ความรู้สึกของคนอ่านประวัติศาสตร์ยุโรปครั้งเเรก
ลองนึกภาพดูว่าคนในศตวรรษที่ 19 มีอะไรคล้ายๆกับเรามากตั้งเเต่อาคารบ้านเรือน เทคโนโลยี ธนาคาร รถไฟ โรงงาน โทรเลข เเต่นั้นมันภาพของคนในปารีส ลอนดอน เเละ หลายเมืองในยุโรป ถ้าเป็นของประเทศเรา กรุงเทพยังถือว่าเป็นเมืองเล็กๆเพิ่งสร้างตัวได้ไม่นานหลังจากกรุงศรีอยุธยาอยู่ในสภาพใช้งานเป็นเมืองหลวงไม่ได้เลย

เป็นความทรงจำสมัยเเรกที่เริ่มอ่านประวัติศาสตร์หลังใช้เว็บเเปลภาษา กับ เว็บสารานุกรมในการเข้าใจมัน เราพบกับความตลกร้ายของมันเมื่อสิ่งที่เราเจอตามหน้าข่าวออนไลน์ บางทีในประวัติศาสตร์ก็มีอะไรคล้ายๆกัน 

โดยเฉพาะเวลาพูดถึงนโปเลียนที่ 3 ในช่วงการเลือกตั้งสมัยเเรกของจักรวรรดิที่ 2 Gerrymandering เป็นคำที่ผมไม่รู้ว่าจะเเปลว่าอะไรเเต่ถ้าให้บอกว่ามันเป็นอย่างไงคือ การขีดเส้นเขตเลือกตั้งให้ฝั่งเราชนะ ผมรู้จักคำนี้มาก่อนจะมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดประมาณ 2 ปี นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมในสภาผู้เเทนของจักรวรรดิที่สองสมัยเเรกถึงมีพวกโบนาร์ปาร์ตเกือบเต็มสภาถ้าไม่ใช่เพราะว่า gerrymandering เป็นปัจจัยหนึ่ง

อีกเรื่องหนึ่งคือ การเห็นต่าง =  คนชังชาติ 
เรื่องนี้มีที่มาจากการที่ตีเเยร์ (Marie Joseph Louis Adolphe Thiers) นักการเมืองชื่อดังในยุคนั้นเกิดไม่เห็นด้วยกับการที่นักการเมือง หรือเเม้กระทั่งนโปเลียนที่ 3ที่เกิดอยากจะรบกับปรัสเซียหัวขบวนการรวมชาติเยอรมัน คุณคงรู้ว่า ปรัสเซียยุคนั้นเพิ่งจะรบกับออสเตรียมา รบกับเดนมาร์คมาเเล้ว 

การที่ตีเเยร์ไม่เห็นด้วยทำให้ถูกตำหนิว่าเป็นคนทรยศในที่สุดเเม้เขาจะรู้อยู่เต็มอกว่า กองทัพปรัสเซีย กับ บิสมาร์คนั้นไม่ใช่ไก่งวงให้ยิงเล่นได้ หากเลือกเขาเลือกได้ก็อยากจะใช้วิธีการทางการทูตเพียงเเต่ว่าในฝรั่งเศสนั้น มีเเต่คนอยากไปรบ

เยอรมันในปัจจุบันคงไม่เกิดถ้าหากนโปเลียนที่ 3 ไม่ตกเป็นเชลยศึกจากการรบที่ Sedan เกิดการเหวี่ยงทางการเมืองกลายเป็นว่ารัฐบาลป้องกันชาติขึ้นมาเเทน ส่วนจักรวรรดิล่มสลายไป สุดท้ายคนที่ต้องออกไปเจรจาก็คือตีเเยร์เองที่ต้องเดินทางไปอังกฤษ ออสเตรีย เเละ หลายประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือเเต่ก็ไม่ได้อะไร เลยต้องมาเจรจากับปรัสเซียตรงๆ

เพราะการรบที่พ่ายเเพ้ตั้งเเต่เปิดสงครามมา จนถึงนโปเลียนที่ 3 ถูกจับเป็นเชลย ทหารเยอรมันเดินอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส กรุงปารีสเกิดระส่ำระสายขึ้น ผู้คนจำนวนมากตัดสินใจเลือกตั้งสภาผู้เเทนในช่วงสงครามดำเนินอยู่พร้อมกับการเจรจาเพื่อให้สภาผู้เเทนโหวตให้สงบศึกกับปรัสเซียเเม้จะต้องยอมเสียค่าไถ่หลายล้านพร้อมอัลซาร์คกับลอเรนส์ไปโดยให้ตีเเยร์ไปเจรจาซึ่งเขาไม่มีทางเลือกนอกจากยินยอม เพราะ ประชาชนต้องการเเบบนี้

หลังสงครามจบลง ตีเเยร์ได้ขึ้นเป็นประธานธิบดีคนที่สองของฝรั่งเศส(เป็นคนเเรกของสาธารณรัฐที่ 3) เเล้วฝรั่งเศสก็เข้าสู่บทสรุปของการปะทะกันทางการเมืองของฝ่ายRoyalismกับฝ่ายRepublicanism ซึ่งจะมาเเทนที่ด้วยบทใหม่ของกลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ กลุ่มSocialism Communism เเละ Anarchist ที่จะมาเเย่งความนิยมกับ Republicanism
SHARE
Written in this book
History1848
ความคิดที่มีอยู่ในใจไม่สิ้นสุดเเต่ไม่รู้จะไประบายให้ใครฟังเพราะเป็นคนมีเพื่อนน้อยด้วยความเต็มใจเเละทำคะเเนนในวิชาสังคมได้ระดับดีมากหากเเต่ว่าตัวเองกลับไม่เป็นนักเรียนในเเบบที่ใครบางคนต้องการ ความคิดของเด็กคนหนึ่งที่ต้องอยู่คนเดียวมีสมาร์ทโฟนไว้อ่านประวัติศาสตร์ฉบับภาษาอังกฤษ เเละ การต้องเผชิญความขัดเเย้งในใจตัวเองเมื่อเเนวคิดประชาธิปไตยนั้นถูกตั้งคำถามว่าดีหรือไม่ ทำไมบางประเทศใช้ระบบเผด็จการเเล้วเจริญก้าวหน้า หนึ่งในทางเลือกหนึ่งคือการย้อนกลับไปดูตั้งเเต่การปฏิวัติฝรั่งเศส การปฏิวัติอุสาหกรรม สงครามโลก สงครามเย็นว่าทำไมโลกมันถึงเป็นเเบบนี้ ในอดีตเคยมีเหตุการณ์อะไรที่มีลักษณะคล้ายกับยุคปัจจุบันบ้าง
Writer
MariaVincent
History
Introvet, ฟังเพลงญี่ปุ่น ,ดูการ์ตูนญี่ปุ่น ,ซื้อหนังสือกับเกม ,เล่นเกมCities Skyline ,ประวัติศาสตร์ ,INFP ,AKB48 Nogizaka46

Comments