[3 Shot] เธอคือเหตุผล [Choi Yena x Kim Minju] [3]


" ไม่ไหวๆ ถ้าเธอไม่มีฉันจะใช้ชีวิตยังไงนิ " เยนาบ่นขณะที่ลงมือจัดการติดพลาสเตอร์ในขั้นตอนสุดท้ายที่บริเวณหัวเข่าสวยของมินจู หลังจากที่เธอพามินจูกลับบ้านและได้จัดการเรื่องวุ่นวายเมื่อตอนเย็นจนหมดแล้ว

ใช่ เรื่องวุ่นวายเมื่อตอนเย็นนั้นถูกเคลียร์และจบลงด้วยดี....มั้ง? หลังจากที่เธอ ฮเยวอน และพวกแชยอนที่เข้ามาช่วยกันแยกสองคนนั้น เธอจึงถามหาสาเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงทำไมมินจูถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ และคำตอบที่ได้ฟังก็ทำให้เธออยากจะเลี้ยงข้าวมิอุเมื้อใหญ่จริงๆ เพราะเป็นเธอก็คงทำไม่ต่างกัน

มิอุเล่าว่าบังเอิญไปเจอมินจูที่อยู่ในสภาพที่ไม่ดีนักจึงรีบเข้าไปดู แล้วก็ได้ความว่ามินจูถูกพวกแฟนเก่าของยูจินมาหาเรื่องเพราะคิดว่ามินจูเป็นมือที่สามและทำให้ต้องเลิกกันกับยูจิน แน่นอนว่าฟังมาถึงตรงนี้มิอุก็เลยหัวร้อนจนไปหาเรื่องกับยูจิน และด้วยความใจร้อนของทั้งสองคนจึงเกิดเรื่องขึ้น

" บ่นอ่ะ ขี้บ่นนะเรา " ว่าแล้วมินจูก็ยื่นมือไปบีบปากเป็ดที่เอาแต่บ่นเธอตั้งแต่มหาลัยจนถึงตอนนี้ อย่างหมั่นเขี้ยว ชอบจริงๆเลยนะ ไอปากเป็ดเนี่ย

" แล้วมันสมควรบ่นไหม ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ เรื่องวันนี้ก็ยังไม่เคลียร์กัน " เยนาดุเจ้ากบตัวดี ที่ดูไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลย แถมยังเอาแต่ยิ้มจนตาปิดอยู่นั้นแหละ ไม่ยิ้มก็หัวเราะ ทำไม? เธอบ่นมันตลกมานักหรอ คิมมินจู!!

" เยนายา ขอโทษนะ " ว่าแล้วเจ้ากบตัวดีที่ว่าเข้าไปออดอ้อนเจ้าเป็ดขี้บ่น โดนเอาคางของตัวเองไปเกยที่ไหล่กว้างนั้นก่อนจะถูคางไปมา แต่ก็ได้แค่แวบเดียวเพราะเจ้าเป็ดแสนเล่นตัวก็แกล้งสะบัดไหล่ออกไม่ให้เธอได้ทำต่อ

" ไม่ต้องมาอ้อน ไม่ใจอ่อนง่ายหรอกนะ " เยนาว่าก่อนตัวเองจะนำอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ แล้วจึงเดินไปเอาอาหารที่ตัวเองได้อุ่นไว้ให้มินจูก่อนหน้านี้

" อะ กินซะ..ทำเองเลยนะ " เยนาพูดด้วยความภูมิใจ ต่างกับมินจูที่เบะปากใส่ทันทีที่ได้ฟังประโยคแสนขี้โม้นั้น

" โม้ แกแค่ซื้อแล้วมาอุ่นเองเถอะ "

" ก็เหมือนกันนั้นแหละ หรือจะไม่กิน " เยนาตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ พร้อมทั้งแกล้งจะลุกเอาอาหารที่เตรียมให้อีกคนไปเก็บ ร้อนให้มินจูต้องรีบตอบกลับ

" กินดิ "

เยนายิ้มออกมาเหมือนได้ยินคำตอบที่แสนจะพอใจจากปากสวยๆของคนตรงหน้า พร้อมทั้งลอบมองใบหน้าแสนสวยนั่นยามรับประทานอาหารที่เธอตั้งใจทำ? ก็ไม่รู้ว่าเธอนั้นคิดไปเองรึเปล่าที่ว่าคนตรงหน้าดูสวยขึ้น หรือเพราะว่าเธอไม่ได้มานั่งลอบมองใบหน้าอันงดงามราวเจ้าหญิงสักเมืองหนึ่งนี้มานานแล้ว หลังจากที่เธอพยายามตีตัวออกห่างเพียงเพราะทำใจไม่ได้ที่เห็นเจ้าหญิงไปสนิทกับใคร ก่อนที่เธอจะตัดสินใจถามถึงเรื่องที่ยังคาใจอยู่

" แล้วเรื่องสองคนนั้น แก...จะทำยังไง " เยนาตัดสินใจถามพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาเกาแก้มดังคนไม่มั่นใจ

" เป็นห่วงเค้าหรอออ " มินจูแกล้งล้อ แต่เมื่อเห็นอีกคนทำหน้าจริงจังก็หยุดเล่น " ก็คุยไปแล้วนะ กับมิอุเองก็น่าจะเข้าใจจริงๆแล้วแหละ ส่วนน้องยุจเองก็คงต้องดูไปก่อน ยิ่งตอนที่เห็นสองคนนั่นทะเลาะฉันละกลัวจริงๆนะ "

" ก็ดี " เยนาพยักหน้าเข้าใจแบบขอไปที จนมินจูที่เห็นก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงเอื้อมมือไปบีบแก้มนุ่มของคนตรงหน้า

" เก๊กวะ ห่วงก็บอกว่าห่วงดิ๊ " มินจูยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเธอสามารถไล่ต้อนเยนาได้

" เออออ อันนี้แก้ตัวไม่ได้ " เยนาที่โดนต้อน เมื่อเห็นว่าสู้ไม่ได้จึงลุกหนีและได้แต่พยายามกั้นยิ้มกับท่าทางน่ารักนั้น

" ฮั่นแน่ๆ จะหนีไปไหนนน "

" ไม่หนี จะไปอาบน้ำแล้ว " คนลุกหนีที่ว่าพูดจบก็รีบชิ่งเข้าห้องไปทันที

" หรอๆ แล้วไม่ต้องใส่ชุดนอนสีเขียวอีกนะ! "

" จะใส่! ถ้าไม่อยากให้ใส่ก็มาใส่ให้สิ เร็วๆนะ มินจูยา " เยนาโผล่หน้าออกมาจากประตู พร้อมกับส่งจูบมาให้ แต่มันทั้งตีและน่าหมั่นไส้มากๆในสายตามินจู

" ไอบ้า!! " ถึงจะตะโกนออกไปแบบนั้น แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเธอนั้นมีความสุขมากแค่ไหน ถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้านี่ก็คงสามารถเห็นตัวเองที่ยิ้มกว้างจนเหมือนคนบ้าแน่ๆ

หลังจากที่ต่างคนต่างจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เยนาก็ยังคงออกมาพร้อมกับชุดนอนสุดขัดใจที่เธอบอกให้อีกคนโยนทิ้งไปได้แล้วแต่ก็นั้นแหละ...ถ้าโยนทิ้งง่ายๆก็คงไม่ใช่เยนา มินจูยิ้มออกมาหลังจากพิจารณาใบหน้าสวยของคนที่นอนหลับเหมือนเด็กๆไหนจะปากที่ยื่นออกมาจนเหมือนเป็ดของคนตรงหน้า

ไม่ใช่ว่าเธอรังเกียจอะไรคนตรงหน้าหรอกนะ ถ้าหากเยนาจะชอบเธอจริงๆเหมือนที่คนอื่นบอกกับเธอ กลับกันมันคงเป็นเรื่องที่ดีมากถ้าเป็นเยนาที่ดูแลเธอดียิ่งกว่าคนไหน คอยช่วยเธอ อยู่กับเธอและปกป้องเธอมาตลอด เพราะถ้าเป็นคนนี้อะไรที่เธอกลัว คนตรงหน้าก็คงสามารถจัดการได้ดั่งเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เพียงแต่เธอไม่คิดจริงๆว่าเยนาจะมาชอบคนแบบเธอได้ ที่แสนจะงอแงและชอบแกล้งเมินใส่ ไหนจะเรื่องที่ทำให้อีกคนต้องดุบ่อยๆอีก

แต่แล้วความคิดของเธอก็ต้องหยุดลง เมื่ออีกคนละเมอเรียกชื่อเธอแล้วก็ตามด้วยอะไรที่ฟังไม่ออกแต่ก็พอจับใจความได้แค่คำว่าชุดนอน มาถึงตรงนี้เธอล่ะอยากหัวเราะออกมาดังๆ ใบหน้าที่ยิ้มอยู่แล้วยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกกับความสุขที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะขยับเข้าไปกอดอีกคนไว้ราวกับหมอนข้างในโปรด



เสียงเพลงดังกระฮึมไปทั่วสนามกีฬา พร้อมกับกลุ่มคนที่กำลังเต้นไปตามเสียงเพลง ทามกลางเสียงกรี๊ดจากบรรดากองเชียร์ที่รับชม และเมื่อเพลงจบลงบุคคลเหล่านั้นก็รีบลงจากเวที ก่อนที่พิธีกรจะทำหน้าที่ต่อไปสำหรับงานของมหาลัยในวันนี้ต่อ

" เยน!! ทางนี้ๆ " เสียงหวานร้องเรียกเมื่อเห็นว่าเพื่อนเธอนั้นแยกกับกลุ่มเต้นแล้ว

" ว๊ายๆ พี่เยนคนเท่คะ มาถ่ายรูปคู่กันหน่อย " ฮเยวอนแซวพร้อมล็อกคอเพื่อนสนิทมาถ่ายรูป

" อะไรของแกเนี่ยเก้า " ถึงพูดไปแบบนั้นแต่เยนาก็ยังเก๊กท่าถ่ายรูปกับฮเยวอนอยู่ดี

" ก็วันนี้แกหล่ออะ จะถ่ายไปอวดน้องยูลหน่อย "

" หล่อแต่ซกมก ไม่สระผมอะนะ " มินจูว่าเมื่ออีกคนเอาแต่เก๊กให้กล้อง

" ย้า! คิมมินจู ฉันสระผมนะ " เยนารีบแก้ตัวทันที จนปากยืดยาวจนเหมือนเป็ดจากที่เหมือนอยู่แล้ว

" อย่าว่าบาปไป วันนี้ดูดีจริง สาวกรี๊ดอย่างเยอะต้องให้เครดิตมันหน่อย " แล้วก็เป็นฮเยวอนที่เอามือมาปิดปากเป็ดๆนั้นที่ตั้งท่าจะเถียงกับมินจู

" ว่าแต่แกเถอะ ใกล้ถึงเวลาแข่งแล้วนะ ยังไม่ไปเตรียมตัวอีก " แชวอนเอ่ยทักอีกคนที่ใกล้ถึงเวลาเตรียมตัวแต่ก็ยังมาเอ้อระเหยอยู่กับพวกเธอ แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ฮเยวอนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

" แล้วแกคิดยัง? ว่าจะทำยังไงกับน้อง ตกลงสัญญาอะไรกันไว้นิถ้าชนะ "

" ก็คิดไว้แล้วนะ " มินจูตอบ ก่อนจะยิ้มให้ พร้อมกับแอบเหล่ใครบางคนที่ดูตั้งใจกินน้ำจากขวดเหลือเกิน ก็ไม่อยากพูดหรอกว่าดูปลอมเหลือเกิน

" ก็ดี แต่แบบนี้ฉันก็ต้องอดได้ขนมฟรีจากคนที่มาจีบแกสิเนี่ย "

" แกก็ซื้อเองสิ แล้วมันยังไง กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเนี่ย " เยนาว่า

" อยากรู้หรอ นั้นแหละความลับของผม "

" หรอกระเทย "

" มึงสิกระเทย !! "

หลังจากการเถียงกันพอหอมปากหอมคอของเยนากับฮเยวอน ทั้งหมดก็ตกลงว่าจะเดินไปส่งมินจูจากนั้นค่อยเดินกลับมาหาที่นั่งเพื่อนเชียร์กีฬากันต่อ และในระหว่างที่มินจูกำลังจะแยกออกไปเตรียมตัว ก็หันมาหาเยนาที่เอาแต่เงียบมาตลอดทาง ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่น่าจะเกี่ยวพันกับความรู้สึกของเธอและการตัดสินใจบางอย่าง

" เยน...อยากให้ฉันชนะไหม? " เมื่อได้ยินคำถาม เยนาก็ได้แต่นิ่งอึ้ง จะให้เธอตอบได้ยังไง ว่าไม่อยากให้ชนะ และเหมือนว่าเธอจะจะเงียบนานไปหน่อย แชวอนจึงสะกิดเธอหลังจากที่มินจูถามย้ำกันอีกรอบ

" ไม่! " และด้วยความปากดันเร็วกว่าความคิดเธอจึงเผลอตอบไปตามใจนึก ก่อนจะรีบแก้ตัวออกไป " อ..เอ่อ...เพราะซากุระก็ลงวิ่งเหมือนกัน เป็นติ่งก็ต้องเชียร์ไอดอลตัวเองให้ชนะสิ "

" หรอ? "

" แกวิ่งให้ทันคนอื่นก่อนเถอะ " เยนาพูดออกไปโดยที่ไม่มองหน้ามินจู เพราะกลัวอีกคนจะรู้ว่าเธอโกหก และพยายามตีหน้าเนียนเข้าไว้ แม้จะเห็นฮเยวอนพยามกั้นขำจากปลายหางตาก็ตาม เพราะไอ้คำแก้ตัวโง่ๆนั้นก็ไม่ได้เชื่อถืออะไรเลย

มินจูเองก็พยักหน้าเข้าใจ แม้จะแอบท้อใจกับอีกคนก็ตาม แต่ไหนๆก็มาขนาดนี้แล้วขอดูคนร้อนรนหน่อยเถอะ ก่อนมินจูจะขอตัวแยกออกไป และเป็นฮเยวอนที่ท้อใจไม่ต่างกันที่เห็นว่าเพื่อนเธอพึ่งเสียโอกาสบางอย่างไป จึงจัดการสุมไฟเผื่อเพื่อนเธอจะเลิกโง่สักที

" พูดก็พูดเถอะ ต่อให้มิ้นมันวิ่งช้าก็จริงนะ " ฮเยวอนหันไปมองเยนา " แต่แกลืมไปรึเปล่า ว่าไม้ผลัดที่เหลือเป็นพี่เซจอง พี่อึนซอ แล้วก็ไอน้องยุจ นักกีฬาทั้งนั้น "

"....."

" ป๊อดวะ " แชวอนพูดลอยๆ ก่อนจะหันไปยิ้มกับฮเยวอนราวกับสนุกที่ได้ทิ้งระเบิดไว้ จากนั้นทั้งสองก็กอดคอกันเดินไปหาที่นั่งเพื่อรอเชียร์มินจู ต่างกับเยนาที่เริ่มกะวนกะวายแม้ว่าบัดนี้พวกเธอจะพากันมานั่งแล้วก็ตาม ถึงร่างกายจะนั่งนิ่งแต่ในใจเยนาตอนนี้ก็ร้อนเกินจะนั่งติดเก้าอี้

ยังไงดีวะ ยังไงดี !!

" พวกแก!! ฉันไปเข้าห้องน้ำนะ " เยนาพูดแค่นั้นก่อนจะรีบเดินออกมา หลังจากที่ต่อสู้กับตัวเองอยู่นาน ขาทั้งสองข้างก็นำพาตัวเธอเดินมายังข้างสนามใกล้กับลู่วิ่ง ที่บัดนี้มีนักกีฬาประจำที่พร้อมอยู่แล้วเพียงรอแค่สัญญาณปล่อยตัว และเป้าหมายของเธอนั้นอยู่ประจำไม้ที่สามซึ่งห่างจากจุดที่เธออยู่พอสมควร

ภายในใจที่ร้อนรนสั่งการให้พาตัวเองไปยังจุดหมายให้เร็วที่สุด แต่ก็เหมือนจะช้าไปเมื่อสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น จากแค่เดินจึงเปลี่ยนเป็นวิ่งไปยังจุดหมาย เธอก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้แค่ไหนรู้เพียงแต่ว่าถ้าเธอยังไม่ทำอะไรสักอย่าง เธอคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต และนึกสาปคนที่คิดเอาน้องยูจินไปไว้ไม้แรกคนอะไรออกตัวเร็วชิบ!!

เยนาวิ่งเข้ามาใกล้กับจุดของมินจู แต่ก็ยังไม่ได้ใกล้มากพอที่จะพูดกับอีกคน ทั้งนี้ยูจินที่ส่งไม้ให้พี่เซจองแล้วก็กำลังวิ่งมาหามินจูแถมยังดูท่าจะถึงก่อนเธออีก เธอเลยตัดสินใจตะโกนออกไปเมื่อเห็นว่าเซจองอยู่ห่างกับมินจูไปไม่ถึงสามเมตร

" มินจู!! ฉันไม่อยากให้แกชนะ ได้ยินไหม!!! "

หลังจากตะโกนออกไปแล้วเธอไม่รู้หรอกว่าอีกคนจะได้ยินไหม รู้แต่เพียงมินจูนั้นรับไม้จากพี่เซจองวิ่งออกไปแล้ว นั้นทำให้เธอแทบกั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นึกเจ็บใจตัวเองที่พอจะมีโอกาสแต่ก็ยังปล่อยโอกาสนั้นไป และได้แต่เพียงภาวนาให้เธอยังมีโอกาสอีกสักครั้ง ครั้งเดียวก็ยังดี



 
" งั้นสรุปว่าแกปฏิเสธน้องเขาหรอ ทั้งที่วิ่งชนะเนี้ยนะ " แชวอนถามคนนั่งข้างกันในขณะที่มือก็คอยพลิกเนื้อย่างในเตา รวมถึงป้องกันเจ้าหัวขโมยเนื้อที่นั่งตรงข้ามกันอย่างฮเยวอน

มินจูพยักหน้าแทนคำตอบ พร้อมส่งไส้ย่างเข้าปาก หลังจากที่เธอเอาเรื่องน้องยุจมาลองคิดดูแล้ว แม้ว่าเธอจะรู้สึกดีและชอบน้องเขามากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะตกลงเป็นแฟนกัน ไหนจะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันทำให้เธอรู้ว่าเธอนั้นต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน

" เล่นตัวนักเดี๋ยวก็ไม่มีคนเอาหรอก " เยนาวางจากจานเนื้อลงกับโต๊ะ หลังจากที่พึ่งเดินไปตักเพิ่ม

" แกก็เอามันสิ " ฮเยวอนพูดขึ้นเรียบๆ

!!!

" ก็เรื่องจริง แล้วมันนะคนรอต่อคิวแถวจีบกันเป็นร้อย แต่ละคนก็ไม่ขี้กากด้วย "

" จริง มีแต่พวกโง่ๆเท่านั้นแหละ ทั้งที่มีโอกาสอยู่ตรงหน้าแท้ๆ " คราวนี้มีแชวอนพูดขึ้นมาบ้าง แล้วก็อดที่แซะเป็ดบางตัวไปด้วยไม่ได้ แต่ก็ถูกขัดจากบุคคลที่เอาแต่ก้มหน้ากินและแย่งเนื้อชาวบ้าน

" ขอค้านๆ ไม่เรียกว่าโง่ เรียกกระจอก!! เนาะ " ฮเยวอนเน้นเสียงในตอนท้ายพร้อมหันไปแกล้งถามเอาความเห็นจากเยนา

" เต็มหน้ากูเลยค่ะ แล้วเขาอาจจะมีเหตุผลอื่นปะ " เยนาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแม้จะรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังหลอดด่าเธอทางอ้อม ก่อนจะโดนตอกหน้าด้วยประโยคจิ๊ดที่ใจจากมินจู

" ถ้าเหตุผลคือไม่กล้าหรือกลัวอะไรงี้ขอปัดตกนะ ไม่อยากชอบคนกากๆ "

และทั้งหมดนั่นคือบนสนทนาเมื่อตอนเย็น ที่เอาแต่วนเวียนอยู่ในหัวของชเวเยนา มันน่าดีใจที่มินจูปฏิเสธน้องไป แต่ก็ไม่ได้น่าวางใจเพราะก็มีคนรอต่อคิวจีบมินจูอย่างที่ฮเยวอนว่า และที่เจ็บใจที่สุดคือเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เธอกระจอกจริงอย่างที่เพื่อนๆแซะ

เยนาทิ้งตัวลงกับเตียงอันคุ้นเคยในห้องนอนของมินจู ถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตกภายใต้เสื้อคอลเลคชั่นขัดใจมินจูเซตใหม่ลายบัซไลท์เยียร์ ที่อุตส่าห์ใส่มาเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง และในระหว่างที่เธอกลิ่งไปกลิ่งมาบนเตียงเจ้ากบที่ชอบบูลลี่ชุดนอนเธอก็ทิ้งตัวลงมานั่งอยู่ข้างกัน ทั้งยังส่งสายตาน่ารักที่ชวนใจสั่นทุกทีที่ได้มองมาทรมานใจกันอีก ไม่รู้รึไงว่าคนอยู่ข้างๆเธอตอนนี้รักเธอมากขนาดไหน

ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดเมื่อตอนเย็นรึเปล่า ที่ทำให้เธอรู้สึกฮึดอยู่ในใจจนอยากจะเปิดเผยทุกสิ่งที่ซ่อนไว้มานาน ยิ่งได้ใกล้ ได้สบตา ยิ่งอยากเผยออกไป แต่จะให้ทำยังไง เมื่อเธอเองก็ไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหน เพียงจะขออะไรก็ได้ในเวลานี้ที่จะดลใจให้เธอมีความกล้ามากกว่านี้ เพราะเพียงแค่สายตาเธอที่บอกรักอีกคนไปแล้วมันคงไม่พอ และเหมือนว่าอะไรก็แล้วแต่จะรับฟังคำขอของเยนา เมื่ออยู่ๆก็มีเสียงร้องเตือนว่ามีคนกำลังโทรเข้ามาหาเจ้าของเครื่องอย่างมินจู พร้อมกับหน้าจอที่โชว์ให้เห็นว่าใครกันที่โทรมา

อันยูจิน

" ให้รับไหม? " มินจูเอ่ยถามคนที่นอนมองหน้ากันอยู่ แต่กลับไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เธอจึงทำท่าจะรับสายนั้น

" เดี๋ยว! " เยนารีบเด่งตัวขึ้นมาจับมือบางนั้นไว้

ไม่นานนักเสียงเรียกนั้นก็สงบ แต่กลับไม่ได้ทำให้จิตใจใครบางคนสงบตาม เมื่อเสียงเตือนดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้กลับไม่ใช่คนเดิม หากเป็นแฟนเก่าของคนตรงหน้า นั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวงจนอยากตะโกนออกไป แล้วท่าทางที่แสดงออกของเธอก็คงมากพอที่อีกคนจะสังเกต จึงเอื้อมมือมาบีบปากยื่นๆของเธอดังต้องการปลอบใจ และเป็นเธอที่ส่งอีกมือของตัวเองไปกอบกุมมือนั้นไว้

" ไม่รับสายเขาได้ไหม " เยนาที่เอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความไม่มั่นใจนัก ขัดกับสายตาที่จริงจังคู่นั้น

" พูดสิ " ราวกับคำสั่งสั้นๆที่เอ่ยออกมาจากมินจู เยนาจึงทึกทักไปเองว่านั้นคือคำอนุญาต ที่ต้องการให้โอกาสและไม่ได้ต้องการจะผลักไสกัน เธอหายใจเข้าเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะมองมินจูด้วยสายตามาดมั่น ทิ้งความป๊อดของตัวเองไว้ข้างหลัง พร้อมส่งสายตาที่ไม่เคยจะเลียวแลใครและมีไว้เพื่อมองคนตรงหน้าเพียงคนเดียว

" ฉันรักแก....และจะทำทุกทางเพื่อจีบแกให้ติด ฉันรู้ว่าฉันมันคนขี้ขลาด...แค่เห็นแกมีความสุขกับใครที่ไม่ใช่ฉัน หัวใจมันก็เจ็บไปหมดแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไร แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกกับแกมากจนเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว...ฉันรู้ว่ามันยากถ้าจะให้มาตกลงอะไรตอนนี้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่แกพร้อม แกบอกฉันนะ ฉันจะไม่มีวันปล่อยแกไปอีกแล้ว "

มินจูก็ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดยืดยาวนั้นหรือท่าทางจริงจังที่นานๆอีกคนจะเผยมันออกมา แต่ไม่ว่ามันจะเพราะอะไรก็ตามแต่นั่นน่ะ เธอคิดว่ามันน่ารักเป็นบ้าและมันก็ทำเธอใจสั่นที่สุด จนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่ตีกันอยู่ในอกนี้ได้ เพียงแต่รู้แน่ๆว่าเธอน่ะ ทั้งเขินทั้งมีความสุขที่สุดในเวลานี้ ไหนจะท่าทางน่ารักที่อีกคนพอพูดเสร็จก็เขินตัวเองจนเอาหน้ามามุดอยู่กับไหล่ของเธออีก

มือเหมือนครีมปังของเยนาถูกบีบเบาๆ เพื่อให้หันมาสนใจกันและเมื่อสายตาถูกประสานกัน ราวกับคนควบคุมสติไม่ได้ มินจูสังเกตเห็นว่าเยนาที่เริ่มปรับโฟกัสลงไปยังริมฝีปากของคนสวยตรงหน้าแต่ก็ยังคงนิ่งอยู่ มินจูคลี่ยิ้มก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปจนริมฝีปากสัมผัสกันเบา เนิบนาบแต่หนักแน่นและไม่มีการล่วงเกินกันไปมากกว่านี้

" ฉันไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆหรอกนะ ถ้าคิดว่าแน่จริงก็จีบให้ติดล่ะ ไอเป็ดกาก "




 
" มิ้นแฟนมารับแล้วววววว " มินกยองตะโกนบอกกับน้องสาวคนสนิทอย่างทุกทีก่อนจะหันมาทักทายคนมาใหม่

" ไง มิ้นยอมตกลงรับรักยัง " มินกยองเอ่ยถามกับลูกค้าประจำ ที่กลับมาทำหน้าที่สารถีรับส่งพนักงานคนสวยดั่งทุกวันที่ผ่านมา

" ยังเลยพี่ "

" เอาน่าให้มันได้เล่นตัวหน่อย แต่ทุกวันนี้แกสองคนก็เหมือนแฟนกันอยู่แล้วนะ "

" น้องพี่ใจแข็งจะตาย ไม่รู้เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนสักที ปากก็ไม่ได้แข็งสักหน่อย " เยนาพาดพิงถึงบุคคลที่สาม หลังจากที่เธอประกาศว่าจะจีบอีกคน จนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว

" ฮั่นแน่ แสดงว่า...โอ้ย " มินจูฟาดเข้าที่แขนของคนเป็นพี่ พร้อมหันไปคาดโทษเจ้าเป็ด ที่เธอเผลอแวบเดียวก็มาตั้งวงนินทากัน

" ฉันฟ้องพี่บิ้นแน่ ว่าพี่แกล้งฉัน " มินจูพูดขู่มินกยอง แต่ก็หาน่ากลัวไม่ ก่อนจะลากเจ้าเป็ดที่ยืนอมยิ้มอยู่กลับบ้านไป

มินจูนั่งมองเยนาที่กำลังกินต็อกที่พวกเธอตกลงซื้อกลับมากินด้วยกันที่ห้อง และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เยนาเสนอตัวมานอนกับเธอ หลังจากวันที่เยนาสารภาพกับเธอ คนตรงหน้าก็ยังคงดูแลเธอดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยการแกล้งให้เธอใจสั่นบ่อยๆ อย่างครั้งนี้ก็พยายามเอาใจเธอด้วยชุดนอนคอลเลคชั่นขัดใจเธอเซตใหม่ ที่พยายามเลือกมาให้ถูกใจเธอที่สุด แม้ความจริงก็ขัดใจเธออยู่ดีนั้นแหละ แต่มันก็น่ารักเป็นบ้าเลยที่เห็นอีกคนงอแงจนปากยืดปากยาวคลายเป็ดนั้น

" นี่..กินดีๆสิ เลอะหมดแล้วนะ " มินจูหยิบชิดชูเช็ดปากคนที่ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ

" เลอะแล้วรักปะ " เยนาถามหลังจากที่อีกคนนำมือออกไปแล้ว และกำลังทำความสะอาดภาชนะหลังจากที่พวกเธอจัดการกับอาหารตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยมีเธอเป็นผู้ช่วย

" ไม่ผ่านนะมุขนี้ "

" แล้วถ้าไม่มุข แต่บอกว่ารักมาก จะยอมเป็นแฟนกันไหม?? " เยนาเดินเข้ามากอดจากด้านหลัง พร้อมเอาแก้มซุกไซร้กับไหล่ของเธอ ราวกับเป็ดน้อยกำลังอ้อนเจ้าของ

" หยุดเลยนะ ฉันล้างจากไม่ถนัดแล้ว " มินจูไม่ตอบแต่กลับเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ว่าเธอน่ะ เขินแค่ไหนที่อยู่ๆก็มาพูดอะไรแบบนี้ใส่กัน และเยนาเองก็หยุดจริงๆ แล้วเปลี่ยนมาเอาคางเกยที่ไหล่เธอแทน และยอมกอดอยู่เฉยๆรอจนเธอล้างจากเสร็จ

" มินจูคะ "

" คะ " เจ้าของชื่อค่อยๆหันมาตอบรับ โดยที่เธอเองก็ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเยนา

" มินจูเป็นแฟนกับเยนานะคะ " มินจูนิ่งอึ้งที่จู่ๆเยนาก็บอกกันแบบไม่ทันให้ตั้งตัว แล้วคงนานไปเมื่ออีกคนเอ่ยถามซ้ำกันเป็นรอบที่สอง

" ตกลงค่ะ "

" เอ๊ะ? อะไรนะ ได้ยินไม่ชัดเลย " เยนาส่งยิ้มใสซื่อพร้อมแกล้งเอาหูเข้ามาใกล้เพื่อจะฟังเธอพูดชัดๆ

" บอกว่า ตกลงไงคะ "

" ตกลงอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย " เยนาแสร้งทำหน้าซื่อ

โอเค อันนี้เยนาจงใจแกล้งเธอแน่นอน และเธอเองก็ตกเป็นรองอีกคนด้วย

" ว้อยยย ก็ตกลงที่เธอถามเมื่อกี้ไง หรือจะไม่เป็น " มินจูพยายามดึงเกมให้กลับมาอยู่เหนือกว่าอีกครั้ง

" เป็นสิ แต่แค่ตอบตกลงเฉยๆมันจะไปรู้เรื่องได้ไง เธอรู้สึกยังไงไม่เห็นบอกเลย " เยนาตอบกลับเสียงงุ้งงิ้งแกล้งน้อยใจไปงั้น ทั้งที่เยนาเองก็น่าจะรู้ว่าเธอน่ะ ใจอ่อนให้ไปตั้งนานแล้วแม้จะไม่ได้พูดกันแต่การกระทำที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าเธอ รู้สึกยังไงกัน ไอ้ความรู้สึกที่ว่า

รักเยนาไม่ต่างกัน
 
มินจูจับใบหน้าน่ารักให้หันมาสบตากัน ก่อนจะสอดแขนไปคล้องคอคนตรงหน้าพร้อมกระชับแขนให้ใบหน้าใกล้ชิดกันจนแทบไม่เหลือที่ว่าง และวันนี้เธอก็ยอมให้คนตรงหน้าแกล้งมามากพอแล้ว ถึงเวลาเอาคืนสักที ว่าแล้วมินจูก็จงใจเคลื่อนริมฝีปากให้สัมผัสกับอีกคนเบาๆ ขณะที่เธอเอ่ยบอกความในใจ

" ฉันบอกว่า ฉันตกลงเป็นแฟนกับเธอ เพราะมินจูก็รักเยนาเหมือนที่เยนารักมินจูค่ะ "

สิ้นเสียงของมินจู เยนาก็ประกบริมฝีปากของตัวเองในตำแหน่งเดียวกันกับมินจู เยนากดน้ำหนักลงอย่างนุ่มนวล ค่อยๆละเลียดชิมความหวานพร้อมส่งลิ้นร้อนเข้ามาตักตวงรสชาติที่มากกว่าเดิม มินจูเองก็ปรับองศาให้อีกคนเข้ามาตักตวงตามความพอใจ จนเราแนบชิดกันมากขึ้น

ไม่แน่ใจว่าเราตักตวงความหวานจากกันนานเท่าไหร่ รู้เพียงมันชั่งอบอุ่นหัวใจมากแค่ไหน ที่เราได้อยู่ข้างกันในตอนนี้และต่อจากนี้







END.

SHARE
Writer
JZ
ETC.

Comments

Yoochin
2 months ago
เขินมากเลยยยย แง ขอบคุณที่แต่งเยนมิ้นน่ารักๆมาให้อ่านนะคะ จะรออ่านเรื่องต่อไปเลยค่ะ
Reply