Old Feeling - ยังรู้สึก
แสงแดดอ่อนยามบ่ายกำลังสาดส่องเข้ามาในห้องสีขาว ที่ถูกตกแต่ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำ เพื่อช่วยขัดให้บรรยากาศในห้องนั้นไม่ดูสว่างหรือมืดจนเกินไป


ต้นไม้ต้นเล็กถูกวางเรียงรายอยู่รอบห้อง เพียงเพราะเจ้าของห้องนั้นเชื่อว่า การปลูกต้นไม้ไว้ในห้อง มันจะช่วยให้ห้องนั้นดูร่มเย็น บวกกับต้นไม้บางชนิดอย่างเฟิร์นบอสตัน ที่จะช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์และสดชื่นขึ้น

แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องสวยกำลังตกกระทบที่ดวงตาของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนสั้น ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีกรม ที่กำลังนั่งเลื่อนดูรูปงานเทศกาลดนตรีในปีที่ผ่านมาอยู่อย่างตั้งใจ
นี่มันก็ผ่านมาปีนึงแล้วสินะความคิดนึงแล่นเข้ามาในหัวของเขา พร้อมกับสายตาที่จ้องมองรูปมือของใครบางคนที่กำลังถือบัตรคอนเสิร์ตสองใบในมือ ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงประตูห้องจากด้านหลังของเขาได้ดังขึ้น พร้อมกับชายร่างสูงอีกคนได้เดินเข้ามา

“Happy Aniversary one year ครับผม”

คนที่เพิ่งเข้ามาก้มลงกอดคอของเขาจากด้านหลังด้วยมือข้างนึง ก่อนมืออีกข้างจะยื่นช่อสแตติสเล็กๆ ไปตรงหน้า

"อะไรเนี่ยพี่ซัน" คนที่นั่งอยู่เอ่ยพร้อมกับขำเบาๆ

"ก็ดอกสแตติสที่เราชอบไง เป็นไงสวยไหมครับ" คนที่ถูกเรียกว่าพี่ปล่อยมือออกจากคอ ก่อนจะจับช่อดอกไม้หนุมเพื่อดูรอบๆ และยื่นส่งให้กับคนตรงหน้า

"ขอบคุณครับ" คนน้องรับช่อดอกไม้มา "แต่ไอที่พี่บอกครบรอบหนึ่งปีเนี่ย คืออะไร" ซันมองน้องพร้อมกับระบายยิ้มบางออกมา

"ก็หนึ่งปีที่เราเจอกันไง" ซันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบพลางมองไปที่หน้าจอคอมที่โชว์​รูปบรรยากาศ​คอนเสิร์ต
.

.

.

.

.


หนึ่งปีก่อนหน้านี้23 feb, 2018
.
.
ก่อนเวลางานคอนเสิร์ต​

"มูน เธอหยิบเสื้อคลุมสีฟ้าตรงโซฟาให้ดาวหน่อยสิ" หญิงสาวร่างเล็กหน้ากระจก เอ่ยสั่งแฟนหนุ่มพร้อมหมุนลิปสติก​แท่งโปรดขึ้นทาที่ริมฝีปาก

"เมื่อไหร่เธอจะเลือกชุดได้เนี่ย" มูนที่เดินไปหยิบเสื้อแขนยาวบ่นขึ้นมาพร้อมกับเดินเอาเสื้อไปให้กับดาว

"ก็มันต้องสวยหน่อยป่าว นานๆ ได้แต่งทีอะ ใครจะไปเหมือนเธอล่ะ" ดาวล่ะสายตาจากปากของตัวเองพร้อมกับเบี่ยงจุดสนใจไปที่การแต่งตัวของมูน "เสื้อเขิ้ตเรียบๆ กับกางเกงสเลค ก็ดูดีอยู่หรอก แต่มันไม่ดึงดูด​เลยอะมูน"

คนถูก​วิเคราะห์​การแต่งตัวก้มลงดูเสื้อผ้าตัวเองอย่างงงงวย "แต่มันก็แบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ทำให้เธอเข้ามาจีบเราอะ"

ดาวที่ได้ยินคำตอบของมูนก็หยุดชะงัก​การแต่งตัว ก่อนจะหันหน้าเดินเข้าไปหามูน "เธอจะบอกว่าเค้าเปลี่ยนไปหรอมูน"

คนถูกถามยืนเงียบไม่ตอบ

"หะ ตอบสิ! " ดาวพูดตะคอกเสียงพร้อมกับผลักไหล่ของมูนจะเซไป

"ป่าวหรอก เธอไม่ได้เปลี่ยน​ไปเลย แต่เค้าเองอะที่ไม่เปลี่ยน"

ไม่รู้ว่าอารมณ์​ของดาวนั้นเริ่มร้อนขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ประโยคบอกเล่า​จากปากของมูนเมื่อกี้ ทำให้ทั้งคู่เริ่มทะเลาะ​กัน จากที่แค่เริ่มถกเถียง กลายเป็นเริ่มใช้กำลังทางคำพูด​ จนคนที่ยอมผ่ายนั้นเอ่ยปากขอโทษ​ออกมา

"ขอโทษ​ละกัน กูมันไม่แย่เองแหละ ที่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนอะไรเพื่อมึงเลยอะดาว"

"หึ เพิ่งจะรู้สึกหรอ มึงควรจะรู้สึกได้นานละปะว่ะ!" มือเล็กยกขึ้นผลักไหล่คนตรงหน้าอีกครั้งด้วยอารมณ์ ก่อนจะเงียบไปสักพัก​ "เราเลิกกันมั้ยมูน มันอาจจะดีกว่าที่มึงต้องมานั่งเปลี่ยนอะไรเพื่อกูอีก"

"มึงพูดอะไรออกมา มึงรู้ตัวมั้ยดาว"

"รู้ดิว่ะ"

"แต่มึงก็ยังจะพูดออกมาอะนะ มึงได้คิดก่อนปะวะ"

"กูคิดมาจะ3ปีแล้วมูน และมึงไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อกูเลยสักครั้ง"

"..." 

"มันฝืนมากเลยดิ ที่จะ​เปลี่ยน​อะไรสักอย่างเพื่อกูอะ"

"..."

"งานกูไม่ไปแล้วนะ ถ้ามึงอยากไปมึงก็ไปคนเดียวละกัน กูขอเก็บเสื้อผ้า แล้วจะย้ายออกภายในวันนี้"

.

.

.

.

.

ปัจจุบัน

"ถ้าวันนั้นพี่ไม่เดินเข้าไปทักมูนเนี่ย มูนคงเหงามากแน่ๆ" คนพี่ที่นอนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่อย่่างสบายตัวเอ่ยขึ้น

"ก็ไม่เหงาหรอกพี่ แต่คงเศร้ามากกว่า" คนน้องพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ

"..."

"คนเพิ่งเลิกกันเลยนะพี่ แต่ต้องไปทำอะไรที่ตั้งใจทำด้วยกันมาทุกปีอะ แล้วไปคนเดียว​ ไปทำสิ่งที่ควรจะทำด้วยกันอะพี่ มันโคตรเศร้า​เลยนะ"

"แล้วทำไมยังจะเลือกไปอะ บัตรคอนทิ้งไปก็ได้นิ ขนาดดาวยังทิ้งเราไปเลย"

"ไมรู้​ดิพี่ ตอนนั้นมันคิดแค่ว่ามูนจะต้องไป เผืื่อดาวมันจะเปลี่ยนใจมางาน แล้วบัตรเข้างานมูนก็แบ่งให้มันไปแล้ว มันก็อาจจะมีหวังก็ได้ไง"

"แต่สุดท้าย..."

"อือ สุดท้ายมันก็ไม่มา แต่เป็นพี่ที่เดินเข้ามาทักมูนแทน"

"ฮ่าาา พี่ทำเสียเลยอะดิ"

"ก็ไม่หรอกพี่ ดีสะด้วย มูนไม่เหงาแถมยังได้เพื่อนเพิ่มมาอีก"

ร่างสูงของคนพี่ที่นอนอยู่บนโซฟาก็เผลอยิ้มออกมา แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น คนที่นั่งหันหลังให้กับเขาอยู่คงไม่เห็นว่ามันฝืนมากแค่ไหน

"มูน พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ" คนถูกเรียกชื่อหมุนเก้าอี้กลับหลังไปหา

"ว่าไงครับพี่ซัน มีอะไรจะถามมูนหรอ"

"มูนมันไม่ได้ชอบมันใช่ไหม" 

"พี่ซันหมายถึง​อะไรครับ" 

"ดอกสแตติสเนี่ย มูนไม่ได้ชอบมันจริงๆ ใช่ไหม"

คนน้องที่ได้ยินคำถามก็อึ้งไป ก่อนจะตอบความจริงอย่างที่คนพี่ต้องการจะรู้

"ครับ มูนแค่ซื้อมาเพราะความเคยชินอะ ดาวมันชอบ" 

คำตอบจากคนน้องทำเอาคนพี่ที่ไม่ได้เตรียมใจรับคำตอบมาแล้วถึงกับไปไม่เป็น​ ใบหน้าเนียนกริบของคนพี่ตอนนี้เริ่มออกสีเพราะผลจากอาการชาในใจ คนน้องที่เห็นก็เหมือนจะรู้ที่มาของอาการนั้น จึงลุกเดินไปปรับอุณหภูมิ​ในห้องแก้ขัด

"แบบนี้แสดงว่ามูนก็ยังคิดถึงดาวอยู่อะดิ"

"ไม่นะพี่ มูนไม่ได้คิดถึงดาวแล้วอะ" คนน้องที่ยืนอยู่หน้ารีโมทก็กดปรับอากาศก่อนจะเดินกลับมานั่ง "แต่มูนไม่รู้ว่ะพี่ บางที่มันก็เกินนึกถึงอะ แบบเหงาๆ แล้วใจลอย แล้วเผลอทักไปหาอะไรแบบนี้อะ"

"ลึกๆ มันก็ยังคงไม่ลืมสินะ"

"ประมาณ​นั้นอะพี่ มันยังรู้สึก​ ยังจำเรื่องราวตอนนั้นได้ แต่จะให้กลับไปก็คงไม่อะพี่ มันไม่ได้รักแล้ว"
แบบนี้พี่ก็ยังมีหวังอยู่ใช่ไหม
ซันนึกในใจ ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่รู้้หมือนกันว่าทำไมถึงยังคงวนเวียน​ใช้ชีวิตอยู่กับน้องคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ตัวดี ว่าความสัมพันธ์​เขาทั้งสองคงเป็นได้แค่นี้ แค่พี่น้อง...

"3ปีที่คบกันอะ ดาวพยายามเปลี่ยน​มูนเกือบทุกอย่าง แต่มูนก็ไม่เคยเปลี่ยนตัวเองเลยนะ เพราะมูนคิดตลอดว่าที่ทำให้มูนกับดาวคบกันอะ มันเป็นเพราะมูน มูนที่เป็นตัวมูน ไม่ใช่มูนในแบบที่ดาวต้องการให้เป็น แต่สุดท้ายแล้วอะ เหมือนเราทั้งคู่ฝืนอะพี่ ฝืนจนเราเป็นได้แค่คนที่เคยรัก ฝืนจนเราได้เป็นแค่คนในความทรงจำ​"

"..."

"แต่มูนก็ไม่เสียใจนะพี่ เพราะมันคือความทรงจำ​ที่ดีของมูนอะ รวมถึงไอดอกสแตติสนี่ด้วย ถ้าไม่มีดาว มูนคงไม่ได้รู้จักมันจริงๆ"

"โหคำพูด​ เป็น​คนเจ้าสำบัดสำนวนตั้งแต่เมื่อไหร่หะ"

"ฮ่าๆ ก็มัน​เป็น​เรื่องของความรู้สึก​รึเปล่า​พี่ อธิบาย​ยากนะเรื่องแบบนี้"

"เออครับ แล้วนี่กินข้าวยัง"

"เออ ลืมเลยอะพี่ หิวละด้วย"

"งั้นลงไปหาไรกินข้างล่างกัน"
SHARE
Written in this book
Our Song - เพลงของเรา
เรื่องราวความสัมพันธ์ ที่ถูกดำเนินไปด้วยเพลงของ อิ้ง วรันธร

Comments