What you taught me about my self-worth
ฉันชอบผู้ชายคนหนึ่งมากๆ มาเป็นเวลา 4 ปีเต็มของชีวิตมหาลัย
โดยที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้พัฒนาไปไหนเลยนอกจากคำว่า 'พี่-น้อง' ที่สนิทใจกันในระดับหนึ่ง
ในช่วงแรกๆ ฉันไม่เคยกล้าที่จะเข้าหาเขา ทั้งที่ความจริงแล้วมันมีโอกาสมากมายให้ฉันได้ใช้
ด้วยปมในวัยเด็กของฉันที่ทำให้ไม่เคยมีความมั่นใจในตัวเองและเชื่อมาตลอด
ว่าคงไม่มีใครมาหลงรักคนแบบฉันที่ไม่ได้หน้าตาและรูปร่างสะสวยตามพิมพ์นิยมได้หรอก

ฉันจัดการวิเคราะห์เสร็จสรรพด้วยตัวเองว่า คนแบบเขาไม่มีทางที่จะมาชอบฉันได้ 
ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันอยู่แล้ว และเขาดูจะไม่ได้ไกลเกินเอื้อม 
เขาไม่ใช่คนที่หน้าตาดีแบบหนุุ่มฮ็อตที่เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย
แต่เขาก็โดดเด่นและโด่งดังในคณะด้วยนิสัยกล้าได้ กล้าเสีย และกล้าแสดงออก

ฉันชอบเขามาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน โดยที่ไม่กล้าจะแสดงออกมากนัก
ฉันแอบเก็บความรู้สึกนี้ไว้ตลอดมา 
และหล่อเลี้ยงความสุขในใจตัวเองด้วยโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้มีร่วมกัน
ฉันคิดกับตัวเองเสมอว่า เดี๋ยวความชอบนี้ก็คงจะหายไปเองเหมือนครั้งอื่นๆ
แต่มันกลับไม่เป็นแบบที่คิด

ฉันชอบเขาตลอดมา
จนวันหนึ่ง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาก็คบกับใครคนหนึ่ง
ใครคนนั้น เป็นผู้หญิงที่หน้าตาและรูปร่างสะสวย
เธอดูอ่อนหวาน น่ารัก น่าทะนุถนอม และยังฉลาด เรียนดี มีวินัย และรักสุขภาพอีกด้วย

ทุกเช้าที่ฉันตื่นขึ้นมาส่องกระจกหลังจากนั้น จากที่ฉันไม่ได้ชอบภาพสะท้อนในกระจกอยู่แล้ว 
ฉันยิ่งเกลียดคนที่อยู่ในกระจกนี้มากขึ้นอีกทวีคูณ
ฉันช่างตรงข้ามกับใครคนนั้นของเขาทุกอย่าง...

ฉันเปรียบเทียบตัวเองกับเขาคนนั้นมาตลอด
มันยิ่งตอกย้ำให้คิดว่า ฉันคงไม่มีวันได้เจอใครที่จะรักในส่ิงที่ฉันเป็นได้เลยจริงๆ
คงไม่มีใครเลือกรักฉันในขณะที่บนโลกนี้มีคนที่สวยกว่า เก่งกว่า น่ารักกว่า นิสัยดีกว่า
อยู่อีกมากมายให้เขาได้พบเจอ 

มันเป็นอะไรที่ช่างเจ็บปวด
และความเป็นจริงฉันก็ไม่ได้อยากที่จะคิดแบบนี้ ฉันไม่ได้อยากเกลียดตัวเองขนาดนี้
แต่ยิ่งฉันต้องพบเจอเขา และอยู่กับเขาทั้งสองคนมากขึ้นเท่าไหร
ฉันยิ่งสัมผัสถึงความสัมพันธ์ของเขา
และมันยิ่งตอกย้ำในใจถึงสิ่งที่ฉันไม่มีวันเป็นได้ และไม่มีวันที่จะได้มา

ฉันเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมถึงได้คิดแบบนี้ ทำไมถึงต้องทำร้ายความรู้สึกตัวเอง
คนที่เจ็บน่ะมีแค่เพียงฉันคนเดียว ไม่มีใครมารับรู้ด้วย ไม่มีใครสนใจ
เขาไม่มีวันที่จะแคร์ว่าฉันรู้สึกยังไง เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นเขาคงไม่ลากฉันมาอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกตายทั้งเป็น
มีแค่เพียงฉันที่ทรมานอยู่ในใจ และได้แต่ปั้นหน้ายิ้ม พูดคุย ทำตัวปกติเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร
ทั้งที่ภายในใจเหมือนถูกกรีดเป็นร้อยๆครั้งจนแทบไม่มีที่เหลือให้แผลใหม่อีกแล้ว

หากเป็นไปได้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ความรู้สึกที่มีต่อใครอื่นนั้นมากเกินกว่าความรู้สึกรักที่ฉันมีให้ต่อตัวเอง
เพราะหากไม่มีใครที่รักฉันแล้ว ฉันก็ยังสามารถเดินต่อไปได้ด้วยแรงของตัวเอง
แต่ถ้าหากวันหนึ่ง ฉันไม่รักตัวเอง ทำร้ายตัวเอง ฉันจะเดินต่อไปได้อย่างไร?

วันนี้ฉันจึงกลับมานั่งทบทวนกับตัวเองอีกครั้งว่า
ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันรู้สึกไร้ค่าและไม่มีความหมาย
เขาไม่สมควรได้รับความรู้สึกดีดีจากฉันไปมากกว่าความรักที่ฉันมีให้ต่อตัวเอง
ถึงแม้ความรู้สึกที่มีให้เขาคงไม่ได้หายไปภายในทันที 
แต่มันก็ค่อยๆลดน้อยลง จากการที่ฉันเริ่มเห็นค่าในตนเอง

SHARE
Writer
ThirdOfApril
cry baby
I am solely here to express, not to impress.

Comments