กา(แฟร์)กลิ่นวนิลา? ☕️
คุณเชื่อเรื่องแปลกไหม เอ่ออ...ฉันไม่ได้หมายถึงสัตว์รูปร่างประหลาดหรือประเภทบุคคลที่มีอวัยวะงอกออกมาผิดรูปลักษณ์ของมนุษย์หรอกนะ ไม่มีเรื่องภูติผีปีศาจ แต่สิ่งที่ฉันกำลังนำมาเขียน มันเรียกว่าเป็นเรื่องที่น่าลึกลับยิ่งกว่านั้น หรือไม่ มันคงเป็นเรื่องบังเอิญ ในขณะที่ตัวของฉันเอง ก็ยังสงสัยมาตลอดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปริศนาในชีวิตประจำวันไปแล้ว 

ว่าแต่คุณล่ะ เชื่อเรื่องบังเอิญเหล่านี้รึเปล่า?

กรุ๊งกริ๊ง~

ลูกกระดิ่งที่ติดไว้บนประตูดังขึ้นเมื่อมีผู้คนเปิดเข้ามาร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เป็นร้านกาแฟเล็กๆ บนถนนที่ทอดยาวมาไกล หนทางที่เปลี่ยว ลึกลับ ซับซ้อน ราวกับว่าคนที่มาร้านนี้ต่างขับหลงเข้ามาเสียนี่ ใช่สิ.. เพราะเมื่อตอนนั้น 

     ย้อนกลับไปช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฝนตกหนักอย่างรุนแรง ท้องฟ้าค่อนข้างที่มืดสลัวเมื่อโดนกลุ่มเมฆมาบดบัง ฉันคนนึงที่ขับหลงเข้ามาตอนจะกลับรถไปยังถนนอีกสาย แต่แล้วก็พบกับความลึกลับซับซ้อน เรียกว่าคลำทางป่าต้นสนขนาดใหญ่มาสักพักจนพบกับแสงไฟสีส้มทอดยาวติดกับพุ่มไม้ เป็นทางสองเลนที่มีทางออกกับทางเข้าเพียงเท่านั้น ขับผ่านถนนขี้เลนมาเรื่อยๆจนพบกับร้านแห่งนี้ เรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เกือบทำให้ใจฉันหยุดเต้นไปเลยก็ได้ 

ร้านที่ออกแบบทางเข้าอย่างน่าพิศวงแต่เมื่อรถเคลื่อนมาบริเวณตัวร้านกลับทำให้อบอุ่นไปทั่วหัวใจ ทั้งๆที่สายฝนตกกระทบบนกระจก การกระจายตัวของน้ำฝนทำให้ทุกอย่างพร่ามัว มีเพียงที่ปัดน้ำฝนคอยช่วยทำให้เห็นชัดขึ้นเท่านั้น เศษเสี้ยววินาทีที่เห็น ร้านไม้สักสีน้ำตาลอ่อน ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายนาๆชนิด ประตูสีแดงมีกระดิ่งสีทองลูกใหญ่ ต้นไม้ใบหญ้าที่ดูเขียวขจี ลำธารเล็กๆที่ไหลยาวไปสู่ด้านหลังของร้าน แสงไฟหลากหลายสียิ่งขับให้ร้านดูน่าค้นหาเข้าไปใหญ่ ราวกับหลุดออกมาจากโลกนิยาย ฉันเคลื่อนรถมาจอดบริเวณใต้ต้นไม้ ซึ่งใหญ่พอปกคลุมน้ำฝนด้านนอกให้ตกลงสู่ตัวรถได้นิดหน่อย ชั่งใจสักพักก่อนเหลือบตาไปมองว่าร้านเปิดหรือไม่ แต่เปิดไฟไปทั่วขนาดนี้แล้ว... 

ฉันลงจากรถ หยิบร่มพกพาก่อนจะนำตัวเองเข้าไปหลบฝนด้านในสักครู่นึง เพียงแค่เปิดประตูเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น ฉันเผลอหลับตาพริ้มเมื่อแรงผลักของประตูทำให้เกิดลมและมันมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวาน กลิ่นคล้ายกับวนิลาแต่กลับหอมหวานมากกว่านั้น...

คุณว่าแปลกไหมที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ไม่ได้กลิ่นของกาแฟ?แต่กลับเป็น...

"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ แขวนร่มไว้ที่ข้างกำแพงได้เลยนะคะ"

เสียงพนักงานคนนึงกำลังกล่าวทักทายฉันด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและนุ่มนวล ฉันหุบร่มพร้อมกับแขวนมันไว้ข้างกำแพง ไล่ระดับสายตาการตกแต่งผนังด้านในเป็นภาพวาดรูปต้นไม้และดอกไม้ เผยให้เห็นความใส่ใจและความชอบธรรมชาติในตัวเจ้าของที่นี่ 

ฉันสดุดตากับที่เก็บร่ม จะว่าไป มันคือ...ที่เก็บร่มที่ฉันคิดว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่าที่สุดละมั้ง เพราะด้านล่างที่เก็บร่มนั้นเป็นกระถางต้นไม้ เมื่อฉันแขวนร่ม น้ำที่ค้างจากร่มก็ตกลงสู่กระถาง มีรากเล็กๆเริ่มผุดออกมาจากดิน

เผยรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ฉันกวาดสายตาไปทั่วรอบร้าน ค้นพบว่ามีฉันเพียงคนเดียวที่เป็นลูกค้า เอ๋.. ไม่มีใครเข้ามาเลยอย่างนั้นหรอ? ความคิดนั้นถูกตัดไปเมื่อพนักงานเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับฉัน สิ่งที่ทำให้ฉันหยุดคิดไม่ใช่เพราะใบหน้าสวยๆของเธอหรอก แต่เป็นกลิ่นของเธอ กลิ่นแรกที่เข้ามากระทบประสาทจมูกของฉันเมื่อก้าวเท้ามาที่นี่ กลิ่นวนิลา?

"คุณคงจะเปียก นี่คะ ผ้าเช็ดหน้า"
"ขอบคุณค่ะ" 

ฉันรับผ้าเช็ดหน้าสีครีมแล้วยกมาซับหน้า ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งผ้าเช็ดหน้าของเธอ ที่มีกลิ่นวนิลาจางๆชวนน่าหลงไหล

"คุณคงจะพัดหลงมาสิคะ"
"คะ?" 
"ฮ่าๆ ใครๆก็พัดหลงมากันทั้งนั้นแหละคะ เชิญเลือกที่นั่งเลยค่ะ มีที่ว่างเพียบ"

พนักงานในชุดกระโปรงเดรสสีชมพูยาวถึงหัวเข่า ผูกผ้ากันเปื้อนสีเดียวกับร้าน เธอป้องมือปิดปากหัวเราะจนตาเป็นรูปสระอิ ใบหน้าหวานๆเสียงหัวเราะเหล่านี้ ไม่ให้มองค้างคงเป็นไปไม่ได้

แต่นั่นคงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ... 

ฉันมาที่นี่เป็นครั้งที่สาม เวลานี้ฝนตกหนัก ฉันนั่งอยู่ในร้านมุมเดิม มุมข้างหลังของร้าน โดมกระจกที่มองเห็นลำธาร มีต้นไม้ขนาดใหญ่สูงพอที่บังน้ำฝนตกกระทบ ด้านในถูกจัดเป็นสวนขนาดย่อม และชั้นหนังสือขนาดใหญ่ ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาว ในมือของฉันกุมกาแฟแก้วนึงอยู่ กาแฟรูปหัวใจ...

มันสวย ฉันหมายถึง บรรยากาศที่นี้ตอนฝนตก มันทำให้ฉันละสายตาจากน้ำฝนที่ไหลผ่านกระจกเหล่านี้ลงมาไม่ได้เลยจริงๆ แต่จะว่าไป ฉันก็นึกแปลกใจ เมื่อฉันมาที่นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ฉันไม่เคยเห็นหรือสัมผัสที่นี้ ในวันที่ฝนไม่ตกลงมาเลย มันคงจะสวยงามมากกว่านี้แน่ๆ คิดแล้วก็เกิดปมระหว่างคิ้ว เขาว่ากันว่าเหตุเกิดสองครั้งเหมือนกันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่แล้วทำไมครั้งนี้ครั้งที่สาม มันถึงเกิดซ้ำขึ้นอีกราวกับว่ามีคนจงใจให้มันเป็นแบบนี้กันเล่า ...

ลูกกระดิ่งที่ติดไว้บนประตูดังขึ้นเมื่อมีผู้คนเปิดเข้ามาร้านกาแฟ เสียงฝนข้างนอกไม่ได้ทำให้กลบเสียงสงบข้างในได้มากเสียเท่าไหร่ ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปดู เป็นครั้งที่สามแล้วที่ฉัน...อยู่กับพนักงานตาสระอิเพียงสองคนเท่านั้น เธอกำลังถอดเสื้อกันฝน ในมือถือดอกกุหลาบสีขาว

"เสียงกระดิ่งนี้ ทำให้รบกวนคุณรึเปล่าคะ?"
"เอ๋?"
"ก็คุณลุกออกมาจากที่นั่ง เพื่อมาดูว่าใครมา"
"อ๋อ ฉันคิดว่าลูกค้าเข้าหน่ะ เห็นคุณออกไปข้างนอก เอ่อ...ว่าแต่ในมือนั่น"

 ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอออกไปทำอะไรข้างนอกที่ฝนตกอย่างหนักขนาดนั้นกันนะ

"อ๋อ... ใช่ค่ะ ฉันเห็นดอกกุหลาบมันสวยดี ถัดไปจากหลังโดมกระจก ก็เป็นโดมแก้วเพาะพันธุ์กุหลาบ คุณคงยังไม่เคยไปชม ฉันปลูกมันเองกับมือเลยนะคะ นี่ค่ะ"
"ขะขะของฉัน..."
"ค่ะ"

ตึกตึก~ ไม่ใช่เสียงรองเท้าแต่เป็นเสียงเต้นของหัวใจฉันเอง นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีผู้หญิงออกไปลุยฝนเพื่อเอาดอกกุหลาบมาให้ ฉันรับมาอย่างระมัดระวัง เกรงว่าคนตรงหน้าจะเห็นถึงแรงสั่นของหัวใจไปที่มือของตัวเอง ระบบร่างกายสั่งให้เดินกลับมาที่โต๊ะ แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของดอกกุหลาบจะเดินตามมาด้วย รู้อีกที เราสองคนก็นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน
"เราพบกันครั้งที่สามแล้ว ฉันไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยนะคะ"

จริงสิ ... ฉันแทบยังไม่รู้จักชื่อเจ้าของร้านแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ ใบหน้าหวานรูปไข่ ผิวพรรณสีอมน้ำผึ้ง คาดการณ์น้ำหนักเธอคงราวสี่สิบถึงห้าสิบกว่าๆ รูปร่างได้สัดส่วน ผมสีดำของเธอถูกมัดหลวมๆพร้อมกับผูกโบว์สีขาวเป็นประจำ รูปตาสระอิที่มีเสน่ห์บวกกับน้ำเสียงที่นุ่มนวล เอาเป็นว่า ถ้าฉันเป็นผู้ชายคงตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกพบอย่างแน่นอน เอ่ออ...จะว่าไป ไออาการหัวใจสั่นๆแบบนี้เมื่อไหร่จะหายไปล่ะเนี่ย...

"ฉันชื่อ นิลานะคะ คุณ...เอ่ออ"
"ฉันชื่อ แฟร์ค่ะ"
"แฟร์?"
"ค่ะ.. แฟร์ ที่แปลว่ายุติธรรม"
"อ๋อ คุณแฟร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
"ค่ะ ^^"
"เอ่ออ ว่าแต่ ...ฉันขอถามตรงๆได้ไหมคะ?"
"....?"
"คุณเป็นคนดื่มกาแฟรึเปล่าคะ?"

อ่า...ใช่สิ โดนจับได้แล้ว เธอคงเห็นแก้วกาแฟตรงหน้าที่มันไม่มีท่าทีจะยุบลง หรือไม่มีร่องรอยของคนไปแตะต้องลวดลายในแก้วนั้นเลย ยิ่งไปกว่านั้นแทนที่ทุกครั้งฉันจะเลือกสั่งเครื่องดื่มประเภทอื่น แต่กลับสั่งเจ้ากาแฟนี่แทน

ฉันดื่มกาแฟไม่เป็น แต่ฉันชอบกลิ่นของมัน
"ฉันเห็นคุณสั่งกาแฟ แต่คุณไม่ได้ดื่มมันเลย นี่ก็แก้วที่สามที่คุณสั่ง ฉันเลยสงสัยน่ะค่ะ"

จะตอบไปว่า อ๋อ ฉันสั่งมาเพื่อดมกลิ่มมันเฉยๆก็ดูจะน่าโดนไล่ออกจากร้านแล้วไม่วันหวนกลับมาที่นี่อีกแน่ๆเลย ซวยแล้วสิ ฉันควร...

"คุณคงชอบลวดลายบนกาแฟนี่ใช่มั้ยล่ะคะ? คุณคงไม่อยากให้มันผิดรูปไป ฉันทำมันออกมาดีใช่มั้ยคะ"
"อ่าๆ ชะชะใช่ค่ะ" 

แอบพ่นลมออกเบาๆ โชคดีที่พนักงานตาสระอิตรงหน้าเป็นคนคิดบวก 

"หรือคุณ สับสนในรสชาติของกาแฟ อืมมม.. ครั้งแรก คุณสั่งมอคค่า ต่อมาคาปูชิโน่ และนี่คือลาเต้ โดยปกติแล้ว คุณชอบดื่มกาแฟไหนเป็นพิเศษเหรอคะ?"

ซวยละสิ ...

"เพราะกาแฟแต่ละชนิด รสชาติมักแตกต่างกันออกไป บางรสหวาน บางรสนุ่มและบางรสขม"
"เอ่อ อันที่จริงแล้วฉัน.... ดะดะดื่ม กาแฟไม่เป็นหรอกค่ะ"
"เอ๋?"
"ค่ะ ที่ฉันสั่งมันมาเพื่อที่จะดมกลิ่นของมัน"
"กลิ่นมันเหรอคะ"
"ค่ะ ที่คุณบอกว่า รสชาติของกาแฟแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันออกไป คุณพอจะทราบไหม ว่ากลิ่นของมันก็แตกต่างด้วยเหมือนกัน"
"ฉันศึกษาวิธีชงกาแฟอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่ยักรู้ว่ากลิ่นของมันจะแตกต่างกัน"
"^^' แต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่คุณวาดลวดลายบนแก้วนี้จะไม่สวยนะคะ มันสวย เพียงแต่ฉันดื่มมันไม่เป็นค่ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ...ว่าแต่ คุณไม่คิดจะลองชิมกาแฟหน่อยเหรอคะ"
"เอ๋?"
"ของบางอย่าง ได้ดมได้มอง มันก็ไม่เท่ากับการได้ลิ้มลองหรอก ว่าไหมคะ?"

ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้เราสองคนประสานตากันเงียบๆอยู่พักใหญ่ หัวใจของฉันที่มันยังคงสั่นระริกอยู่ ตอนนี้มันกลับเต้นรัวและดังขึ้นเป็นกลองภายในหัวใจ จนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเผลอหลุบตามองริมฝีปากบางอมชมพูของเธอ และเผลอกลืนน้ำลายราวกับเสือที่อยากจะขยำเหยื่อตรงหน้า ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เหมือนเป็นประตูเปิดทางอะไรบางอย่างที่ฉันพอจะสัมผัสมันได้
เธอคงรู้ตัวว่าฉันแอบมองริมฝีปากนั้นอยู่บ่อยๆล่ะสิ"แต่ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ ฉันแทบแยกกลิ่นแต่ละชนิดไม่ออกเลยแหละค่ะ"
"เอ๋...ทำไมล่ะคะ"
"ฉันได้กลิ่น แต่..วนิลา"
"วนิลา? คุณคงไม่ได้หมายถึง..." 

หญิงสาวก้มหน้าลงดมเสื้อของตนเอง กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ กลิ่นที่เหมือนกับชื่อของเธอ

"ค่ะ น่าแปลกที่มันเป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอยู่บ่อยๆ คุณ..."
"...."
"ฉันหมายถึงกลิ่นของคุณ"

สถานการณ์ดูไม่ได้อะอักอะอวน เพียงแต่...แสงไฟสีส้มภายในร้านนี้ดูท่าจะสว่างไม่พอที่ทำให้ฉันแอบเห็นเลือดฝาดที่แก้มทั้งสองข้างของเธอได้ มือทั้งสองประสานเข้าด้วยกัน เนื้อสีขาวนั้นบ่งบอกว่าเธอได้ออกแรงบีบมัน เธอหลุบตาลง ท่าทีเหล่านั้นทำเอาฉันหลุดยิ้มออกมาอย่างเขินอาย

"คุณคงไม่ทราบว่าฉันทำงานอะไร ฉัน...เจ้าของธุรกิจน้ำหอมค่ะ"
"น้ำหอมเหรอคะ?"
"ค่ะ ฉันสร้างแบรนด์น้ำหอมส่งออก ตอนนี้เป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ เพราะฉันยังไม่เจอกลิ่นที่ถูกใจพอที่จะสร้างน้ำหอมตัวหลักของร้าน"
"ดีจังเลยค่ะ คุณคงชอบเรื่องกลิ่นมากสินะคะ"
"ค่ะ ฉันโตมากับกลิ่น ^^'"
"...แล้วที่นี่พอจะมีกลิ่นที่ทำให้คุณถูกใจบ้างรึยังคะ"

ก็อย่างที่บอกไป ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่เพียงเพราะบรรยากาศของร้านอย่างแน่นอน แต่มันเป็นเพราะ
ฉันคิดว่าฉันเจอมันแล้วแหละค่ะ


โปรดติดตามตอนต่อไป 






SHARE

Comments

weenus
11 months ago
ชอบมากๆเลยค่ะ รอนะค่ะ
Reply
Pradtana_Chbal
11 months ago
รอค่ะ
Reply
Nov9th
11 months ago
รอนะคะ :)
Reply