21:40
ตก ลงไปแล้ว
ระหว่างลอยละลิ่วลงสู่พื้นด้านล่าง ที่ไม่รู้ว่ามันเป็นคอนกรีตหรือดิน บางทีอาจจะเป็นผืนหญ้านุ่มฟู ฟางกองโต หรือพื้นไม้ขัดเงา เดาไปต่างๆนาๆตลอดเส้นทางแนวดิ่งที่วิ่งฉิวผ่านตาจนมองอะไรไม่ทัน คิดไปเรื่อย ว่าพื้นแบบไหนจะรออยู่ที่ด้านล่าง เดาจนไม่รู้จะนึกถึงอะไรแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงพื้นเสียที หรือหุบเหวนี้ มันจะลึกเสียจนไม่มีก้นเหวกันนะ สิ่งที่สัมผัสได้ในตอนนี้ คือการที่ตัวฉันดิ่งลงไปเรื่อยๆ รอบข้างจากที่เห็นเป็นพื้นที่สีขาว ก็เปลี่ยนเป็นอุโมงค์ จากขาวค่อยๆกลายเป็นสีเทา และดูเหมือนว่ามันจะมืดขึ้นเรื่อยๆเลย แสงสว่างที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆไกลออกไป จริงๆมันก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ แต่เป็นตัวฉันเองที่ถอยห่างออกมา จากความสว่างที่ไม่มีขอบเขต ตอนนี้ถ้าให้กะจากสายตา รัศมีของมันคงแผ่ขยายเพียงหัวไม้ขีด อีกนิดก็คงเท่าปลายเข็ม ซึ่งมันก็จะเท่ากับแสงของดวงดาวที่เคยนั่งมองเมื่อนานมาแล้วพอดี

และอย่างน้อยในตอนนั้น ก็จะได้รู้ว่าตกลงมาเป็นระยะทางเท่าไหร่แล้ว มันเป็นระยะที่หากตััวฉันกำลังนั่งอยู่บนดาวดวงนั้น ที่ปากเหวก็คงจะเป็นโลกพอดี

ห่างไกล ลิบลับเลย

จะกลับไปดีไหม? แต่มันก็ไกลจนไม่รู้จะกลับไปยังไงแล้ว

แต่จะว่าไป การที่ก้นเหวลึกนี่มันก็ดีเหมือนกัน มีเวลามากพอก่อนตกถึงพื้น ให้ได้คิดครั้งสุดท้าย 

ที่ปากเหวเวลานั้น ก่อนที่จะตกลงมา เพียงเสี้ยววินาที ก็จำได้ว่าความสุขสุดท้ายได้พุ่งเข้ามาหา กำลังคิดว่าจะถูกโอบกอดอย่างอบอุ่นเลย แต่กลายเป็นว่่่ามันพุ่งเข้ามาผลักฉันจนหงายหลังตกลงมา

แม้จะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็เป็นมััััััันจริงๆ

ใจที่เคยลังเลมาตลอด ในตอนนี้กลับนิ่งจนน่าใจหาย

ไม่มีความสุขรออยู่ที่ปากเหวอีกแล้ว
และฉันก็ไม่ได้อยากกลับไปที่เจ้าโลกใจร้ายใบนั้นจริงๆ

เมื่อไหร่กันนะ ที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่ง
เมื่อไหร่ความอบอุ่นที่รู้จักดี จะถูกแทนที่ด้วยความเย็นเฉียบ

ขี้เกียจจะมีความหวังแล้วจริงๆ

เมื่อไหร่จะถึงก้นเหวเสียที



:)






SHARE
Written in this book
Sensitive diary
บันทึกไวต่อความรู้สึก
Writer
26069
let's say
ไม่เหลืออะไรให้คิดถึงเลย

Comments