บัลกาเรีย ณ จุดที่สกุลเงินเลฟมีค่า1ต่อ1กับเงินมาร์คบอสเนีย
สาธารณรัฐบัลกาเรีย หรือ บัลกาเรีย เป็นประเทศในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทรบอลข่าน มีพรมแดนติดกับตุรกี กรีซ มาเคโดเนียเหนือ โรมาเนีย และ เซอร์เบีย เป็นประเทศที่ติดชายฝั่งทะเลดำ เดิมบัลกาเรียในยุคสงครามเย็น เป็นประเทศคอมมิวนิสต์อยู่ภายใต้อิทธิพลของอุตสาหกรรมโซเวียต ทำให้เศรษฐกิจของบัลกาเรีย จึงไม่ได้อยู่ในรูปของเศรษฐกิจเสรี แต่อยู่ในรูปของคอมมิวนิสต์แบบโซเวียต เมื่อระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายใน ปี ค.ศ.1991 ประเทศบัลกาเรียก็ประกาศเป็นรัฐประชาธิปไตย และ มีเศรษฐกิจแบบเสรีเหมือนประเทศทั่วโลก แต่ ณ เวลานั้น ชาวบัลกาเรียน และ รัฐบาลบัลกาเรีย ไม่ได้มีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจ ทำให้บัลกาเรียเจอวิกฤตเศรษฐกิจ รายได้ของชาวบัลกาเรียเท่าเดิม แต่มูลค่าสินค้าสูง กลายเป็นภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่หนี้สาธารณะ กลับอยู่ที่79.4%ของGDP ประชากร ในช่วงทศวรรษที่1990 ตั้งแต่ปี1991-1999 เป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของบัลกาเรียที่ส่งผลกระทบเป็นทอดๆ จนถึงขั้นลุกลามเข้าในในอุตสาหกรรมการพลังงานที่เรียกว่า วิกฤตพลังงานไฟฟ้าแห่งบัลกาเรีย เมื่อโรงงานไฟฟ้า ขาดทรัพยากร และไม่สามารถผลิตไฟฟ้ามาให้ได้อีกต่อไป หลายๆอุตสาหกรรมของประเทศก็ค่อยๆล้มตามกัน มาตรฐานการครองชีพลดลงประมาณ 40% และ นโยบายบริหารประเทศของพรรคสังคมประชาธิปไตยไม่สามารถฟื้นตัวเศรษฐกิจได้ ความล้มเหลวในการกำหนดมาตรฐานทางกฎหมายสำหรับธนาคารและสถาบันการเงินนำไปสู่การอัตราเงินเฟ้อของ 311% และ ค่าสกุลเงินเลฟ บัลกาเรียจึงล่มสลาย และทำให้ชาวบัลกาเรียตกงานหลายคน 
ในปี ค.ศ.1997 Petar Stoyanov ชนะการเลือกตั้งและเป็นประธานาธิบดี เขากลายเป็นความหวังของคนทั้งชาติด้วยเขา ไม่ได้มาจากพรรคสังคมประชาธิปไตยที่บริหารประเทศหลังยุคคอมมิวนิสต์ล้มเหลว Petar Stoyanovได้นำบัลกาเรีย เข้าสู่สมาคมการค้าเล็กของ ภูมิภาคยุโรปกลางที่เรียกว่า CEFTA หรือ เขตการค้าเสรียุโรปกลาง ในช่วงเดียว ที่ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาก็เข้าเป็นสมาชิกด้วย เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ Petar Stoyanov ได้เริ่มแก้ปัญหา จากสกุลเงินก่อน เขาต้องยอมให้สกุลเงินของเขาเสียความเป็นเอกราชด้วยการไปอ้างอิงกับเงิน Deutschmark ของเยอรมัน แต่เมื่อเยอรมันยกเลิกเงิน Deutschmark และ ใช้เงินยูโรแทน เงินสกุลดังกล่าวถูกแปรงสภาพ จาก Deutschmark เป็น convertible mark หรือที่เรียกว่าเงินคอนเวร์ทีบิลมาร์คบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งเดิมบอสเนียใช้เงินดีนาร์ยูโกสลาเวีย แต่หลังเจอสภาวะเงินเฟ้อเหมือนกัน บอสเนียก็เปลี่ยนสกุลเงิน โดยการซื้อสกุลเงิน เยอรมันDeutschmarkและแปรงมาเป็น คอนเวร์ทีบิลมาร์ค คำว่า คอนเวร์ทีบิลแปลว่า แปลงสภาพ มาร์คคือชื่อเงิน รวมแล้วคือเงินมาร์คแปลงสภาพ จากของเยอรมันเป็นบอสเนีย ในที่สุด หลังการเจรจายาวนาน ระหว่างตัวแทนกระทรวงเศรษฐกิจบอสเนีย บัลกาเรีย ตัวแทนธนาคารโลก และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือIMF ทุกคนยอมรับให้ เงินเลฟ บัลกาเรีย อ้างอิงกับสกุลเงินของบอสเนีย โดย 1เลฟ จะมีมูลค่า เท่ากับ 1คอนเวร์ทีบิลมาร์คบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ไม่เปลี่ยนแปลง ใช้ทองคำของเงินบอสเนียค้ำประกันเงินบัลกาเรีย จึงพูดได้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจจะเป็นเงินเลฟบัลกาเรีย แต่จริงๆ แล้ว มันก็คือ เงินมาร์คที่แปลงสภาพอีกทอดนั้นเอง เมื่อสกุลเงินอ้างอิงบอสเนีย อัตราแลกเปลี่ยนเงินข้ามชาติของบัลกาเรีย ก็แลกได้เท่ากับที่บอสเนียแลก เช่น 1 คอนเวร์ทีบิลมาร์ค เท่ากับ 17.56บาท เงินเลฟบัลกาเรีย ก็เท่ากับ 17.56บาทเช่นกัน เศรษฐกิจบัลกาเรียค่อยๆฟื้นตัวจากการลงทุนระหว่างประเทศ จากภาษี และค่อยๆเริ่มวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ด้วยเงิน 800 ล้านดอลลาร์ จาก IMF บัลกาเรียปรับปรุงระบบเศรษฐกิจประเทศใหม่ทั้งระบบ ทั้งปฏิรูปกฎหมายภาษี การค้า การพลังงาน อุตสาหกรรม การเปิดการค้าเสรี รัฐบาลได้ปฏิรูปโครงการประกันสังคมของประเทศสำหรับแรงงาน และทำให้ประชากรกลับมามีงานทำ พร้อมด้วยสวัสดิการ รัฐบาลเริ่มหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง นอกจากภาษีจากการค้าระหว่างประเทศ บัลกาเรียได้ใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้ามหาสาร ส่งไปขายเพื่อนบ้านอย่าง มาเคโดเนีย เซอร์เบีย และ โรมาเนีย ทำให้รัฐเริ่มมีเงินมาบริหารจัดการสวัสดิการ ในปี ค.ศ.2001 Simeon Sakskoburggotskiขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มีการปฏฺิรูปการเมืองครั้งใหญ่ และ การกวาดล้างคอรัปชั่น ทำให้ ค.ศ.2004 เมื่อบัลกาเรียสามารถรับประกันได้ว่า การเมืองเป็นประชาธิปไตย จะไม่มีรัฐประหาร การปกครองเผด็จการ เป็นเสรีประชาธิปไตยที่มีเศรษฐกิจเสรี NATO จึงยอมให้บัลกาเรียเป็นสมาชิก เพื่อที่จะทำให้การเมืองระหว่างประเทศของบัลกาเรียเสถียรภาพ และ ปูทางให้บัลกาเรียจะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในช่วงกลางทศวรรษที่ 2000 เศรษฐกิจบัลกาเรีย ที่อ้างอิงสกุลเงินกับบอสเนีย ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หนี้สาธารณะลดลงเหลือ22.8 %ต่อGDP และ และ GDP ประชากรในประเทศอยู่ที่  99.1พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจบัลกาเรียสามารถยืนได้ขึ้นเรื่อย จากการเป็นประชาคมกับCEFTA และ เริ่มลงทุนด้านพลังงานของรัฐบาล เมื่องรัฐบาลเริ่มเข้าสู่ตลาดปิโตรเลียม บัลกาเรียมีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แม้จะไม่ใหญ่ แต่เมื่อบวกการขายพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ธุรกิจน้ำมันและไฟฟ้าทำให้บัลกาเรียชำระหนี้IMF ที่มีสัญญา14ปี สำเร็จ การวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การศึกษาฟื้นฟูขึ้นจากความล้มเหลว ในที่สุดบัลกาเรียก็ยืนได้ด้วยตนเอง แต่ เงินของบัลกาเรีย ยังคงอ้างอิงกับเงินของบอสเนียอยู่ตลอดเวลา เนื่องจาก ตลาดบอสเนียมีเสถียรภาพ และ การประกาศเอกราชของสกุลเงินอาจทำให้ประเทศพังพินาศอีก รัฐบาลบัลกาเรียทุกรัฐบาลเลยไม่คิดจะออกจากการพึ่งพาเงินสกุลมาร์คบอสเนีย และท้ายที่สุดความฝันของบัลกาเรียก็สำเร็จ พวกเขาไม่ได้แค่กู้ชาติกู้เศรษฐกิจ แต่ยังทำกำไรได้ กำไรทั้งหมด นำไปพัฒนาประเทศ สาธารณูปโภค การเกษตร และ สวัสดิการประชาชน และ ปี ค.ศ.2007 บัลกาเรียก็ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งยิ่งทำให้บัลกาเรียสามารถลดภาระการว่างงาน เหลือแค่  0.3% แม้ว่า GDP หดตัว 5% แต่ประชากรบัลกาเรียนสามารถเดินทางไปประเทศอื่นที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และ เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่วิกฤตพิพาทท่อก๊าซธรรมชาติกับยูเครนก็เกือบทำให้อุตสาหกรรมหลักของประเทศเกือบต่อเสี่ยงอีกครั้ง บัลกาเรียเริ่มวางแผนทิ้งเงินสกุลเลฟ และ เข้าสู่ยูโรโซน ที่ใช้เงินยูโร แต่ทว่า ผลสำรวจของประชาชน ส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเช่นนั้น และ เศรษฐกิจบัลกาเรียไม่พร้อมที่จะทิ้งเงินเลฟที่อ้างอิงเงินบอสเนีย ทำให้บัลกาเรียยังคงต้องพึ่งการอ้างอิงเงินจากบอสเนียมาถึงปัจจุบัน โดยไม่สามารถละทิ้งได้ ปัจจุบัน รัฐบาลบัลกาเรีย สามารถลดหนี้สาธารณะเหลือ 20.5 % ลดลงมา2%ในรอบ1ทศวรรษ ขณะที่ GDP เพิ่มเป็น 162.3พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม GDP ก็ยังไม่ใช่ตัววัดคุณภาพชีวิตประชาชน เนื่องจากบัลกาเรียยังฟื้นฟูสวัสดิการและพัฒนามันได้ไม่มากพอ ทำให้ประชากรหลายคนเลือกออกจากประเทศ ลดลงจาก 8ล้านคน เหลือ 7ล้านคน โดยเฉลี่ย ทำให้บัลกาเรียยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่และยังต้องพึ่งพาต่างประเทศอยู่ แต่มันก็ทำให้ความเป็นอยู่ของบัลกาเรียดีขึ้น อยู่แถวอันดับ5ของบอลข่านรองจากตุรกี กรีซ สโลเวเนีย บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา อยู่ในลำดับที่เท่ากับโครเอเชีย และ บัลกาเรีย คงต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษกว่าจะมีเศรษฐกิจที่มีเอกราชทางด้านสกุลเงิน และแผนการเปลี่ยนเป็นเงินยูโรก็เสี่ยงเกินไป แม้ว่าจะพึ่งพิงบอสเนีย แต่ว่าบอสเนียแทบมิได้ก้าวก่ายเศรษฐกิจบัลกาเรียเลย ด้วยเหตุผลที่บัลกาเรียเป็นประเทศฝาแฝด มีภาษา วัฒนธรรมคล้ายๆกัน ทั้งสองประเทศก็ร่วมมือทางเศรษฐกิจกันมากขึ้น นับตั้งแต่บัลกาเรียของอิงสกุลเงินบอสเนีย และ คงต้องพูดว่า บอสเนียเองก็มีบทบาทสำคัญมากที่ทำให้บัลกาเรียฟื้นตัว พร้อมๆกับบอสเนีย ที่ต้องฟื้นตัวจากสงคราม เวลา20ปีที่ผ่านมา ประเทศสองประเทศสามารถลุกจากความยากจนสู่การเป็นชนชั้นกลาง และ เริ่มมีอำนาจต่อรองกับต่างชาติมากขึ้น และเมื่อดูบริบท แน่นอน บัลกาเรียจะยังคงอ้างอิงสกุลเงินกับสกุลเงินบอสเนียต่อไป .
SHARE

Comments