ท่วงทำนองแห่งความฝัน





     ผ่านล่วงเลยมาเกือบเดือนในที่สุดห้องรับแขกก็มีทีวีใช้เสียที และสร้างความบันเทิงใหม่ๆอีกครั้ง ฉันกับเจ้าตัวเล็กเจิมก่อนด้วยการเต้นโคฟบูชาน้ำเหงื่อ ต่อด้วยเป็นดีเจเปิดเพลงไปเรื่อย ลิสต์เพลงย้อนยุค แดนกิมจิและเลือดโอตะผสมกันอย่างลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว
     ถามว่าใครเอ่ย...ใช้ทีวีสีจอแบนจอใหญ่บ่อยที่สุด


      ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ ...สองวันที่ผ่านมา ฉันนั่งเปิดการ์ตูนในเว็บnetflix สลับกับเลือกซีรี่ส์แดนปลาดิบมากกว่า50เรื่อง แต่เพราะสายฝนที่โปรยมาชวนให้โหยหาช่วงเวลาหนึ่งกับสถานที่ในความทรงจำ ทำให้เลื่อนสะดุดตากับหนังไทยเรื่องเก่าเกือบ10ปี 

Season Change (2549)
      ภาพแรกที่ทุกคนคุ้นตา ก็คงเป็นภาพเสาหลากสี ทางเดินภายในตึกทรงกรีก ลานกว้างราวกับสถานที่บูชายัน และสะพานเชื่อมที่มีหนุ่มสาวปั่นจักรยานไปด้วยกัน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น คือวิทยาลัยดนตรีชื่อดังย่านศาลายา "วิทยาลัยดุริยาคศิลป์" แน่นอนเรื่องราวตลอดสองชั่วโมงถูกดำเนินด้วยศาสตร์วิชาดนตรี และเรื่องนี้คนไม่เรียนดนตรีก็ดูได้!

       แต่สิ่งที่ได้มันมากกว่าความสุนทรีย์ของดนตรีหลากหลายแนวหรือทริปตามรอยหนัง แต่กลับแฝงด้วยความใฝ่ฝันเล็กๆของเด็กที่อยากเรียนในสิ่งที่ชอบ แต่พ่อแม่กลับเลือกที่จะทำตามแผนการของตนเอง โดยเฉพาะมุมมองของเด็กที่จบด้านดนตรี กับภาพจำเหล่าเด็กๆถือเครื่องดนตรีเล่นตามร้านยามค่ำคืน

        ในฐานะของเด็กคนนึงที่คลุกคลี(ไปไหนมาไหน)กับกลุ่มนักศึกษาคณะดนตรี มันกลับได้รับมุมมองที่ไม่เคยพบมาก่อน ทั้งการสร้างชื่อเสียงไม่แพ้นักเรียนเข้าแข่งโอลิมปิกวิชาการ​อย่างประกวดขับร้องประสานเสียง​ งานแข่งขันดนตรีแต่ละประเภททั้งในเมืองไทยและต่างแดน ภาษาดนตรีที่ถือว่าเป็นภาษาที่สอง​ การวิเคราะห์ดนตรีราวกับเป็นนวนิยาย​เล่มหนึ่ง​ และอาชีพที่วงกว้างกว่าการบรรเลงตามร้านอาหารยามราตรี​ ไม่แน่อาจจะเดินสวนกับคุณครูสอนดนตรี​ หรือนักวิชาการศึกษาก็เป็นได้

     นอกจากภาพจำใหม่ของการเรียนดนตรี​ อย่างที่เกริ่นไป​ คือเรื่องความฝันเด็กกับความฝันของพ่อแม่​ มีคำพูดหนึ่งในหนังที่ประทับใจและน่าจะเป็นคติเตือนใจสำหรับผู้ปกครองที่กำลังจะยัดความฝันของเขาไว้กับเด็กที่มีเป้าหมายอยู่แล้ว


คนเราอยู่กับลูกไปไม่ได้ตลอด​ แต่สิ่งที่เขาชอบจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต
       ในเมื่อมีโอกาสให้ลองค้นหาตัวเองทั้งที​ โดยเฉพาะเลือกทำตามความชอบ​ สิ่งสำคัญสำหรับผู้ปกครองเลยคือ​ ลองกลับไปถามหรือยัง​ ว่าเขาชื่นชอบเหมือนกับสิ่งที่พวกท่านคิด​ 

      หากใช่... ซัพพอร์ตเขาให้ไปได้ไกลพอที่จะส่งถึงฝั่ง​ 
       หากไม่เป็นไปตามที่หวัง​ อย่ายัดเยียดจนเกินไป​ หลายครั้งเกิดมีปากมีเสียงเกิดบาดแผลทางความสัมพันธ์​หรือไม่ก็ยอมจนต้องทำตามความฝันของพ่อแม่แล้วละทิ้งความฝันของตัวเอง​


     หลังจากดูจบ​นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจ​ในการค้นหาตัวเองหลังจากเรียนจบ​อีกครั้งแล้ว  พ้อยท์​หลักจริงๆคือ​ ฉันอยากกลับไปที่มหาวิทยาลัยสีน้ำเงิน​อีกครั้งเพื่อถ่ายภาพชุดครุยตามรอยหนังแล้ว!! 
     
     


SHARE
Written in this book
ดูอย่างศิลป์ฯ
มีอาจารย์คนหนึ่งที่เคยสอนวรรณกรรมบอกว่า เมื่อคุณได้เรียนศาสตร์นี้มากๆ มันจะทำให้การอ่านและการดูหนังของคุณเปลี่ยนไป นั่นคือเรื่องจริง และนี่คือการรีวิวหนังและหนังสือแบบตามใจฉัน (เผลอหลุดสปอยไปบางทีก็ขออภัยด้วยค้าบบ)​
Writer
Akifallingtone
A Person in Autumn
เมื่อใดที่คิดฟุ้งซ่าน ให้เขียนระบายออกมา​ | หากฉันหายไป...ฉันอ่านหนังสือเตรียมสอบ​;-; | แวะมาถามตอบได้ที่Ask.fm​ :molibirado​

Comments