวกมันอยู่อย่างนั้น




ประตูถูกกระชากเปิด ผู้บุกรุกไอค่อกแค่ก โวยวายเสียงดังด้วยเนื้อหาเดิมกับเมื่อวาน เมื่อวานซืน และทุก ๆ วันที่ผ่านมา สิ่งเดิมคือหญิงสาวนิ่งอยู่กับที่ สำหรับเธอเสียงสบถดังฟุ้งอยู่ไกล ๆ รู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกโยนเข้าห้องน้ำที่มีแต่คราบสกปรก คราบเขียวขยายไปทั่วห้อง พื้น ผนัง ขึ้นไปที่ฝักบัว ไหลตามน้ำลงมากระทบพื้น ขึ้นไปบนผนัง ฝักบัว และไหลลงมาอีกครั้ง



เธอยืนมองวัฏจักรนั้น



เธอเปลือยเปล่า



น้ำร้อนเกินกว่าที่เธอจะสัมผัสมัน



ห้านาทีต่อมาหญิงสาวออกจากห้องน้ำ แสร้งเช็ดตัว สิบนาทีต่อมา เธอในชุดนักเรียนสีฝุ่น ปิดประตูห้องเช่า ไม้ผุสั่นครืนตามด้วยเสียงสบถแหลมทะลุบานไม้ออกมา เธอก้าวค่อยตามทางเดินที่มีแต่กลิ่นปูนเปลือย เศษอาหาร หนู ขี้หนู และตะไคร่น้ำ เธอพาตัวเองลงบันไดปูนร้าวมาหกชั้น เดินออกจากอาคารเก่าคร่ำสู่ถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในหน้ากากขาว เธอเดินไปถึงโรงเรียน ทางเข้าแน่นขนัดด้วยผู้คน นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชาวบ้านสอดรู้ออเต็มถนนขวางรถพยาบาลส่งเสียงไซเรนบาดหู หน้าตึกเรียนห้าชั้นพยาบาลยกร่างชายกลางคนโชกเลือดขึ้นเปล



นิ่งสนิท



หญิงสาวแทรกฝูงชนไปยืนเข้าแถวกลางสนาม นักเรียนต่างแหวกทางหนีเธอ แดดเช้ากัดผิวแม้ฟ้าจะเต็มไปด้วยฝุ่น



เธอจ้องพวกมันอยู่อย่างนั้น



หน้าเธอถูกฟาดเต็มแรง ไม้บรรทัดพลาสติกกรอบหักครึ่ง หญิงวัยกลางคนใต้ชุดข้าราชการร้องไห้ ตะโกนด่า ร้องไห้ ตะโกนด่า มันเป็นเสียงฟุ้งอยู่ไกล ๆ สำหรับเธอ ชุดกากีชี้หน้าเธอ จับหน้า ตบหน้า ชี้หน้า จับหน้า ตบหน้า



เธอยืนมองวัฏจักรนั้น



เธอเปลือยเปล่า



ยามหน้าโรงเรียนตะเพิดหญิงสาวตอนบ่ายแก่ เธอฉีกใบพักการเรียนโปรยไปตามทาง สองข้างเป็นตึกแถวผุเก่าที่มีระเบียงเเละกันสาดโสโครก ท่อพีวีซียื่นออกจากตัวตึกยุบยับราวกับขนสัตว์ที่หยดเหงื่อกลิ่นคาวดังติ๋ง ๆ

เธอเลี้ยวเข้าตรอกแคบ ก้าวตามวกจนถึงตึกแถว ร้าง เงียบ และเต็มไปด้วยหยากไย่ ผนังปูนโบราณเต็มไปด้วยคราบสีดำ ด้านในโล่งเปลือยไม่มีเครื่องเรือนสักชิ้น หญิงสาวก้าวผ่านซุ้มหน้าที่ไม่มีประตู ขึ้นบันไดสามชั้นสู่ดาดฟ้า เธอมองเมืองที่เต็มไปด้วยตึกเก่าและฝุ่น



เธอจ้องพวกมันอยู่อย่างนั้น



เธอเปลือยตนเอง แนบเนื้อหนังลงกับซีเมนต์สีคล้ำ เฝ้ามองฟ้าสีฝุ่นเหนือมหานครแห่งฝุ่น




"ตื่นได้แล้ว..." เสียงหนึ่งปลุกหญิงสาวให้ลืมตาเพื่อพบว่ายามเย็นเยือนเร็วกว่าที่คิด เธอหันไปมองเพื่อนสาวเพื่อพบว่างเปล่าสะท้อนในนัยย์ตา "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน" / "อืม…" / "ฉันเกลียดแม่" / "อืม…" / "ฉันไม่เหลือใครแล้ว…" เสียงพร่ำดำเนินไป เธออยากตอบผู้มาเยือนเหลือเกินว่าหล่อนยังเหลือเธอ แต่เธอเป็นเช่นเดียวกันคือเหนื่อยเหลือเกิน… สองว่างเปล่าเปลือยเปล่าว่างเปล่าข้างกันจนตึกกลืนตะวันสีส้มหายไป "หลังจากนี้ฉันคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้วนะ" / "อืม…" / "...หรือไม่ว่าที่ไหน… ตลอดไป" / "อืม… ฉันด้วย" ทั้งคู่กอดร่ำลาเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เบาบางและแนบแน่น เนิ่นนานและรวดเร็ว ผละออกจากกันแต่คล้ายยังคงอยู่ ราวกลับพวกเธอสลายกลายเป็นฝุ่นกลืนไปกับพื้นหลังของเมือง




ในชุดนักเรียนเดียวกับเมื่อออกจากห้องเช่าแต่ยู่ยี่มอมดำ หญิงสาวเดินวนขึ้นอาคารที่เต็มไปด้วยเสียงก้องของรายการทีวี ดังออกจากทุกบานประตูพร้อมเพรียงสะท้อนไปมาอู้อี้ล้อผนังปูนเย็นเฉียบ ก้าวผ่านโคลนเหนียวของเสียงในอากาศพาตัวเองมาถึงประตูไม้บานเก่าเพื่อที่จะเปิดเข้าไปและโดนอะไรบางอย่างเหวี่ยงเข้าใบหน้าครั้งที่เท่าไรไม่รู้ของวัน ตามด้วยสบถโหมแรงกว่าเมื่อเช้า กูไม่เคยสอนให้มึงเป็นกะหรี่ เธอถูกฟาดแก้มซ้าย กูเลี้ยงมึงมา มึงเห็นหัวกูบ้างมั้ย กูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แก้มขวา มึงไปได้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ แก้มซ้าย แต่เธอชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว หญิงสาวไม่ตอบคำถามปล่อยความเงียบเข้าแทนที่ผรุสวาท ปล่อยว่างเปล่าเข้าแทนที่คำตอบ หวังเป็นครั้งสุดท้ายว่าน้ำตาจะเป็นหลักฐานของความไว้ใจ สะอื้นเพรียกร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหยุดลงด้วยชามพลาสติกชมพูที่กระแทกเข้าใบหน้า



คืนนั้นในห้องคลุ้งฝุ่น ไม่มีเสียงสะอื้น หญิงสาวนั่งอยู่ปลายเตียง จ้องมองฝุ่นอยู่อย่างนั้น



เธอเปลือยเปล่า



เธอจ้องมองพวกมันอยู่อย่างนั้น



แดดรุ่งสางริบหรี่ผ่านทางกระจกมัว เป็นริบหรี่สุดท้ายที่หญิงสาวเห็นและเป็นริบหรี่สุดท้ายของเธอเช่นกัน ก่อนที่เธอจะสลายกลายเป็นฝุ่น เช่นเดียวกับเพื่อนสาวผู้เปลือยเปล่าร่วมดาดฟ้า ครูหญิงผู้เป็นเจ้าของเหยียดหยามกลางสนามโรงเรียน ครูชายผู้เป็นรักเดียวของเจ้าของไม้บรรทัดพลาสติก และแม่ของเธอในอีกสองเดือนข้างหน้าผู้ไม่เป็นที่รักของใครอีกต่อไป พวกเขาสลายเป็นฝุ่นหนา หลอมรวมเข้ากับฝุ่นที่เขราะในห้อง ที่ฟุ้งตึกเช่าเน่าเหม็น ที่แพร่ไปในชุมชน ที่กลืนกินมหานคร






























SHARE
Written in this book
บทกวีของอินเทอร์เน็ต
บนอินเทอร์เน็ต ฉันหวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นบทกวี
Writer
Tarandtar
นักเขียนคนโปรดของคุณ
เหมือนกับคุณ, เกิดและเติบโตบนอินเทอร์เน็ต - และพยายามจะเป็นศิลปะ * Pls leave any kind of comment

Comments

sonsiri
12 months ago
เขียนดีจังค่ะ 
Reply
Tarandtar
12 months ago
ขอบคุณครับ
Hibernation
12 months ago
งานเขียนของคุณเหมือนเรากำลังดูศิลปะอยู่เลยค่ะ การเปรียบเทียบและเล่าเรื่องราวมีกลิ่นอายความเศร้าแต่ยังสวยงามมากๆค่ะ💙
Reply
Tarandtar
12 months ago
ขอบคุณครับ ลองอ่านเรื่องอื่นได้นะครับ :)