ยัยเเว่นตัวร้ายกับนายซอมบี้ (Dear someone) EP.1
ผู้หญิงอะไรนอนหลับอ้าปากกว้างบนรถที่มีคนนั่งเต็ม...เเละมันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันซับซ้อนของคนสองคน

ฉันเป็นเด็กบ้านนอกที่ย้ายมาเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย
ชีวิต 2 ปีเเรกกับความโดดเดี่ยว ปัญหาต่างๆมากมาย และสภาพเเวดล้อมที่เลวร้าย
มันทำให้คนที่เข้มเเข็งฉันกลายเป็นโรกซึมเศร้า
มันเป็น 2 ปีที่โหดร้าย ที่ฉันจมกองน้ำตาทุกๆวัน
นอนไม่หลับจนชินถึงขั้นมากสุด 7 วันติดต่อกัน
เเละใช่...ฉันเคยพยายามคิดฆ่าตัวตาย

แต่เมื่อฉันก้าวผ่านมันมาได้ มันทำให้ฉันเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป
พร้อมของเเถมคืออาการผิดปกติทางจิต
ฉันไม่มีความรู้สึก และไม่ร้องไห้
ฉันกลายเป็นซอมบี้ที่ใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนมากมาย
24 ชั่วโมงของฉันมีเพียง ห้องเรียน ห้องสมุด และห้องนอน
ฉันไม่มีความรู้สึกอื่นใด ต่อสิ่งใดรอบตัว
ฉันไม่สนใครๆ ไม่สนโลกใบนี้ ฉันมองเพียงตัวเองเท่านั้น
ฉันไม่อินกับหนัง กับการร้องไห้ หรือการจากไปของคนรอบตัว
มันทำให้ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นอีกต่อไป 

หลังจากชีวิตการเรียนเเละอาการต่างๆเริ่มคงที่
ฉันเริ่มอยากจะทำงาน Part time
ฉันเลือกที่จะเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารไทยนอกเมือง
ทำตำเเหน่งอื่นก็ได้น่ะ ทำไมต้องมาล้างจาน
คำถามจากเจ้าของร้านเเละพนักงานคนอื่นๆ
ที่ถามพร้อมสายตาที่มองฉันด้วยความสงสัย
ว่าทำไมเด็กมหาลัยอย่างฉันถึงอยากเป็นเด็กล้างจาน
ทั้งที่สามารถทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้
เเละไม่จำเป็นต้องทำงานก็ใช้ชีวิตอย่างสบายได้
คำตอบในใจฉันคือ ฉันคิดว่าฉันใช้ชีวิตตัวคนเดียวมากเกินไป
การพบอะไรใหม่ๆอาจช่วยฉันออกจากโลกใบเดิมของตัวเอง
แต่ฉันมีปัญหากับการที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
ฉันไม่อยากพบเจอ หรือพูดคุยกับใคร
ใช่...เพราะฉันไม่สนใครทั้งนั้น
จึงคิดว่าเด็กล้างจานในครัวจึงเหมาะสุด

วันเเรกของการทำงาน...
ฉันต้องนั่งรถเมล์เกือบครึ่งชั่วโมงจากมหาลัย
ไปยังตัวเมืองใหญ่ เพื่อไปขึ้นรถของทางร้าน

ฉันเดินจากป้ายรถเมล์มาถึงไทยทาวน์
ซึ่งเป็นจุดนัดพบตามเสียงในมือถือได้บอกไว้
ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงละครเวที ติดกับ Capital square 
เเละมีรถตู้สองคันจอดเรียงอยู่
ฉันเดาได้ว่าคงเป็นรถที่นัดไว้ จึงนั่งรอตรงฟุตบาทริมถนน
พร้อมเพลงที่ดังผ่านหูฟังเบาๆ เพื่อสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมา
พร้อมสายตาผู้คนมองยามเดินผ่านไปมา
ราวกับว่าฉันเป็น homeless ที่นั่นตามข้างถนน
รอรถร้านใช่ป่ะ มาเทรนวันเเรกหรอ??
เสียงเล็กๆดังขึ้นตรงหน้าของฉัน
พร้อมกับใบหน้ากลมๆของสาวตัวเล็ก
ดวงตากลมโต แก้มป่องทำให้หน้ากลมๆ พร้อมท่าทางกระฉับกระเฉง
รอตรงนี้เเหละ..เดี๋ยวคนอื่นๆ ก็ทยอยมา

เราก็พึ่งทำงานที่นี่ได้สามสี่วัน 
คำตอบพร้อมรอยยิ้มผ่านเเว่นกลมๆ 
มันทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างผิดปกติ
กับตรอกที่ผู้คนต่างดิ้นรนในเมืองใหญ่
รอยยิ้มจากคนแปลกหน้าที่พึ่งเจอกัน
มันสัมผัสได้ถึงความร่าเริงเเละความจริงใจ
จนเกือบทำให้คนที่เย็นชาอย่างฉันเกือบเผลอยิ้มตาม

เมื่อทุกคนมาพร้อมเเล้ว เราต้องนั่งรถต่อไปอีก 45 นาที 
ฉันเสียสละนั่งเเถวหลังสุด เเละเธอเองก็เช่นกัน
จึงบังเอิญที่เราได้นั่งข้างกัน เเละได้พูดคุยทำความรู้จักกัน
ถึงร้านที่เธอทำงานเเล้ว เเต่ฉันต้องไปต่ออีกนิด 
เพราะทำงานคนละสาขา 

เมื่อถึงร้านที่อยู่นอกเมือง
เป็นเมืองเล็กๆเงียบสงบ 
ร้านเต็มไปด้วยพนักงานคนไทยที่ต่างก็ดูเป็นมิตร
เเม้ว่าร้านจะวุ่นวายกับออเดอร์ที่ปริ้นออกมาจากเครื่อง
ยาวดังม้วนกระดาษทิชชู่ เเละไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ท่ามกลางเสียงพูดคุย ตะหลิวกระทบกับเสียงกระทะ
ฉันนังคงเห็นรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะของคนในร้านได้เสมอ
ช่างเป็นบรรยากาศที่ดีที่ฉันไม่เคยเจอในชีวิตมหาลัยของฉัน
ราวกับมาอีกโลก อีกด้านของสังคมที่ไม่เคยเจอ

หลังจากเลิกงานเเล้ว ดังสงครามสิ้นสุดลง
ฉันนั่งรถคันเดิม เพียงเเต่ในรถไม่มีเธอคนนั้นเเล้ว
ใช้เวลาจากห้าทุ่มกว่ามาถึงบ้างหลังเที่ยงคืน
และชีวิตฉันก็วนในรูปแบบใหม่

ฉันได้มีโอกาสนั่งข้างเธอบ่อยขึ้น เมื่อย้ายมาทำงานที่เดียวกัน
เราสนิทกันอย่างรวดเร็วเพียงเวลาไม่กี่วัน
ทุกครั้งฉันจะทำสีหน้านิ่งเฉย ไม่ถามคำถามใดๆก่อน 
เทอชวนคุยสักพักในตอนเเรก และจบลงด้วยฉันใส่หูฟังเเละหลับไป
เพราะอาการนอนไม่หลับ ทำให้ฉันพักผ่อนวันล่ะ 3 ชม. หรือวันเว้นวัน

ทุกครั้งฉันจะเห็นเทอทำงานอย่างสุดกำลัง 
พร้อมรอยยิ้มให้คนรอบข้างเสมอ
ตรงข้ามกับฉันที่มุดกองจานเท่าภูเขาในซิงค์น้ำเงียบๆคนเดียว

วันหนึ่งบนรถคันเดิม ที่นั่งเดิม 
ฉันเห็นเธอนอนหลับระหว่างทาง
นอนอ้าปากอย่างหมดสภาพ 
เเต่มันกลับทำให้ฉันยิ้มออกมาอย่างน่าตลก
พร้อมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้
ผู้หญิงอะไรนอนหลับอ้าปากกว้างบนรถที่มีคนนั่งเต็ม...
ฉันคิดว่ามันตลกดี
เเต่พอมองดูเธอสักพัก
ฉันกลับคิดว่า ภายใต้รอยยิ้ม ความสดใสที่เธอมีนั้น
เธอเองก็คงเหนื่อยมาก 
ฉันมองเห็นตัวของฉันเองคนเก่าในนั้น
คนที่ยิ้มร่าเริง เต็มไปด้วยพลังบวก
เเละวิถีชีวิตมันทำให้ฉันต้องกลายเป็นซอมบี้เช่นทุกวันนี้
ฉันไม่อยากให้เธอมาเป็นเเบบฉัน และฉันอยากปกป้องความสดใสนี้
ความคิดนี้เข้ามาในหัวของฉันทันที
ฉันแอดไลนและส่งรูปตลกๆนี้ให้เธอไปเป็นการทักทาย
เราเริ่มมีบทสนทนากันบ่อยขึ้น

งานอันหนักหน่วงดังสงครามในครัว
มันทำให้ฉันปวดมือมากจนเริ่มบวม
เเละเธอเองอาสาช่วยนวดให้
เธอเชื่อมั้ย คนเราสามารถสื่อสารกันได้ผ่านการสัมผัส โดยที่ไม่ต้องพูดคุยเธอหาว่ามันไร้สาระ 
แต่สัมผัสเเรกที่เราจับมือกัน 
ฉันเองรู้ดีว่ามีความรู้สึกบางอย่างวิ่งผ่านมือนั้น เข้ามาในหัว
ฉันพูดขึ้นว่า ทำเป็นร่าเริงกลบเกลื่อน เหนื่อยมากอยู่ไม่ใช่หรอ
เธอนิ่งสักพัก ฉันพอเดาได้ว่าเธอรับรู้ได้เช่นกัน
ตัวเองเหอะ...คนอะไรอย่างกะซอมบี้เดินได้...เเปลกที่คำนี้ไม่เคยมีใครพูดเลย นอกจากฉันเองที่รับรู้ในใจ
หลากหลายความรู้สึกไหลเวียนไปมา
เรานิ่งอยู่พักใหญ่ เหมือนเราต่างรับรู้สิ่งที่อยู่ในหัวอีกคน
เพียงเวลาไม่กี่นาที เเต่ไม่มีใครพูดอะไร
เป็นครั้งเเรกที่ฉันรู้สึกว่ามีคนเข้าใจ
ทั้งที่ยังไม่พูด เเละสื่อสารกันได้มากเช่นนี้

ฉันบอกไปว่า อย่าให้ชีวิต มันทำลายรอยยิ้ม ความสดใสที่มีในตอนนี้น่ะ
พยายามรักษามันไว้ให้ดี เตือนเพราะฉันผ่านมาเเล้ว
ฉันบอกว่าเธอยิ้มเเล้วสดใสดี
เธอเองก็ควรจะยิ้มบ้าง นายซอมบี้ช่างเป็นคำตอบที่น่ารัก  เเละทำให้รู้สึกดี
ความจริงฉันไม่อาจรู้ได้ว่าทั้งหมด มีความจริงใจมากเพียงใด
เเต่ความรู้สึกมันบอกฉันชัดเเล้ว
บอกสิ่งที่ฉันรู้สึกตั้งเเต่ได้ยินเสียงยัยเเว่นในครั้งเเรกที่เจอ
บอกว่าเธอคนนี้เเตกต่างออกไป เธอมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกับฉันมาก
เเละความรู้สึกฉันมันมั่นใจเช่นนั้น...

นับจากวันนั้น นายซอมบี้ กลายเป็นคำที่เธอใช้เรียกฉัน
เเละฉันเองก็เรียกเธอว่า ยัยเเว่น จนติดปาก

หลังจากเลิกงานเเล้ว เพื่อนอีกคนในร้าน 
ได้ชวนเราไปหาของกินหลังเลิกงาน
ด้วยวัยเดียวกัน ทำให้เราคุยกันอย่างถูกคอ 
ถามถึงเรื่องราวชีวิตต่างๆ มากกว่าที่เคยถามทั่วๆไป
ฉันที่เป็นผู้มีประสบการณ์ในเมืองใหญ่นี้มากกว่า
เพราะอยู่มานานหลายปี ได้เเนะนำเพื่อนร่วมโต๊ะ
ที่พึ่งมาผจญเมืองนี้ไม่นาน เเนะนำหลายๆอย่าง
ฉันเน้นกับเธอว่า ชีวิตที่ออสมันสนุกน่ะ อยากทำอะไรก็ทำ...
ยิ้มให้มีความสุข อย่าให้อะไรเเย่ๆมาทำเราเปลี่ยนไป

ฉันบอกว่า ฉันชอบที่นี่มากๆ เเต่เวาลาของฉันจะหมดลงเเล้ว
เพราะวันสุดท้ายของชีวิตที่นี่ได้ถูกกำหนดไว้หลังจากฉันเรียนจบ
นั่นคือ เดือนธันวาคมในปีหน้า ซึ่งเหลือเวลาเเค่เกือบสองปีเท่านั้น

สีหน้าที่ร่าเริงของเธอเปลี่ยนไปทันที 
เธอพูดน้อยลง เเละไม่ยิ้มมาเท่าเดิม 
ฉันรับรู้ได้อย่างน่าประหลาด ราวกับมีเสียงคอยกระซิบบอก
ว่าในหัวเธอครุ่นคิดถึงเรื่องที่ฉันจะต้องกลับ
หลังจากเพื่อนอีกคนเเยกตัวกลับบ้าน
เหลือเพียงเราสองคนยืนริมถนนกลางเมืองใใหญ่ยามดึก ท่ามกลางอากาศหนาว
ฉันบอกเธอว่า ตั้งเเต่วันเเรก เเละวันที่จับมือ เธอรู้สึกใช่มั้ย
แบบที่ฉันเองรู้สึก เธอเองรับรู้มันได้เหมือนฉันใช่มั้ย
เธอเงียบ...เเล้วพยักหน้าฉันรู้...ว่าฉันเหมือนระเบิดเวลา รู้ว่าเรารู้สึกอะไร
รู้ว่าถ้าเธอรู้สึกดี  เเล้ววันนึงฉันต้องไป
เเต่ช่วงเวลาที่เรามีอยู่นี้ ฉันขอดูเเลรอยยิ้มของเธอได้มั้ย
ฉันรับรู้ได้ ว่าเธอเหนื่อยมาก ฉันเห็นเธอคอยสนใจผู้คนรอบข้าง
เเต่เธอไม่เคยได้รับสิ่งนั้นกลับมาบ้างเลย
เธอเป็นผู้ให้ เเต่กลับไม่เคยได้รับ
ต่อไป..ฉันจะเป็นคนให้เอง
เอาความเหนื่อย เอาสิ่งไม่ดีมาให้ฉัน เธอจะได้กลับไปสดใสข้างนอก

เธอมองหน้าฉันสักพัก
สายตาส่งคำตอบลอดผ่านเเว่นมาบอกฉันว่า 
..ขอบใจน่ะ..
เธอบอกว่า..เเค่คิดว่ารู้สึกดี แล้วต้องรู้ว่าฉันจะต้องไป เวลานับถอยหลังตลอดเวลา มันทำให้เศร้า
ฉันจับมือเธอ แล้วตอบไปว่า...
มาใช้ชีวิตให้มีความสุข ในโลกของเราเถอะ...
นับจากวันนั้น...ความสัมพันธ์ก็ก้าวไปมากกว่าคนรู้จัก
ทุกๆวัน เราจะมาเจอกันก่อนไปทำงาน
เดินเที่ยวซื้อของอร่อยๆ สนุกกับการไปที่ร้านเเปลกๆทั่วเมือง
นั่งจับมือกับบนรถระหว่างทาง
ห่มด้วยเสื้อเเจ็คเก็บของฉันเเละเธอให้อุ่น พร้อมหูฟังคนละข้าง
แม้เราไม่พูดอะไรตลอดทาง เเต่ราวกับว่าเราคุยกันให้เข้าใน
ระบายเรื่องราวความรู้สึกต่างๆ เเละส่งบางความรู้สึกให้กับผ่านมือนั้นตลอด
บ่อยครั้งที่ฉันมักหลับไปอิงเธอ เเละเธอเองก็ทำเช่นกัน
ฉันรู้สึกถึงการนอนหลับที่สบาย หลังจากหลายปีที่นอนไม่หลับ
มันเป็น 45 นาที ที่ฉันได้พักมากกว่าการนอนหลับทั่วๆไปของฉัน
ฉันว่า...ฉันใจฉันมันเริ่มรู้สึกแล้ว
สัมผัสที่เต็มไปด้วยการสื่อสารมากมาย
คนที่มีความพิเศษมากกว่าใคร
ความรู้สึกของหยดน้ำที่ไหลซึมลงไปในดินเเดนที่เเห้งแล้ง
รอยยิ้ม...ที่ทำให้คนเย็นชาต้องยิ้มตาม
ความเข้าใจ...ที่ทำให้รู้สึกดีมากกว่าคำว่าสู้ๆน่ะของคนรอบตัว
คนที่เราเคยอยากมีในชีวิต
ฉันคิดว่า...ฉันเจอเเล้ว.....




ติดตามตอนถัดไป....


SHARE
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments

29th
2 years ago
;)
Reply
RunOutOfZone
11 months ago
สำนวนดีมากเลย เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยจริงๆ
Reply
TheShadow
11 months ago
ขอบคุณมากครับ