"เมื่อฉันกำลังค้นหาความสุขของชีวิตที่แท้จริง"
เมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่ ฉันก็เริ่มรับรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่รักความสงบและชอบความสบาย ความสบายที่ว่า หมายถึงความสบายใจ การมีชีวิตอย่างง่ายๆ ไม่ต้องแข่งขันอะไรกับใคร นั่นอาจจะทำให้ฉันดูเชื่องช้า แต่ก็นั่นแหล่ะ ความพอใจในชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน สิ่งที่ฉันเป็นอาจจะไปขัดกับความชอบในชีวิตของใครก็ได้

สิ่งที่ฉันภูมิใจในตัวเองตอนนี้ คือฉันสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ถึงจะเป็นหนี้ก็เถอะ ฉันก็ใช้ชีวิตให้ผ่านไปได้ในทุกๆ เดือน ของทุกอย่างฉันซื้อและหามาด้วยตัวเอง สามารถส่งเงินให้แม่ได้ใช้สบาย จะติดขัดก็แค่ช่วงนี้นิดๆ หน่อยๆ หากไม่ใช่น้ำพักน้ำแรงของฉัน สิ่งที่ฉันได้มา ก็คือการที่ฉันได้ให้ประโยชน์บางอย่างกับใครไป อย่าทะลึ่งสิ่! ฉันไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ฉันเริ่มต้นการมีชีวิตคู่จริงจังมาได้เกือบหนึ่งปีแล้ว ผู้ชายที่ฉันคบอยู่ ไม่ได้ส่งเสียอะไรฉัน ฉันอยู่ในบ้านของเขา แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดำเนินไปภายในบ้านตอนนี้ ฉันว่าฉันกำลังรับผิดชอบชีวิตของเราสองคนอยู่ เค้ามีภาระเรื่องลูกกับแฟนเก่า 2 คน ต้องผ่อนที่ดิน ผ่อนบ้านกับธนาคาร ส่วนฉัน ก็ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตทุกเดือน ส่งให้แม่ใช้ ค่ากับข้าวในบ้านส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดฉันเป็นคนรับผิดชอบ ค่าน้ำค่าไฟในช่วงนี้ ฉันเป็นคนรับผิดชอบ เพราะเดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจของแฟนฉันไม่ค่อยดี ฉันเข้าใจ


ฉันถามตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ว่าฉันกำลังมีความสุขดีรึเปล่า แล้วคำตอบที่ได้ก็ไม่ได้ทำให้ฉันสบายใจกับตัวเองมากนัก ฉันรู้สึกว่ากำลังอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่โอเคในความสัมพันธ์นี้ และมันอยู่ในระดับที่ฉันสามารถก้าวออกไปได้ อย่างไม่ต้องลังเล 
แล้วทำไมถึงไม่ไปจากเค้าสักที?

นั่นสิ่ เหมือนคำตอบมันไม่ได้ชัดเจนซะทีเดียว..

อย่างแรก ฉันไม่อยากย้ายกลับไปอยู่กับแม่และน้อง เพราะปัญหาที่บ้าน คงทำให้ฉันเป็นบ้า และคงต้องหาที่อยู่ใหม่แน่ๆ ฉันชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น

อย่างที่สอง การย้ายเข้าไปในกรุงเทพ จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่มากอยู่แล้วทวีคูณขึ้นไปอีก ฉันคงเก็บเงินจริงจังไม่ได้สักที

อย่างที่สาม ฉันกับแฟนทำธุรกิจเล็กๆ ที่บ้านร่วมกัน มันเป็นแบรนด์ของเราทั้งคู่ ฉันมีหน้าที่สร้างผลิตภัณฑ์ ลงมือทำ ส่วนแฟนเป็นคนดูแลเรื่องการตลาด ก็ไม่เชิงหรอกนะ เขามีเพื่อนฝูงเยอะ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าของเราขายได้ ฉันชอบขายออนไลน์มากกว่า ฉันแน่ใจว่าฉันจะไม่ทิ้งธุรกิจตัวนี้ ต่อให้เราต้องแยกกันอยู่ก็ตาม เค้าเองคือคนที่จุดประกายความคิดนี้ขึ้นมาให้เรา น่าเสียดายสำหรับเขาเหมือนกัน ถ้าคิดในมุมของเขา

และสุดท้าย ฉันว่าฉันรักเขานะ รู้สึกเป็นห่วง และฉันมีความหวังดีอยู่เต็มเปี่ยม ที่ผ่านมาเราอยู่ด้วยกัน ฉันดูแลตัวเองมาตลอด และก็คิดว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่อยากให้เค้าลำบากใจอะไร เลยเลือกที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองและทุนของตัวเองอยู่เสมอ เวลารู้สึกไม่พอใจเขา ฉันจะย้อนกลับมาคิดตลอดเลยว่า ทุกวันนี้ฉันดูแลเขาและฉันดูแลตัวเอง มันจะต่างอะไรกัน ถ้าฉันก็แค่ย้ายออกไป ที่เขาบอกว่ารักฉัน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาแค่กำลังกลัวว่าจะเขาอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แล้วสิ่งที่ฉันทำให้เขาหรือทำร่วมกันมามันจะหายไป เค้าคงต้องตอบคำถามใครต่อใครอีกมาก มันคงกลายเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดน่าดู
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันคิดพวกนี้ มันคืออีโก้หรืออะไรกันแน่ หรือเพราะฉันคิดลบมากไป รู้แค่ว่ามันกระทบกับความสุขในแต่ละวันของฉัน ซึ่งฉันคิดว่าการอยู่คนเดียวจะทำให้ชีวิตฉันมีความสุขมากกว่านี้

ความสุขที่ฉันต้องการซึ่งมันตกผลึกได้ ในช่วงเวลาที่ค่อยๆ ผ่านไป จึงหมายถึงการดูแลตัวเองในแบบที่ฉันเป็น และต้องการ การ support จากคนที่ฉันรัก ในแง่มุมที่มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่แค่คำพูด แต่หมายถึงการหยิบยื่นมือคู่นั้นเข้ามาช่วยเหลือฉันด้วย เขาควรเข้าหาครอบครัวของฉันมากกว่าที่เค้าเป็นตอนนี้ ซึ่งเค้าแทบไม่ได้พยายามทำอะไรตรงนั้นเลย และไม่มีท่าทีว่าจะคิดได้ ชีวิตเขา เหมือนมีเพียงตัวเขา และภาระของเขาเท่านั้น และฉันคือคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตเขาผ่านไปได้อีกวันหนึ่ง ที่จะมีคนมาทำกับข้าวให้กิน นั่งกินข้าวเป็นเพื่อนกัน ไม่รู้สิ่ ทำไมฉันคิดอะไรแบบนี้
ตอนนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันรออะไรอยู่ หรือฉันกำลังรอโอกาสที่ฉันจะพร้อม หมายถึงฉันหางานประจำทำได้ หาที่อยู่ใหม่ได้ แล้วค่อยบอกเขา จากนั้นก็แค่กลับไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว กิน เที่ยวคนเดียว จนกว่าจะคิดว่าพร้อมที่จะมีใครสักคนจริงๆ
"ฉันเคยมีความสุขกว่านี้นี่นา"
SHARE
Writer
Freedom_isagift
Writer
นิยาย, เรื่องสั้น, บทความ, อื่นๆ

Comments

pee_0498
1 month ago
แปลกดีที่เราต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์คล้ายๆกัน แต่ต่างกันตรงที่เราไม่ยอมออกมาจากตรงนั้นได้
Reply
Freedom_isagift
20 days ago
สับสนอยู่ตลอดเวลาเลย เราไม่ดีที่คิดกับเขาไม่ดี รึมันเรื่องอะไรกันนะ เรารออะไรอยู่