มันเหมือนกับว่าโลกลืมไปแล้ว ว่ามีเราอยู่

มันเหมือนกับว่าโลกลืมไปแล้ว ว่ามีเราอยู่

...
จำประโยคนั้นของตัวเองได้ดี
ในวันที่เหมือนเพิ่งเริ่มใช้ชีวิตจริงๆ
วันที่รู้ว่าการจะประคับประคองตัวเองให้มีความสุขในโลกแห่งความจริงนั้นไม่ง่ายเลย
...


มันเป็นวันธรรมดาๆกับคนธรรมดาๆ 
วันธรรมดาที่มีมนุษย์อย่างน้อยสองคนที่กำลังจะถูกโลกลืมไป
ไม่มีความรัก ไม่รู้จะเอาเวลาไหนไปทุ่มกับใครสักคน
งานที่ยังไม่ลงตัว กับชีวิตการทำงานที่ต้องเรียนรู้ใหม่หมดเลย
เหมือนกับว่าโลกของเราทั้งคู่ด้านหน้า
ไม่ใช่โลกที่เราเคยรู้จักมาก่อน

“มันเหมือนกับว่าโลกลืมไปแล้วไปว่ามีกูอยู่”ฉันเปิดบทสนทนาพร้อมกับยกกระป๋องเบียร์เย็นๆในมือขึ้นมากระดก
ไม่น่าเชื่อว่า ยิ่งโตเงื่อนไขในชีวิตที่จะทำให้เรามีความสุขนั้นง่ายมาก
ความสุขในราคาไม่ถึงร้อยบาท
ความสุขที่มีขายแลกมากับโรคร้ายที่ทำให้ตายเร็วขึ้น
แต่ใครสนกันละ ?

“มันเหมือนโลกปล่อยให้กูสู้อยู่คนเดียว ไม่มีใครมามองเห็นว่า เออ ตรงนี้นะ มีคนๆนี้กำลังสู้อยู่ 
กูกำลังพยายาม ควรถึงเวลาที่จะชนะได้แล้ว หรือควรมีใครสักคนเห็นความพยายามของกูได้แลัว”
เพื่อนต่อประโยคอย่างรู้กัน
ไม่ต้องมองหน้ามัน ก็รู้ว่าพวกเรากำลังเหนื่อยแค่ไหน

“ไม่ตัองชนะก็ได้ กูไม่เคยอยากชนะอะไรเลย...แค่อยากได้ความปราณีและอยากพักให้ตัวเองสบายใจบ้าง เพราะทุกวันนี้แทบไม่มีเวลาหายใจให้กับตัวเองเลย”


“กูก็เหมือนมึง โลกมันกว้างขึ้นทุกวัน แต่มึงเคยรู้สึกไหม ว่ามันไม่มีพื้นที่สำหรับมึงเลย”

“มึงไม่ได้รู้สึกคนเดียวหรอกเพื่อน กูโคตรเข้าใจ กลับกันกูว่ายิ่งโลกกว้างมากขึ้นเท่าไหร่ ใจมันจะสวนทางกัน”

“...”

“ร้องหาความยุติธรรม ที่ตะโกนไปเถอะ ใครจะได้ยิน”

“บางทีก็รู้สึกกูล่องหนได้อะ ไม่มีใครเห็นกูเลย เหอะ”เพื่อนสบถหัวเราะอย่างเย้ยหยัน

“กูไม่มีความรัก กูไม่มีคนในใจ กูลืมไปเลยแล้วว่าเมื่อก่อนตอนที่กูรักใครสักคนมันดีแค่ไหน”

“กูไม่รู้เหมือนกัน ที่กูรู้สึกอย่างทุกวันนี้คือความรักหรือเปล่า”

“ชีวิตพวกเราโคตรดราม่าเลย....เบียร์หมดแล้วว่ะ”
ความสุขมักมีลิมิตในการใช้เสมอ

“เปิดป๋องใหม่สิ”
...ดีหน่อยก็ต่อเวลาได้
แต่โชคร้ายหน่อย ที่รู้ว่ามันคือความสุขเพียงชั่ววูบ


“ก็ไม่เคยอยากเป็นคนถูกจดจำนะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกลืมขนาดนี้” เพื่อนพูดขึ้นพร้อมกับค้างหน้าฟีตไอจีที่ปรากฏภาพใบหน้าของคนที่ฉันรู้จักดีกำลังยิ้มอย่างมีความสุขข้างๆคือใครสักคนที่ฉันไม่คุ้นหน้า แต่เห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าทั้งสองคนเป็นอะไรกัน
“...มึงยังไม่อันฟอลไปอีกเหรอวะ ยิ่งดูยิ่งเจ็บ”

“ก็อย่างที่มึงบอก เหมือนโลกลืมพวกเราไปแล้ว แต่กูไม่อยากถูกลืมว่ะ” พูดจบมันก็หันมายิ้มแห้งๆให้กับฉัน
รับรู้ได้ถึงความเจ็บจนชิน
น่ากลัวที่สุดคือการถูกลืม จากคนที่เราอยากให้เขาจำเรามากที่สุด


ใช่ ถ้าเลือกได้ ใครจะอยากเป็นคนที่ถูกลืมกัน
ทุกคนก็อยากถูกจดจำทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นการถูกจำในรูปแบบของบันทึกที่ถูกตีพิมพ์นับครั้งไม่ถ้วน 
เป็นภาพวาดที่ถูกแขวนในพิพิธภัณฑ์ 
เป็นรูปปั้นในมิวเซียม 


แต่สำหรับพวกเรา คงไม่ได้หวังจะต้องมีใคร หรือคนมากมายมาจดจำขนาดนั้น

ท้ายที่สุดคนที่กำลังจะหายไป
ก็แค่อยากถูกใครสักคน แค่ใครสักคนที่จดจำเรา
อยากให้มีภาพถ่ายของเราสักภาพที่ถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ของใครสักคน 

มันอาจจะเคยมีโฟลเดอร์นั้น แต่ดันเป็นโฟลเดอร์ลับที่ไม่ได้ถูกสำรองไว้ และพร้อมจะหายไปอย่างง่ายดายได้เสมอ เมื่อใครสักคนจะกดลบ 
มันอาจจะมีเคยมี เรา ในภาพความทรงจำของใครสักคนที่พอมาวันนี้ มันก็เลือนลางไปตามกาลเวลาเมื่อใครคนนั้นได้พบเจอคนใหม่ๆมากมาย
และมันอาจจะเป็น เราเอง ที่เคยจำว่าตัวเราเองเมื่อก่อนเป็นยังไง เคยยิ้ม หัวเราะ มีความรัก แบบไหนและเมื่อไหร่ แต่วันเวลาและการเติบโต ทำให้เราค่อยๆหลงลืมไป


และฉันกำลังใช้ชีวิต เพื่อไม่ให้ถูกลืมและหายไป
ทั้งจากใจของตัวเอง จากใจใครสักคน และจากโลกใบนี้





SHARE
Writer
404componentnotfound
นัก(อยาก)เขียน
เพลงที่ฟัง หนังที่ดู ผู้คนที่เจอ และเธอที่จากไป

Comments

239Km20
4 months ago
และฉันกำลังใช้ชีวิต เพื่อไม่ให้ถูกลืมและหายไป 

ขอบคุณนะคะ ที่เขียนบทความดีดีเสมอมา 
Reply
เราขอบคุณกว่าที่เข้ามาอ่านนะคะ 💛
lone
3 months ago
เย็นๆตอนนี้สักกระป๋องก็ดีค่ะเหนื่อยเหลือเกิน 
Reply
จัดไปค่ะ 🍻
Fourfollow
3 months ago
สุดยอดมากครับ เป็นบทความที่ดีๆมากๆรอติดตามบทความต่อๆไปครับ
Reply
ขอบคุณนะจ้ะคุณน้องง 👏🏻
staykiki
3 months ago
นักเขียนสู้ๆ นะคะ สักวันจะมีคนจดจำใบหน้านักเขียน และพร้อมจะมีความสุขไปด้วยกัน แต่เราจำหน้านักเขียนได้ขึ้นใจเลยคะ 
Reply
HowToBeMom
3 months ago
Me too.😭
Reply
✌🏻✌🏻✌🏻