(listen)
โปรดเงียบลงและฟังเสียงของบางคนจากใจสวัสดีวันใหม่ ยังคงเป็นเช้าที่สดใสเหมือนเคย และเสียงรอบข้างยังคงเงียบเชียบ แม้ตอนนี้จะมีคนมากมายกำลังคุยกันก็ตาม บนสถานีรถไฟฟ้าที่ผู้คนแออัด ดูเหมือนว่าฉันจะวิ่งขึ้นบันไดไม่เร็วเท่าไหร่ รถไฟฟ้าออกจากชานชาลาไปตอนที่ฉันอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้าย และขบวนถัดไปคงมาในอีกไม่นาน 
ผู้คนบนสถานีเริ่มดูบางตา คงเพราะรถพึ่งเคลื่อนออกไปเมื่อเร็วๆนี้ ฉันยืนรออยู่ตรงเส้นสีเหลืองแบบที่ป้ายที่พื้นบอก เพียงแต่ใจซนๆมันบอกว่าให้ลองยื่นเท้าขวาล้ำเส้นออกไป...

River Flows In Youเสียงกดแป้นพิมพ์เงียบลงแล้ว พร้อมกับเสียงในจินตนาการที่เงียบลงไปด้วย เพลงที่เปิดค่อยๆจบลง เพลงซึ่งถูกเปิดเพื่อสร้างอารมณ์ให้กับตัวผมเอง 
ในห้องว่างๆ กับเช้าแห่งการนอนหลับ ผมเผลอทำงานจนเช้าอีกแล้ว และการทำแบบนี้มันก็ดูจะไม่เป็นมิตรต่อร่างกายของผมเท่าไหร่ ผมล้มตัวลงนอน พยายามนึกถึงฉากจบที่ผมยังไม่มีในสมอง แม้จะฟังเพลงไปมากแค่ไหนก็ตาม 
บางครั้งตัวหนึงสือก็ไหลมาราวกับน้ำตก และบางครั้งมันก็หยุดราวกับน้ำตา ผมค่อยๆเข้าสู่ภวังค์ทีละน้อย เหมือนจะมีหน้าใครบางคนลอยมา ยิ่งเงียบยิ่งได้ยิน เสียงที่บอกว่าผมยังคงเฝ้ารอใครบางคน และมันก็นานมากแล้ว...นานมากจริงๆ...

ล้ำเส้น
มันล้ำเส้นไปแล้ว และกำลังล้ำไปข้างหน้าเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าใจจะไม่ได้สั่งฉันให้หยุด และมันคงล้ำเส้นไปยังเขตแดนของใครสักคน และในตอนนั้น...
"อย่าเอาเท้าออกไปนอกเส้นเหลืองนะครับ" ฉันค่อยดึงเท้ากลับมาอย่างเชื่อฟัง แล้วเขาก็เดินจากไป
บางครั้งก็แค่นึกสนุก เลยอยากล้ำเส้นที่ใครบางคนขีดไว้ แล้วที่ผ่านมาฉันเคยไปล้ำเส้นใครหรือเปล่า หรือแค่เค้าไม่กล้ามาเตือน...
ฉันมองเห็นรถไฟแล้ว จอดอยู่อีกที่ชานชาลาหนึ่ง อีกสถานีที่ไกลออกไป และมันกำลังวิ่งมา 
ไม่นานเกินรอรถไฟเทียบชานชาลา  ประตูเปิด ผู้คนสวนออกมากับฉันที่กำลังจะเข้าไปด้านใน โบกมือลา ผู้ดูแลเส้นแบ่งเขต ขอบคุณและขอโทษจากใจ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข หวังว่าเขาจะให้อภัย 
ไว้เจอกันใหม่นะคะ...


ผิดสัญญา
ผมก้มลงไปหยิบซากกีตาร์ที่ใช้การได้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เอามันไปวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง 
นั่งทบทวนตัวเองที่ปลายเตียง ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้านาทีก่อน ทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมด และเธอก็ลืมบางอย่างไว้ 
เธอออกไปตัวเปล่า ทิ้งทุกอย่างให้วางนิ่งอยู่กับที่ รวมถึงผมที่รอให้เธอกลับมา
ไม่รู้ตอนไหน ผมเผลอหลับไปทั้งแบบนั้น และตื่นขึ้นมาเก็บกวาดทุกอย่าง ที่สำคัญผมกลับมาอยู่คนเดียว
สิ่งเดียวที่อยากทำคือการขอโทษ แต่ตอนนี้เธอคงไม่ให้อภัย เธอคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง และ ผมไม่มีทางหาเจอ

"บริการฝากหมายเลขโทรกลับ welcome to call back service..."
เขาใครบางคนกำลังมองมา ในขณะที่ฉันกำลังยืนพิงช่วงต่อของรถไฟฟ้าอยู่ ใบหน้าตี๋ๆแต่ดูนุ่มลึก มันทำให้ฉันอยากหยิบกล้องคอมแพคฟิล์มในมือขึ้นมาถ่าย ไม่ได้ เราไม่รู้จักกัน ในใจมันเตือนแบบนั้น แต่สมองมันจับมือฉันขึ้นไปถ่ายเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าเรียบๆ แต่ท่าทางเหมือนเค้าจะตกใจ หรือคงสงสัยว่าฉันแอบถ่ายรูปเขาอยู่หรือเปล่า...
"สยาม ประตูรถจะเปิดทางด้านซ้าย"
รถไฟฟ้าหยุดลงที่ชานชาลา ผู้คนเดินสวนกันไปมาวุ่นวาย เขาลุกขึ้นเพื่อให้หญิงแก่นั่ง และกำลังเดินตรงมา ทางฉันเหมือนกำลังมีข้อสงสัย เรามองกันอยู่ไม่นาน...

"คุณครับ"

หญิงสาวคนหนึ่ง
เธอตัวไม่สูงมาก เท่าที่เห็นคงประมาณร้อยหกสิบกว่าๆ ที่มือถือกล้องตัวเล็กๆ เหมือนจะเป็นกล้องฟิล์มอย่างที่เขานิยมกัน เธอสวมหูฟังสีขาว ยืนพิงช่วงต่อของรถไฟฟ้าด้วยท่าทางสบายใจ
ตอนนี้ในรถไฟคนไม่ได้เยอะมาก พอจะเว้นที่ว่างให้ผมได้แอบมองไป ใครคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก เธอคนที่ดูเหมือนว่าหน้าตาจะคุ้นเคย
ผมประบ่ากับตาใสๆ เธอใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงผ้าสีขาวกับรองเท้า keen สีดำ เธอค่อยๆรวบผมขึ้นสูง เผยให้เห็นแก้มของเธอได้ชัดขึ้น เธอหันมามองที่ผม แล้วหยิบกล้องขึ้นมาแทบจะทันที...
ผมอยากยิ้ม แต่ก็รู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อย หรือนี่เรียกว่าความประทับใจในแบบแปลกๆ ผมชักไม่มั่นใจ ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็หยุด ผมลุกให้หญิงคนหนึ่งนั่งและผมกำลังจะเดินออกไป สายตาชำเลืองมองไปที่ช่วงต่อของรถไฟฟ้า ตรงที่เธอยืนอยู่ เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ หรือไม่มีวัน...

"คุณครับ"

ต้นตอของบางสิ่งบางสิ่งทำให้เกิดบางอย่าง และมันเป็นอย่างนั้นเสมอ บางเหตุการณ์ถูกสร้างจากอีกเหตุการณ์และฉันคงไม่ปฏิเสธ คุณเข้ามา และหายไป รูปถ่ายใบนั้นเกิดขึ้นเพราะเราเจอกัน ที่นั่น วันนั้น ฉันแค่อยากมีชีวิตอย่างที่ใครๆเป็น ฉันแค่อยากเป็นแบบนั้น ฉันอยากกินอาหารแบบที่คนอื่นกิน อยากเที่ยวไปทุกที่อย่างคนที่มีความฝันที่ต้องการเที่ยวรอบโลก อยากเป็นในสิ่งที่อยากเป็น และบ่อยครั้งฉันอยากฟังเพลงที่ใครบอกว่ามันเพราะ อย่างที่คนทั่วไปได้ยินกัน แต่ฉันทำไม่ได้ บางสิ่งทำให้เกิดบางอย่าง และบางสิ่งนั้นมันคงทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าตัวเองประหลาด เพียงแต่ทุกครั้งฉันแค่ข่มใจตัวเองและบอกว่าฉันก็เหมือนคนอื่นทั่วๆไป ฉันไม่ได้ยินเสียงแหลมๆของผู้หญิงคนนั้น ฉันไม่รู้ว่าทำไม... 
เครื่องช่วยฟังของฉัน เป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้ฉันเป็นปกติ หูฟังเล็กๆช่วยให้ฉันดูจะคุยกับใครรู้เรื่องขึ้นบ้าง และมันก็ดี ดีกับฉันมากจริงๆ...

"คุณครับ"
ไม่รู้สิ เรารู้จักกันหรอคุณรู้อะไรเกี่ยยวกับตัวผม ไม่เลยคุณไม่รู้ เขาไม่รู้ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นก็ไม่รู้ หรือแม้แต่ผมเองก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ...
ผมเป็นผู้ชาย สูงร้อยเจ็ดสิบห้า หนัก เจ็ดสิบ ดูผอมไปหน่อย ผมตาตี่ และผมยาว ผิวขาวเหลืองก็ดูไม่แย่เท่าไหร่นะ มั้ง
ผมมีความฝันว่าวันหนึ่งเพลงที่ผมเขียนจะดัง และจะมีคนฟังมันเยอะๆ แต่บางที ก็ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิด ผมไม่ได้อยากให้ใครรู้จักผมด้วยซ้ำ ผมแค่อยากให้เค้าเสพเพลงผมจากใจ แม้จะไม่เข้าใจมันทั้งเพลง ก็ได้ ไม่เป็นไร และที่ผมทำก็แค่อยากให้เสียงทุ้มต่ำของผมส่งไปถึงใครคนหนึ่งที่อยากฟังเพลงของผมจริงๆก็เท่านั้นเอง...
คืนนี้ผมมีร้านที่ต้องไปเล่นอยู่ร้านหนึ่ง เป็นร้านเล็กๆแถวๆจตุจักร มันน่าจะเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่ร้านจะปิดลง ผมต้องรีบกลับห้องเพื่อไปเปลี่ยนสายกีตาร์นิดหน่อย ดูเหมือนว่าสายที่กีตาร์ตัวโปรดจะอาการไม่ค่อยดีแล้ว และดูเหมือนผมจะโชคดีที่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นแม้ว่าผมอาจไม่มีทางเจอเธออีกแล้วก็ตาม...

โชคดีของวันฉันมาที่นี่ เพียงเพราะหวังว่าจะได้รูปภาพของผู้คนที่ไม่รู้จัก ท่ามกลางตลาดวันหยุดที่มีผู้คนเดินจนนับไม่ถ้วน ฉันกำลังมองหาใครบางคนอยู่ ฉันได้ภาพถ่ายมาเยอะ และตอนนี้ฟิล์มที่มีก็ใกล้หมดลงทุกที นับถอยหลังรูปที่ห้าแล้ว เหลือสี่ สาม สอง และหนึ่ง...
วันนี้ของฉันใกล้หมดลง ฉันชอบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถึงจะมีบางเรื่องที่ดูจะไม่เป็นใจ แต่มันก็ออกมาดีใช่ย่อย
วันนี้เจเจกรีนกำลังจะปิด ฉันเห็นโพสท์ของใครบางคนที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ค มันดูน่าเศร้าที่บางอย่างต้องจบลง แม้มันจะน่าเศร้าแต่มันก็สวยงาม 
ฉันเจอร้านกล้องเก่าร้านหนึ่ง เป็นแผงเล็กๆอยู่ในจตุจักรนี่แหละ ฉันจึงฉวยโอกาสซื้อถ่านแผงสุดท้ายในร้าน เพราะฉันกำลังต้องการมันพอดี
"มีฟิล์ม 35 มั้ยคะ"
"ฟิล์ม 35 หมดแล้วค่ะ วันนี้ขายดีมากกกก"
"เสียดายจัง งั้นซื้อถ่านก็ได้ค่ะ"
"100 ค่าา ขอบคุณนค่ะ"
"โชคดีนะคะคุณลูกค้า"

คุณ
"คุณครับ"

ผมเดินตรงไปหาเธอ ก่อนที่เราจะได้ทำความรู้จัก เราลงสถานีเดียวกัน และในตอนนั้นเราก็รู้จักกันมากขึ้นไปอีก เธอชอบถ่ายรุป เธอมักพกกล้องฟิล์มของเธอไปด้วยเสมอ นั่นมันดูดีสำหรับผม เพราะจากตอนแรกที่ผมมองว่าเธอน่ารัก แต่ตอนนี้ผมว่าผมตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว...
สำหรับผมมันนานมากแล้วที่เฝ้ารอใครคนหนึ่ง และหวังว่ามันจะสิ้นสุดลงที่ไหนสักที่ กับใครบางคน อาจเป็นบนชายหาดในตอนที่พระอาทิตย์กำลังตกลงทะเล หรือตอนไหนก็ได้กับเธอคนที่อยู่ตรงหน้า เราคุยกันพักใหญ่ และผมต้องไปต่อ เรามีทางของตัวเอง และผมจะไม่มีทางให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน 

"พอจะมีทางไหนให้เราติดต่อได้มั้ย เราหมายถึงขอเบอร์ หรือไลน์...อะไรแบบนั้น"
"เราไม่ค่อยเล่นไลน์หรอก เป็นเฟซบุ๊คหรือ ig แล้วกันนะ"
"Add friend"

สั่นเตือน part.1ไม่นานนักก็มีข้อความในเฟซบุ๊คเด้งมา หลังจากที่รับเขาเป็นเพื่อน นี่มันเร็วไปหรือเปล่า ฉันจะดูใจง่ายไปมั้ย เค้าชวนฉันไปฟังเพลง ที่ไหนนะ...เจเจกรีนหรอ
หลังจากหาซื้อของที่สยามเสร็จ มันก็เย็นพอสมควรแต่กว่าจะถึงคงพอดีเวลา ขึ้นรถไฟฟ้าไปตอนนี้คงเยอะแน่ๆ แต่ก็คงง่ายที่สุดแล้ว 
บนสถานี ผู้คนมากมายที่นั่น เงินในบัตรรถไฟฟ้าของฉันหมดแล้ว และฉันต้องยืนต่อคิวเติมเงินอยู่พักใหญ่ วันนี้คนเยอะจริงๆ เหมือนกับว่าพวกเขาพร้อมใจกันมา  
ฉันยืนอยู่ที่ชานชาลา และรถไฟกำลังจะจอด ครั้งนี้ทันเวลา ฉันมาทันรถไฟ ประตูเปิดแล้ว คนมากมายตรงนั้น นี่มันเกือบจะหกโมงและคนในรถก็เยอะจนแทบจะล้นออกมา ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้คนทะลักอย่างที่ฉันคิด และในตอนนั้น...
"โอ้ย"
"ขอโทษครับ"
มีใครบางคนชนฉัน และมันทำให้เครื่องช่วยฟังของฉันหล่น ลงพื้นไปที่ไหนสักที่ ฉันควานหาด้วยสายตาเปล่า ชายคนที่ชนหายไปแล้ว ผู้คนกำลังวุ่นวาย และแทบจะไม่มีใครสนใจฉันเลย 
ฉันเจอมันแล้ว มันตกอยู่เกือบจะถึงขอบของชานชาลา ตรงนั้นมีช่องว่างอยู่นิดหน่อยระหว่างพื้นปูนกับรถไฟฟ้า ฉันแค่หวังว่าคงไม่มีใครบางคนเตะมันลงไป...

เครื่องช่วยฟังของฉัน มันหล่นลงไปแล้ว... และฉันก็กลายร่างเป็นตัวประหลาดอีกครั้งนึง

เสียงของผมผมกำลังจะส่งข้อความหาคุณอีกครั้ง และหวังว่าคุณจะมาในคืนนี้ ผมจองโต๊ะได้แค่ถึงหนึ่งทุ่มตรง นั่นเพราะคืนนี้คนเยอะมาก และปกติเจ้าของร้านก็ไม่ใจดีให้ใครจอง โชคดีที่ผมพอจะสนิทกับเจ้าของร้านอยู่บ้าง และผมแค่หวังว่าคุณจะมา...
ไม่นานนักข้อความก็เด้งตอบกลับ
"เราเสียใจ คงไปไม่ได้แล้วนะ"
"ทำไมล่ะ"
"เราไม่เหมือนคนอื่น"
"เพราะเธอน่ารักกว่าไง"
"ไม่ใช่ เราไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ"
"มาเถอะ เราจะรอ"
...
ผมส่งข้อความสุดท้ายออกไปแล้ว และหวังว่าเธอจะตอบกลับ แต่เธออ่านแล้วเงียบสนิทเหมือนกับว่าเธอกำลังมีบางอย่างในใจ แล้วมันคืออะไรล่ะที่ทำให้เธอดูแปลกไปจากเธอเมื่อกลางวัน

ผมต้องซ้อมและผมก็ไม่มีเวลามาก หวังว่าเธอจะมา เพื่อได้ยินเสียงของผม

เสียงของคุณมันคือคุณ ฉันจำได้ดี ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณจะผมยาวกว่าเดิมมาก แต่เสียงของคุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลย จากวันนั้น แม้ฉันจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟังที่หูก็ตามแต่...
วันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่มีบางอย่างมันบอกให้ฉันมาที่นี่ คงเป็นโพสท์ของใครสักคนบนเฟซบุ๊คและนั่นเป็นโพสท์ของคุณ...
คุณเคยบอกเมื่อนานมาแล้ว "บางสิ่งทำให้เกิดบางอย่าง" และมันเป็นแบบนั้นเสมอ ทุกครั้งที่ฉันเหงา ความคิดถึงของคุณมันจะเกิดขึ้น และทุกครั้งที่คิดถึง มันทำให้ฉันต้องค้นหาชื่อคุณในเฟซบุ๊คทุกที...
ทุ่มครึ่งเหมือนวันนั้น ฉันเห็นคุณนั่งรออยู่ที่โต๊ะตัวเดิม นี่มันบังเอิญงั้นหรอ หรือไม่ใช่ คุณยังแต่งตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และกีตาร์ที่ฉันฟาดมันลงพื้นวันนั้น คุณก็ซ่อมมันได้แล้ว...
ฉันยืนฟังเงียบๆอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าใครบางคนจะชวนฉันเข้าไปนั่งด้านใน ที่โต๊ะว่างๆที่ไม่มีใครนั่งอยู่ 
"นักร้องเค้าอยากให้คุณนั่งอยู่ตรงนี้ค่ะ"

I want you
Yeah I want you
And nothing comes close
To the way that I need you
I wish I can feel your skin
And I want you
From somewhere within

...

ในคืนที่ทุกอย่างเหมือนจะดี
"เนื้อเพลงเป็นไงบ้าง"
"มันก็ใกล้จะเสร็จแล้วแหละ"
"เราอยากฟัง เล่นให้ฟังหน่อยสิ"
"เพลงนี้เธอจะฟังยากนะ"
"เถอะน่า"
...

"เพลงเป็นไงบ้าง"
"ก็ดีนะ แต่เราว่าเสียงหลบมันเยอะไปหน่อย"
"ก็บอกแล้วให้ใส่เครื่องช่วยฟัง"
"..."
"ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"
"ไม่เกี่ยวหรอก เธอก็เหมือนคนอื่นนั่นแหละ"
"เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะเธอ ประจำเดือนมาหรอ"
"เราประหลาดมากหรอ"
"เห้ยเธอ ไร้สาระว่ะ"
"ก็เรามันไร้สาระไง แล้วเธอมีอะไรที่เป็นสาระบ้างล่ะ อยู่แต่กับเพลงที่ก็ไม่รู้ว่าจะดังรึเปล่านี่เรียกว่าสาระหรอ"
"มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ อะไร เพลงเรามันไปเกี่ยวอะไร"
"งั้นจะโทษว่ามันเป็นเพราะเราไม่ได้ยินงั้นหรอ" 
"มันก็หูเธอด้วยนะที่ผิด"
"ได้"
...
"เธอทำแบบนี้ทำไม กีตาร์ตัวนั้นเรารักมากนะ"
"..."
"ถ้าเธอเป็นแบบนี้ เราคงไปต่อด้วยกันไม่ได้แล้วว่ะ"

จบลงแบบที่ผมไม่อยากให้จบ กีตาร์ผมลงไปกองเป็นเศษไม้กับพื้น เนื้อเพลงกลายเป็นเศษกระดาษ และ ความสัมพันธ์ของผมกับเธอก็กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังในความทรงจำ

สั่นเตือน part 2ข้อความสั่นเตือนอีกครั้ง จากบางคนที่กำลังเดินลงจากเวที ผู้ชายที่ทำให้ใจฉันสั่นทุกครั้งที่เห็นพร้อมกับกีตาร์ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยฟาดมันด้วยมือของตัวเอง 
"เป็นไงบ้าง"
"เราขอโทษที่ทำกับกีตาร์เธอแบบนั้น"
"ไม่เป็นไรหรอก อย่างที่เห็นเราซ่อมมันแล้ว"
"เพลงนั้นที่เราฟังไปถึงไหนแล้ว"
"มันยังไม่เสร็จหรอก"
"ทำไมล่ะผ่านมาเป็นปีแล้วนะ"
"เพราะมันมีบางอย่างหายไปไง"
"อะไร อย่ามองแบบนั้น ขนลุก"
"เธอไง เราทำคนฟังหล่นหาย"
"แต่เราฟังมันไม่รู้เรื่องนะ"
"แต่เราทำให้เธอฟังมันรู้เรื่องแล้วนะ"
"ไม่ต้องมาจ้องเลย อะไรรรรร"
"ยังเก็บรูปนั้นไว้รึเปล่า ที่ถ่ายเราไว้บนรถไฟฟ้า"
"หายไปแล้ว"
"ขอดูกระเป๋าตังค์หน่อย"
"บะ บ้า ไม่ได้"
"ได้สิ มาเร็วววว"
"อย่าแย่ง อย่าาาา"
"ฮ่าๆๆๆ นี่ไงเก็บไว้จริงด้วย"
"ไม่ได้เก็บแค่ยังไม่ได้เอาออก"
"... คิดถึงเรามั้ย"
"..."
"อย่ามาพยักหน้า ฮ่าๆๆๆ"
"..."
"ยิ้มทำไม คืนนั้นเราขอโทษนะ"
"เธอไม่ได้ผิดหรอก..."
"เรามีอะไรจะให้ มานี่เร็ว"

ผู้คนเต็มร้าน แต่เหมือนมีเพียงแค่เราสองคนตรงนั้น ดูเหมือนเป็นคืนที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่มันกลับพิเศษ เราออกจากร้านมาตอนร้านกำลังจะปิดลง กลับมาที่ห้องเดิมตรงที่มีรอยกีตาร์ฟาดลงกับพื้น และฉันกำลังฟังมันอีกครั้ง เพลงของคุณ และหัวใจของฉันก็กำลังสั่นเตือน อีกครั้งนึง

วันที่ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้น part.1ฉันลงรถที่ปลายทาง แม้ว่าฉันไม่ควรจะมาที่นี่ แต่เพราะบางคนที่ฉันคิดว่าเขาพิเศษ เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว และฉันยังไม่ถึงร้าน ฉันเดินเร็วขึ้นและเร็วขึ้น ผู้คนมากมายเดินไปมา ร้านอยู่ตรงไหน ฉันไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง เข็มนาฬิกากำลังจะผ่านไป ฉันยังคงเดินตามหา เกือบสองทุ่มแล้ว และฉันไม่อยากถามใคร ในที่สุด ฉันก็เจอ...

วันที่ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้น part.2"เดี๋ยวเค้ามาพี่ ผมขอ"
"พี่ให้แค่สองครึ่งนะ ถ้าขึ้นเล่นเมื่อไหร่แล้วยังไม่มาพี่ปล่อยโต๊ะนะ"
"ขอบคุณครับ"

ใกล้เวลาแล้ว และผมต้องขึ้นเวที ผมมองไปที่หน้าร้าน และเห็นบางคนตรงนั้น เธอสูงร้อยหกสิบกว่า ใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงผ้าสีขาวกับรองเท้า keen สีดำ ผมกระซิบบอกเด็กในร้านให้ช่วยพาเธอไปนั่งตรงนั้น... ที่ที่ผมเตรียมไว้

โปรดเงียบลงและฟังเสียงของบางคนจากใจฉันเคยคิด เมื่อนานมาแล้ว ว่าฉันคงไม่คู่ควรกับการรับฟัง เพราะฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรๆมากมาย ฉันไม่ได้ยินเสียงเพลงที่ใครบอกว่าเพราะ ฉันไม่ได้ยินเสียงผู้คนส่วนใหญ่ มีแค่เสียงพ่อที่ฉันฟังมันได้อย่างง่ายดาย 
หูฉันไม่ปกติ และมันมีบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไป มันเสื่อมสภาพตั้งแต่ฉันยังตัวเล็กๆ หมอบอกว่าฉันจะได้ยินเสียงแหลมได้ยาก และในอนาคตอาจจะไม่ได้เลย
และในตอนนี้ฉันไม่ได้ยินอะไร ราวกับว่าทุกอย่างมันเงียบไปหมด รวมถึงเสียงกีตาร์ที่เธอดีดขึ้นด้วย ฉันพอจะได้ยินมันในบางจังหวะ 
แล้วเสียงร้องของเธอก็ดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ฉันฟังได้ง่ายๆ และมันเพราะที่สุดในชีวิต เหมือนกับว่าเราอยู่ด้วยกัน และเธอกำลังร้องเพลงที่มีเพียงฉันคนเดียวนั่งฟังด้วยใจ


ใครบางคนเคยบอก ถ้าเธอฟังด้วยหูเธอจะแค่ได้ยิน แต่ถ้าหากเธอฟังด้วยใจเธอจะเข้าใจ


เธอหยิบกล้องขึ้นมา เหมือนจะเหลือรูปที่ถ่ายได้เพียงหนึ่งใบ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่รูปที่ถ่ายออกมามันก็ดูดีทีเดียว แด่เธอคนที่ทำให้ผมได้รู้ว่าเสียงของผมมีค่าให้ใครสักคนได้รับฟัง
SHARE
Writer
Thedo
live for write my life
การให้กำลังใจซึ่งกันและกันเป็นเรื่องธรรมดา การให้กำลังใจตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก

Comments