AGAIN
ย่ำเย็นเห็นแสงทองอ่อนของอาทิตย์อัสดงเป็นภาพที่สวยสดน่าชม แต่มันไม่มีความหมายสำหรับมนุษย์ผู้หนึ่ง จิตใจที่อ่อนไหวเปราะบางดั่งดอกแดนดิไลออนเพียงสัมผัสที่แผ่วเบาก็ทำให้ร่วงล่นหรือลอยไปตามลมได้ ไม่นานหลังจากอาทิตย์ลับขอบฟ้า ฟ้าครามครึมเหมือนเมฆหมอกเริ่มก่อตัว บ่งบอกว่าเริ่มเข้าฤดูฝนเสียแล้ว ลมโกรกโบกพาพัดใบไม้ไหวลอยละล่องขึ้นเหนือพื้น บรรยากาศขุ่นมัวละอองจากหยาดฟ้าเริ่มโปรยลงเป็นเม็ด สอดประสานกับเสียงเพรียกบอกของเหล่าอสูรกายร้าย นำพาร่างที่ไร้สติแต่ยังมีชีวิต ไปที่หน้าผาแห่งความตาย สองขาของมนุษย์ผู้อ่อนไหวยืนอยู่ที่ขอบผาแห่งนั้น ก้มมองสิ่งที่อยู่พ้นปลายเท้าของตนเอง ลึกลงไปมีหลุมแห่งความตายรออยู่ตรงหน้า เพียงก้าวขาออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับลงพร้อมกับชีวิตที่ทนทุกข์ทรมาณมานานร่วมปีเศษ ร่างกายที่แข็งแรงไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าจิตของมนุษย์ผู้นี้จะแข็งแกร่งไปด้วย หากซ้ำยังเหนื่อยล้ากับผู้คนที่ต้องพบเจอ เสริมพร้อมด้วยความกดดันจากครอบครัว คงจะดีถ้าชีวิตนี้ได้ดับสูญ... แต่ยังมิวายที่ร่างไร้สติจะปลิดชีพตนเอง กลับสัมผัสได้ถึงมือที่เย็นยะเยือก เอื้อมคว้าร่างไว้ก่อนสังเวยชีพ เสียงร้องขอของมิตรสหายผู้เป็นเพื่อนทุกข์ยากมานาน พร้อมขอบตาร้อนผ่าวเริ่มคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา นัยน์ตาแดงก่ำไม่รู้ด้วยความกลัวหรือความโกรธ สองมือฉุดกระชากลากร่างที่เริ่มมีสติให้พ้นจากหนทางแห่งความตาย เพื่อนผู้ทุกข์ยากตระกองกอดร่างที่ไร้การดูแล แขนซ้ายขวามีรอยแผลกรีดย้ำอยู่หลายแห่ง บางแห่งก่อเกิดเป็นแผลเป็น บางแห่งเลือดยังไหลซึมออกมาไม่หยุด ใบหน้าซูบผอมเผยให้เห็นแก้มตอบ ขอบตาดำคล้ำที่เกิดจากการนอนไม่หลับ เสียงพูดอืออึงที่เริ่มไม่เป็นภาษาจากการร่ำไห้เมื่อครู่ ความหวาดผวาถาโถมเมื่อเริ่มได้สติ จิตสำนึกเริ่มทำหน้าที่ของมัน เป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกผิดได้ก่อตัวขึ้น ถาโถมเป็นความรู้สึกจุก เริ่มเคลื่อนตัวมาที่ลำคอทำให้มิอาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกไปได้

มีแต่เสียงเว้าวอนที่ดังขึ้นภายในจิตใจ

ขอโทษ....

ขอโทษนะ.... 
เป็นแบบนี้อีกแล้ว....

เสียงความรู้สึกผิดที่ไม่มีใครได้ยินดังก้องวนเวียนอยู่ในความคิด เหล่าบุคคลทั้งสองได้แต่หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะจบลงในสักวัน
SHARE
Writer
SSK
Dog
ฟ้าหลังดาว

Comments