Chapter 1: คำทักทาย และคนแปลกหน้า
เธอ;

ฉันเขย่าแก้ว Mojito เบา ๆ เพื่อให้น้ำแข็งที่ละลายผสมเข้ากับเหล้าภายในแก้ว ก่อนจะยกขึ้นดื่มเล็กน้อย
และตบท้ายด้วยการสูดควันจากก้นกรองบุหรี่สีขาวมวนเล็ก

“ไม่สบายใจหรือครับ”

เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากทางด้านซ้ายที่เป็นบาร์ยาวไปจนสุดเขตของชั้นดาดฟ้าแห่งนี้

ด้วยบรรยากาศสลัวของบาร์ และวิวของผู้คนที่เดินกันวุ่นวายบนถนนข้าวสารด้านล่าง
ทำให้ฉันไม่ได้ตระหนักถึงการปรากฏตัวของชายหนุ่มคนนี้ 
จนกระทั่งเขาเปล่งเสียงเพื่อพูดคุยกับฉัน

ฉันสบตาเขาอย่างเลื่อนลอยด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์และนิโคตินที่ไหลเวียนในร่างกาย

“คะ”

“มีเรื่องไม่สบายใจหรือคับ”


เขาถามย้ำพร้อมรอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันเขี้ยวทั้งสองข้าง

ฉันรับรู้ได้ถึงสีหน้าของตัวเองที่แสดงความงุนงงออกมา

เขาหัวเราะแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอบอุ่น 
แม้จะมีร่องรอยของอายุปรากฏที่หางตาให้ได้เห็นอยู่กลาย ๆ

“ตอนแรกคุณดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจนะ แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณไม่สบายใจหรือคุณแค่ง่วงนอน”

เขายังคงฉีกยิ้มอวดฟันเขี้ยวสีขาวคู่นั้น

และฉันยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จนไม่แน่ใจว่าควรตอบอะไรกลับไป 
หรือควรจะนิ่งเงียบไปแบบนี้จนเขาถอยไปเอง

“ผมชื่อ … ครับ คุณล่ะ”

“รักค่ะ” 


“หืม.. ชื่อเพราะนะครับ”


รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าของฉันแทนการตอบกลับคำชมนั้น

“รักมาที่นี่ประจำหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ ปกติรักไม่ค่อยดื่ม ไม่ค่อยเที่ยว”

“ถ้างั้นผมเดาว่าผมคงได้คำตอบที่ผมถามคุณรักแล้วล่ะ”


ฉันยิ้มให้เขาเล็ก ๆ อีกครั้งก่อนจะมองลงไปยังผู้คนบนถนนด้านล่าง 
เพราะฉันเข้าใจดีว่าเขากำลังพูดถึงคำถามก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่ได้ให้คำตอบ

ใช่ ฉันมีเรื่องไม่สบายใจ แต่การพูดออกไปมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ

“ไม่เป็นไรครับ ถ้ารักไม่อยากพูดถึงก็ไม่เป็นไร”

ฉันกับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบ 
จนกระทั่งถึงเวลาบาร์ปิด

เราพากันเดินมาหยุดที่ริมถนนใหญ่แถวแยกคอกวัว

“ผมขอเบอร์คุณรักไว้ได้ไหมครับ ผมอยากเจอคุณอีก”

เขายื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องสีดำให้ฉันทันทีที่พูดจบประโยค



เขา;

ผมผลักประตูกระจกเพื่อเข้ามายังบาร์ที่คุ้นเคย
เดินผ่านโต๊ะจำนวนหนึ่งที่เบียดเสียดไปด้วยคนหนุ่มสาวเพื่อตรงไปยังบาร์เครื่องดื่ม

“ไง.. โจ้”

“เอ้า หวัดดีครับพี่ ทำไมวันนี้มาเร็วจัง”

ไม่แปลกหรอกที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มจะตอบกลับคำทักทายของผมด้วยคำถามแบบนี้
เพราะปกติแล้วกว่าผมจะปรากฏตัวที่นี่ได้ มันมักจะเป็นเวลาที่ล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว

“พี่ขอเหมือนเดิมนะ”

“วันนี้ Neat หรือ On the Rock ดีครับ”

“On the Rock แล้วกัน”


บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักหน้า พร้อมหันหลังไปหยิบแก้วดับเบิลร็อค และเริ่มลงมือตระเตรียมเครื่องดื่ม

ผมหันหลังให้เคาน์เตอร์เครื่องดื่มเพื่อสัมผัสบรรยากาศโดยรอบ

มุมเดิม ๆ ที่ผมชอบจับจองไว้นั่งหลบผู้คนนั้น ในคืนนี้กลับมีเจ้าของแล้ว

สายตาผู้เป็นเจ้าของที่นั่งมุมโปรดของผม จ้องมองออกไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย
พร้อมมือที่ส่งบุหรี่เข้าปากคำแล้วคำเล่า ไม่มีทีท่าจะชะลอการเสพเจ้าสิ่งนั้นลงแม้แต่น้อย

“ได้แล้วครับ”

“พี่ไปนั่งมุมเดิมนะ”
ผมบอกกับบาร์เทนเดอร์ เพื่อที่เขาจะได้คอยมองผม
หากผมต้องการเพิ่มจำนวนเครื่องดื่มในค่ำคืนนี้

เธอเขย่าแก้ว Mojito เบา ๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่มเล็กน้อย
และตบท้ายด้วยการสูบเจ้าบุหรี่สีขาวมวนเล็ก

“ไม่สบายใจหรือครับ”

ผมเอ่ยเชิงทักทายหลังจากที่นั่งลงข้างเธอ 
แม้ในใจผมจะนึกกร่นด่าตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ทักออกไปแบบนั้น

เธอหันมาสบตาผมด้วยสายตาที่เลื่อนลอยเหมือนอย่างที่ผมสังเกตเธออยู่ไกล ๆ 
จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม

“คะ” เธอตอบ

“มีเรื่องไม่สบายใจหรือคับ”

ผมถามย้ำพร้อมรอยยิ้มที่ไม่อาจจะฝืนได้ เพราะหน้าตาที่งุนงงของเธอมันช่างน่ารักซะจริง

ผมหัวเราะแผ่วเบา เพราะเริ่มไม่แน่ใจในสายตาที่เลื่อนลอยที่ผมเห็นเมื่อครู่
ว่ามันคือเรื่องรบกวนใจเธอ หรือจริง ๆ แล้วเธอแค่นอนไม่เต็มอิ่มกันแน่

“ตอนแรกคุณดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจนะ แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณไม่สบายใจหรือคุณแค่ง่วงนอน”

ผมยังคงอดฉีกยิ้มไม่ได้

เธอยังคงไม่ตอบคำถามของผม มันทำให้ใจผมฝ่อลงไปมาก
ผมคงจะไปสะกิดใจเธอเข้า หรืออาจจะถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม

“ผมชื่อวินครับ คุณล่ะ” ผมรีบแนะนำตัวกับเธอก่อนที่จะเสียบรรยากาศมากไปกว่านี้

“รักค่ะ”

“หืม.. ชื่อเพราะนะครับ”


รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ

“รักมาที่นี่ประจำหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ ปกติรักไม่ค่อยดื่ม ไม่ค่อยเที่ยว”

“ถ้างั้นผมเดาว่าผมคงได้คำตอบที่ผมถามคุณรักแล้วล่ะ”

ผมยกแก้วดับเบิลร็อคขึ้นดื่ม สายตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ
ซึ่งผมไม่สามารถบอกได้เลยว่าเธอกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่

เธอยิ้มตอบกลับมาให้ผมอีกครั้งก่อนจะมองลงไปยังเบื้องล่างที่จอแจไปด้วยผู้คน ทั้งไทยและเทศ 
เธอยังคงเก็บงำอะไรก็ตามที่อยู่ภายในใจเอาไว้ ไม่ให้มันเล็ดลอดออกมา

แน่ล่ะ ก็ผมเป็นคนแปลกหน้าที่ชวนเธอคุยในร้านบาร์ดาดฟ้าก็เท่านั้น
แต่ผมเคยได้ยินนะ ว่าการเล่าเรื่องราวทุกข์ใจให้คนแปลกหน้าฟัง เป็นการระบายที่ดี

“ไม่เป็นไรครับ ถ้ารักไม่อยากพูดถึงก็ไม่เป็นไร”

ผมกับเธอนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ส่วนมากแล้วผมจะเป็นคนถาม
และแน่นอน ส่วนมากเธอเป็นคนตอบ
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนตี 2 เป็นเวลาที่บาร์ต้องปิดแล้ว
และคนแปลกหน้า 2 คน คงจะต้องแยกย้ายกันกลับไปใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงเสียที

ผมและเธอเดินออกจากบาร์ดาดฟ้ามายังริมถนนใหญ่บริเวณแยกคอกวัวเพื่อเรียกแท็กซี่

“ผมขอเบอร์คุณรักไว้ได้ไหมครับ ผมอยากเจอคุณอีก”
ผมยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอในทันที
อันที่จริง ถ้าจะเรียกว่ายัดเยียดมือถือใส่มือเธอก็ไม่น่าจะผิดไปจากความเป็นจริงมากนัก

สิ่งที่ผมตั้งใจจะพูดเมื่อเธอโบกมือเรียกแท็กซี่คือ คำกล่าวลา 
และในตอนนั้นผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้พบกับเธออีกหรือไม่

แต่ในใจลึก ๆ ผมคงจะรู้ดีว่าผมไม่มีโอกาสได้เจอเธออีกแล้วอย่างแน่นอน
ผมถึงได้พลั้งปากขอเบอร์โทรศัพท์เธอ แทนที่จะกล่าวลาและส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างที่ตั้งใจ

เธอกดเบอร์ให้ผมในระหว่างที่แท็กซี่ได้มาจอดริมฟุตบาธรอเธอแล้ว

และผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอยกโทรศัพท์แนบหู ก่อนจะกดวางและส่งคืนให้ผม

“เบอร์โทรคุณวินผูกกับไลน์ไว้ไหมคะ”
หญิงสาวถามด้วยท่าทีที่เป็นมิตรขึ้น เผยให้เห็นความอ่อนโยนในแววตาที่ตลอดเวลาก่อนหน้านี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“ครับ” จากที่เคยเป็นเธอ บุคคลที่ตอบกลับเพียงสั้น ๆ
ครั้งนี้กลับกลายเป็นผมไปเสียอย่างนั้น

“งั้นเดี๋ยวรักทักคุณวินไปในไลน์นะคะ” เธอจบประโยคด้วยรอยยิ้มละมุน 
รอยยิ้มแรกที่ผมได้เห็นฟันเรียงสวยของเธอ 
พร้อม ๆ กับตาของเธอที่หรี่ลงเพราะรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ


SHARE
Writer
Loverdose
Wandering girl
My name is Love.

Comments

merrysmokingday
11 days ago
คนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพราะแอลกอฮอล์กับบาร์ ดีมากเลย ติดตามฮะ
Reply
Loverdose
5 days ago
ขอบคุณมากนะคะ :)
minoritygirl
11 days ago
ละมุนมากค่ะ
Reply
Loverdose
5 days ago
ขอบคุณมากเลยค่ะ ^^
Kornz
9 days ago
ชิวๆ น่ารักๆ
Reply
Loverdose
5 days ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :)
iamatraveller
8 days ago
ดีจังเลยน้าาา
Reply
Loverdose
5 days ago
^^ ขอบคุณที่อ่านนะคะ