Sweet Dreams .
ผมเดินอยู่ท่ามกลาง
ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว
ในราตรีของคืนหนึ่ง
เศษเสี้ยวความรู้สึกของผม
หลุดลอยและปลิดปลิวไปในอากาศ
ผัสสะความเย็นยะเยือกจากไอฝน
ที่กำลังโปรยปรายอยู่ตอนนี้


ไม่มีการหลบเลี่ยงหยดน้ำที่ตกหล่น
ร่างกายผมจึงปะทะกับมันอย่างจัง
เกิดความรู้สึกหนักอึ้งจากเสื้อผ้าที่ชุ่มช่ำ


ในตรอกแห่่งหนึ่งช่างเงียบสงัด
ดึกดื่นเพียงนี้
มันเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนและหลับใหล
แต่ข้างในจิตใจของผม
มันว้าวุ่นเสียจนหลับตาไม่ลง
จำต้องออกมาดูดซับความสงบ
เพื่อปรับสมดุล 
ความรู้สึกที่มันวุ่นวายอยู่ในใจ



สายฝนจะโปรยปรายสักเท่าใด
และแม้ผมจะต้องเปียกปอนไปเพราะมัน
ผมก็ได้แต่หวังว่า.......
มันจะช่วยชะล้างจิตใจให้ผมได้บ้าง


ความเงียบงันครอบคลุมในจุดที่ผมยืนอยู่
แต่มันกลับถูกแทรกด้วย
เสียงของอะไรบางอย่าง
ที่ดังมาจากข้างมุมตึก


ความสงสัยชักจูงให้ผมเดินตามไป
จุดที่คิดว่าเป็นต้นกำเนิดของเสียงนั้น


เสียงค่อยๆชัดขึ้นเมืื่อผมเริ่มเข้าใกล้
แต่จับใจความไม่ได้ว่าคือเสียงอะไร
จนเมื่อผมได้เผชิญกับต้นตอของมัน


อะไรบางอย่างยื่นมาตรงหน้า
วัตถุสีเงินสะท้อนกับแสงไฟข้างถนน

ใครอีกคนยื่นมันมาตรงหน้าผม
ห่างกับลำคอแค่เพียงปลายนิ้ว


เมื่อดวงตาปรับโฟกัสได้ดีขึ้น
ผมมองเห็นดวงตาที่แข็งกร้าว
จ้องเขม็งมาที่ผม
เขาค่อยๆเอียงคอและยิ้มที่มุมปาก
นิ้วชี้ข้างขวาถูกยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปาก
ส่งสัญญาณให้รู้ว่าไม่ต้องการให้เสียงของผมเล็ดลอดออกมาให้เขาได้ยิน

เขาเริ่มส่องสำรวจ
ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า

โดยที่ผม ทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
กลืนทุกคำพูดลงไป
เพราะของมีคมที่อยู่ตรงหน้า
ที่อาจปลิดชีพผมเมื่อไหร่ก็ได้
ทำให้ผมพูดไม่ออก
แม้แต่จะร้องขอชีวิตผมก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยมัน

“รู้อะไรมั้ย? มนุษย์พวกนั้นน่าสมเพชยังไง มันน่าสมเพช ไอ้ตอนที่พยายามขวนขวายสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่ของตัวเองมาครอบครองนี่แหละ ไม่สนวิธีการว่ามันอาจจะผิด แต่สนแค่ผลลัพธ์และผลประโยชน์ที่ตนจะได้เท่านั้น” จู่ๆเขาก็พูดออกมา

แน่นอนว่าตอนนี้
ใบหน้าของผม
มันประกอบไปด้วยความสงสัย
จนเขาแสยะยิ้มและหัวเราะออกมา

“นายกำลังสงสัยใช่มั้ยล่ะ? ฉันรู้ ฉันรู้ ออสซี่”
ประโยคแรกที่เขาพูด
ผมก็สงสัยและยังไม่ได้คำตอบ
แต่ที่น่าตกใจกว่าคือเขาเรียกชื่อผม
เขารู้จักชื่อผม 
นั่นทำให้ผมตกใจไม่น้อย

“นี่ฟังนะ ฉันรู้จักนายดี แม้แต่จิตใจและความคิดของนายฉันก็รู้”
ผมบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง
มันเป็นความตื่นเต้นผสมกับความตื่นกลัว
“นายต้องการอะไร?”
ผมถามเขาบ้าง

วิญาณ

คิ้วของผมขมวดรวมกันในทันที
นี่ไม่ใช่การปล้น
ไม่มีการข่มขู่
และแสดงความต้องการทรัพย์สินจากผม


“ทำไม?”
“ฉันได้กลิ่นความโศกาอาดูรจากตัวนายออสซี่”
ผมเริ่มขยะแขยงและครัั่นเนื้อครั่นตัว
เวลาที่ชื่อของผมออกมาจากปากเขา

“ฉันมาช่วยนาย”
“เดี๋ยวนะ นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย จู่ๆนายก็โผล่มาพูดจาอะไรแปลกๆ แถมยังรู้จักฉันอีก นายต้องการวิญญาณ แล้วสุดท้ายนายก็บอกว่า จะมาช่วยฉัน เฮ้ๆ นายต้องการอะไรกันแน่?”
สติผมหลุดในทันที
ลืมของมีคมที่จ่ออยู่ตรงหน้า
และทุกๆอย่างปลิดทิ้ง

"ออสซี่ ออสซี่ ไม่เอาน่า นายก็รู้จักฉันดีอยู่แล้ว"
เขาเรียกสติผม
แขนข้างขวาโอบใหล่ผม
แล้วใช้มือข้างซ้ายถือมีดมาจ่อที่ปลายคาง

นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัด
จนมวลท้องขึ้นมา
เขายื่นหน้ามาใกล้หูของผมและกระซิบ

"ฉันจะช่วยนาย โดยการชะล้างความทุกข์ของนายที่เกิดจากความโสมมบนโลกใบนี้"

เข้าใจแล้วที่เขาบอกว่าจะช่วย
แปลว่าเขารู้กระทั่งความทุกข์ที่ผมเผชิญ
และวิธีการแก้ปัญหาที่ผมอยากจะทำ

มันคือความตาย

ผมขีี้ขลาดที่คิดจะหนีปัญหา
ด้วยการฆ่าตัวตาย
แต่กลับไม่กล้ากระทำมันด้วยตนเอง
บางทีการยืมมือคนอื่นมาช่วยทำ
นั่นอาจทำให้ความคิดผม
บรรลุเป้าหมายสักที
วันนี้จะมีความตายมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า
และผมไม่ควรปิดโอกาสนั้น

"เอาสิ ฉันยอมให้นายช่วย" 
ดูเหมือนเขาจะอึ้งจากคำพูดผม
เขาเอามีดออกห่างจากลำคอผม
และหันมาจ้องหน้าผมอีกครั้ง
สีหน้าและแววตาดูขัดใจ
เหมือนว่าผมยิินยอมจนดูไม่ท้าทาย


"ทำไมล่ะ แล้วผมมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ ก็ในเมื่อคุณอยากได้ ผมก็ยกให้นี่ไง วิญญาณของผมน่ะเอาไปสิ ผมมองไม่เห็นคุณค่าที่่่่จะมีมันเลย "

เขาไม่ตอบอะไร
ได้แต่พยักหน้าช้าๆ
และส่งยิ้มให้
เป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก

"นายจะไม่เสียใจออสซี่ ต่อจากนี้ทุกอย่างจะจบลง"

นั่นคือคำพูดส่งท้ายของเขา

ก่อนที่ดวงตาของผมจะค่อยๆพร่ามัว
เหมือนม่านที่กำลังจะปิดหลังละครจบ
ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว
แต่ผมกลับได้ยินเสียงทุกสรรพสิ่ง
ชัดเจนมากขึ้น

ของเหลวสีแดงสด
ไหลออกจากร่างกาย
เสื้อผ้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดฝน
ตอนนี้มันถูกผสมไปด้วย
หยดเลือดเหนียวเนอะ
กลิ่นคาวคลุ้งตลบจนน่าเวียนหัว

ผมได้ยินเสียงรองเท้า
ค่อยๆเดินเข้าใกล้ผมเรื่อยๆ
ผมคงดูน่าสมเพชในตอนนี้
คงจะพูดกันหนาหู
ตามที่เลื่องลือกัน
เรื่องการปล้นชิงและฆ่าในตรอกนี้
แต่เรื่องของผมมันแตกต่าง
เพราะผมไม่ได้เสียทรัพย์สินมีค่าใดๆ

รายงาน

"พบศพชายปริศนาอายุราว30-35 ปี สภาพศพมีร่องรอยการถูกของมีคมแทงบริเวณลำคอ คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า2-3 ชม. จากการตรวจสอบ คาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย พบรอยนิ้วมือผู้ตายบนมีดขนาดยาว 10 เซนติเมตร ไม่พบร่องรอยของผู้ต้องสงสัย "


นั่นแหละเป็นเหตุผล
ที่เขาบอก...ว่าผมก็รู้จักเขาดี



เพราะเขาก็คือ





ตัวผมเอง






SHARE
Written in this book
สีเทา
เรื่องสั้นในวันที่หัวใจเป็นผุยผง

Comments