อสูรตรีปุระ : ว่าด้วยการออกรบของพระศิวะ
หลายคนอาจจะไม่ค่อยเห็นพระศิวะออกรบกันสักเท่าไหร่ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระศิวะต้องออกรบด้วยตัวเอง ซึ่งศัตรูที่พระศิวะจำเป็นต้องประมือด้วยก็คือ “ตรีปุระ” นั่นเอง แต่เรื่องราวของตรีปุระที่เป็นที่นิยมนั้นมีอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกันครับ มาลองดูกันว่าทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

1. คเนศปุราณะ

คเนศปุราณะนั้นจะถือเอาพระคเนศ (AKA พระพิฆเนศที่คนไทยนิยมเรียกมากกว่า) เป็นเทพเจ้าสูงสุดครับ ซึ่งเรื่องของตรีปุระเวอร์ชั่นนี้ก็เริ่มที่ฤาษีตนนึงนามว่า “กฤตสมาส” ซึ่งก็นั่งบำเพ็ญตบะอยู่เป็นเวลานาน แต่อยู่ๆพี่แกก็ดันจามออกมา ซึ่งจากการจามนั้นก็เกิดเด็กน้อยคนนึงอีกด้วย กฤษสมาสจึงสอนคเนศมนตราให้กับเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ซึ่งเด็กน้อยก็ได้บำเพ็ญตบะบูชาพระคเนศเป็นเวลานานจนพระคเนศพอใจและให้พรให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งและปกครองทุกสรรพสิ่ง แต่หลังจากที่เด็กน้อยได้รับพรก็เปลี่ยนไปด้วยจิตอสูรที่อยู่ในตัว ทำให้เขากลายสภาพเป็นอสูรนามว่า “ตรีปุระ” นั่นเอง

ต่อมา ตรีปุระก็บำเพ็ญตบะบูชาพระศิวะเป็นเวลานานจนพระศิวะพอใจ ซึ่งตรีปุระก็ขอพรกับพระศิวะให้ตนมีปราสาท 3 หลัง คือปราสาทโลหะตั้งอยู่บนโลกมนุษย์ ปราสาทเงินตั้งอยู่กลางอากาศ และปราสาททองตั้งอยู่บนสวรรค์ ยังไม่พอ ยังขอพรอีกว่าปราสาททั้งสามจะไม่ถูกทำลายจนกว่าปราสาททั้งสามจะโคจรอยู่ในระนาบเดียวกัน อีกทั้งปราสาททั้งสามจะต้องถูกทำลายด้วยศรเพียงลูกเดียวของพระศิวะเท่านั้น ซึ่งพระศิวะก็ให้พรไปตามนั้น ต่อมา ตรีปุระก็เกิดลำพองใจ ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจของเมืองสวรรค์จากพระอินทร์ เมื่อพระศิวะทราบเรื่องจากพระอินทร์ก็เลยเตรียมกำลังออกรบกับตรีปุระทันที

ในระหว่างการรบขอพระศิวะกับตรีปุระ พระศิวะเตรียมจะยิงศรปาศุปัตเพื่อทำลายปราสาททั้งสาม แต่ความซวยก็ดันเกิดขึ้นเพราะอยู่ดีๆแกนรถศึกของพระศิวะดันหักลงซะอย่างนั้น พระนารทฤาษีจึงแนะนำให้พระศิวะสวดบูชาพระคเนศก่อน... ครับ พระศิวะผู้เป็นพ่อต้องสวดมนต์บูชาพระคเนศผู้เป็นลูกเพื่อขจัดอุปสรรคเสียก่อน ก็อย่างที่จั่วหัวแหละครับว่าคเนศปุราณะนั้นแต่งเพื่อเคลมพระคเนศเป็นเทพเจ้าสูงสุดก็เลยมีเรื่องอย่างที่เล่าไป ซึ่งหลังจากที่พระศิวะบูชาพระคเนศแล้ว การต่อสู้ก็เป็นไปอย่างราบรื่น โดยที่พระศิวะได้ยิงศรปาศุปัตทำลายปราสาททั้งสามของตรีปุระซึ่งบังเอิญโคจรอยู่ในระนาบเดียวกันและสังหารตรีปุระได้ในที่สุด

2. ศิวะมหาปุราณะ

มาถึงอีกหนึ่งเวอร์ชั่น นั่นคือก็เรื่องราวในศิวะมหาปุราณะ ซึ่งถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ได้เล่าเรื่องราวของตรีปุระไว้ว่า หลังจากพระกรรติเกยะ (AKA พระขันธกุมาร) สังหารตารกาสูรลงได้สำเร็จ ลูกชายทั้ง 3 ของตารกานามว่า “วิทยุนมาลี” “ตารกักษะ” และ “วีรยาวณะ” ซึ่งมักเรียกรวมกันว่า “ตรีปุระ” นั้นก็โกรธแค้นเหล่าเทวดาที่สังหารพ่อของพวกตนไป แต่ก็รู้ว่าตอนนี้พวกตนไม่มีพลังมากพอจะเอาชนะได้ ก็ตามสไตล์ของเหล่าอสูรทั้งหลายนั่นแหละครับ อสูรสามพี่น้องจึงบำเพ็ญตบะบูชาพระพรหมจนเป็นที่พอใจ ตอนแรกทั้งสามขอพรให้พวกตนเป็นอมตะ แต่พระพรหมให้ไม่ได้ อสูรทั้งสามก็เลยผุด idea สุดบรรเจิดขึ้นมา

ซึ่ง Idea ที่ว่านั้นคือ ขอปราสาท 3 หลัง หลังแรกคือปราสาททองของวีรยาวณะซึ่งตั้งอยู่บนสวรรค์ หลังต่อมาคือปราสาทเงินของตารกักษะซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ และหลังสุดท้ายคือปราสาทโลหะของวิทยุนมาลีซึ่งตั้งบนโลกมนุษย์ โดยที่ปราสาททั้ง 3 จะโคจรอยู่ในระนาบเดียวกันทุกๆ 1,000 ปี อีกทั้งผู้ที่จะทำลายปราสาททั้งสามได้มีเพียงพระศิวะเท่านั้น อีกทั้งถ้าจะทำลายปราสาททั้งสามต้องทำลายด้วยการยิงธนูเพียงนัดเดียวเท่านั้น พระพรหมซึ่งไม่เคยเอะใจอะไรเลยก็ให้พรไปตามนั้น และมอบหมายให้มายาสูรเป็นผู้สร้างปราสาททั้ง 3 หลังอย่างยิ่งใหญ่และงดงามตามที่ได้ให้พรกับสามพี่น้องตรีปุระ

หลังจากที่สามพี่น้องตรีปุระได้ปราสาทสมใจแล้ว ก็นึกกำเริบเสิบสาน ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเมืองสวรรค์และโลกมนุษย์ให้อยู่ภายใต้อำนาจของพวกตน ซึ่งก็แน่นอนว่าพระอินทร์และเหล่าเทวดาสู้ไม่ได้เช่นเคย จนต้องไปร้องขอพระศิวะให้ช่วยสังหารอสูรตรีปุระ แต่พระศิวะปฏิเสธเพราะทั้งสามนั้นบูชาตนอยู่ ตนจึงไม่อาจสังหารสาวกของตนได้ พระนารายณ์ก็คิดหาวิธีที่จะทำให้อสูรเลิกบูชาพระศิวะ จึงอวตารลงไปเป็น “สมณะโล้น” (AKA พระพุทธเจ้า) ไปสั่งสอนให้อสูรเลิกบูชาพระศิวะ ให้ห่างจากพระเวท และให้เชื่อในลัทธิความเชื่อของสมณะโล้นแทน ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่อสูรทั้งสามจะหลงเชื่อไปตามคำสอนของสมณะโล้นและละทิ้งการบูชาพระศิวะในที่สุด

หลังจากที่เหล่าเทวดาทราบว่าอสูรตรีปุระไม่บูชาพระศิวะแล้วจึงไปขอพระศิวะให้ไปปราบอสูรเสีย คราวนี้พระศิวะตอบรับคำขอ ว่าแล้วก็ออกไปรบกับอสูรตรีปุระแบบเต็มอัตรากำลัง ซึ่งก็พอดีกับช่วงเวลาที่ปราสาททั้ง 3 นั้นโคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกับพอดี พระศิวะจึงยิงศรปาศุปัตทำลายปราสาททั้งสามจนพังพินาศไปพร้อมกับชีวิตของสามพี่น้องตรีปุระด้วย หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วพระศิวะก็สอนว่าการทำลายปราสาททั้ง 3 นี้ก็เหมือนกับทำลายคุณะทั้ง 3 คือ ตมะ (ความโง่เขลา) แทนด้วยปราสาทโลหะ, รชัส (ตัณหา) แทนด้วยปราสาทเงิน และ สัตวะ (ความดีงาม) แทนด้วยปราสาททอง ซึ่งเท่ากับว่าพระศิวะอยู่เหนือคุณะทั้งหลายนั่นเอง

มีหนึ่งประเด็นสำคัญที่ปรากฎอยู่ในศิวะมหาปุราณะ นั่นคือ การปรากฎตัวของสมณะโล้น ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นพระพุทธเจ้านั้น ต้องขยายความสักหน่อยว่า ในยุคที่มีการเขียนปุราณะต่างๆนั้น ตรงกับช่วงที่พระพุทธศาสนายังคงรุ่งเรืองในอินเดีย ฝ่ายพราหมณ์นั้นจึงพยายามจะ discredit คำสอนของพระพุทธศาสนา จึงอาศัยการยกเอาพระพุทธเจ้าให้เป็นอวตารของพระนารายณ์และเป็นผู้ชักจูงเหล่าอสูรให้ตีตัวออกห่างจากความดีงามซึ่งก็คือการบูชาเทพเจ้าและปฏิบัติตามหลักศาสนาฮินดูนั่นเอง ต่อมา concept นี้ก็ไม่ได้รับความนิยมเพราะเป็นการสร้างความขัดแย้งระหว่างศาสนา แต่เขาก็ยังถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นอวตารของพระนารายณ์อยู่นะครับ

นี่ก็คือเรื่องราวของอสูรตรีปุระทั้งสองเวอร์ชั่น ที่ลากยาวไปจนถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ศาสนาในอินเดียอีกด้วย ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธเจ้าในศาสนาฮินดูนั้น ผมเคยเล่าเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ลองย้อนไปอ่านดูได้นะครับ
 
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments