คนไกลที่กลับมา
หลังจากผ่านไปหลายปี เธอกลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง คราวนี้ไร้พันธะผูกพัน แต่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกลับแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเก่า เราเดินจับมือกัน แม้ไร้สถานะที่ใช้บรรยาย
เวลาอยู่กับเธอฉันรู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด มีรอยยิ้มปรากฎอยู่บนใบหน้าอยู่เสมอ ไม่ใช่รอยยิ้มเสแสร้งแบบที่ฉันมักจะทำเวลาอยู่กับคนอื่น ฉันยิ้มออกมาจากความรู้สึกข้างในอย่างแท้จริง เธอบอกกับฉันว่าเธอก็รู้สึกเหมือนกัน เธอไม่เคยต้องฝืนทำตัวเหมือนมีความสุขเวลาเราอยู่ด้วยกัน

การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ผู้คนล้วนฉาบฉวยและเสแสร้ง ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยหล้าเสียเหลือเกิน วันหนึ่งขณะเรานอนกอดกัน เธอถามฉันว่าทำไมเราถึงยังต้องฝืนยิ้มอยู่ ทั้งที่ข้างในอ่อนหล้าไร้พลัง ฉันตอบเธอว่านั่นเป็นเพราะเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ในสังคมจอมปลอมนี้ ไม่ต่างออกไปจากคนอื่น เราจำเป็นต้องฉาบฉวย และเสแสร้ง เพื่อให้สถานการณ์ผ่านไปอย่างราบรื่น เธอบอกว่าคงจริงอย่างนั้น เมื่อเดินออกสู่โลกภายนอกเราก็คงจะต้องทำหน้าที่เดิมๆ นั้นต่อไป

มีอีกหลายสิ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้ ที่เราเองไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ในทางกลับกัน โลกก็คงไม่มีวันเข้าใจความสัมพันธ์ของเราเช่นกัน
ทุกครั้งที่ฉันออกไปกับชายหนุ่มหน้าใหม่ๆ เธอเป็นคนแรกที่ได้รับฟังเสมอ เธอรู้รายละเอียดลึกซึ้งกว่าใคร คนไหนหน้าตาดี คนไหนมารยาทแย่ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ฉันจูบกับอดีตเพื่อนร่วมชั้นตรงริมทางเดินของร้านเหล้า และปล่อยให้เขาลูบไล้เรือนกายอยู่นานสองนาน

เธอเล่าเรื่องหญิงสาวคนนั้นให้ฉันฟัง คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน คนที่เธอสนใจ ฉันสนับสนุนให้เธอลองเปิดโอกาสคุยกับ "สาวรุ่นราวฉัน" ดู  เธอถามว่าฉันโอเคไหม แต่ฉันไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ในเมื่อเราเห็นตรงกันตั้งแต่ต้นว่าความสัมพันธ์แบบไร้การผูกมัด และความคาดหวังจะทำให้เราไปด้วยกันได้นานกว่า 
ฉันบอกเธอว่าโอเค แล้วเธอก็เผยความในใจ ว่าเริ่มไม่แน่ใจเรื่องความสนใจในตัว "สาวรุ่นราวฉัน" ซะแล้ว ฉันบอกเธอว่า ณ ตอนนี้ฉันโอเคกับทุกอย่างจริงๆ ชอบที่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว จะไม่ต่อว่าหากเธอมองคนอื่น เพราะอันที่จริงฉันเองก็มีนัดกับชายหนุ่มหน้าไม่ซ้ำอยู่ทุกวัน เธอเองก็รู้ดี
เธอตอบว่ากลัวจะทำร้ายความรู้สึกฉัน เพราะเธอเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

ฉันรู้ดีว่าลึกๆ แล้วเธอรู้สึกอย่างไร ไอ้ความรู้สึกที่ว่าเหมือนกัน คือความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของเรา สายสัมพันธ์ของเราแนบแน่นมากกว่าครั้งไหน ถึงเธอจะมีคนอื่น หรือฉันจะมีคนแปลกหน้ามาขอนัดอยู่บ่อยๆ เราก็เป็นที่หนึ่งในใจกันและกันเสมอ ช่องว่างในฐานะคนพิเศษได้ถูกเติมเต็มไปเรียบร้อยแล้ว


ฉันกรีดร้องสุดเสียงขณะเธอขยับเข้ามาในกายฉัน
แสงสีขาววูบผ่านเข้ามาในจิตใต้สำนึกของฉันขณะเราร่วมรักกัน ฉันกรีดร้องราวกับคนบ้า พร่ำเรียกแต่ชื่อเธอไม่ขาด พร้อมบอกว่ารู้สึกดีขนาดไหน เธอตอบรับทุกครั้งที่ฉันเปล่งเสียง รู้สึกดีไปพร้อมๆ กับฉันอย่างไม่เสแสร้ง ฉันถึงจุดไคลแม็กซ์หลายครั้งจนนับไม่ถ้วนในชั่วโมงยามที่เราร่วมรักกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องการให้เธอปรนเปรอต่อไปเรื่อยๆ 
ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ฉันไม่เคยร่วมรักอย่างเป็นสุขกับคนรักเก่า แต่ละท่วงท่า และวินาทีผ่านไปอย่างทรมาน ได้แต่ขอให้กิจกรรมนี้จบลงเร็วๆ 
แต่พอเป็นเธอ ฉันกลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่หิวกระหาย และมีความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อทุกอย่างจบลง เรานอนกอดกันด้วยร่างเปลือยเปล่าใตผ้าห่มหนาอุ่นของเธอ ทั้งห้องเงียบสงัด ได้ยินแต่เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนอยู่ด้านนอก เราต่างอยากหยุดเวลานี้ให้คงอยู่นานแสนนาน 
"ไม่อยากให้กลับเลย"
เธอกล่าวออกมาเพื่อย้ำเตือนว่าชั่วโมงแห่งความสุขใกล้จบลงแล้ว

เธอเปิดประตูห้อง เดินออกมาส่งฉัน เวลาแห่งความสุขหมดลงแล้ว เราต่างรู้ดีว่ายังมีครั้งหน้ารออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็กลัวว่าสักวันหนึ่ง เรื่องราวทั้งหมดนี้จะต้องจบลงเช่นเดียวกัน
SHARE
Writer
siarra
writer
dreamcatcher

Comments