เมื่อเราแอบรักใครสักคน
อาการเสพย์ติดการแอบรัก

ว่ากันว่า... คนเรามักตกหลุมรักตัวเองในช่วงเวลาที่ตกหลุมรัก เมื่อเรามีรัก หัวใจเราพองโต เรานั่งฝันหวาน ดวงตาลอยเคลิ้ม เพลงอะไรลอยมากระทบหูก็ฟังเพราะฟังอินไปหมดทุกเพลง สีชมพูนั้นช่างหวานและสวยใสกว่าที่เคยเห็น

สาวบางคนช่วงที่กำลังมีรัก อาจจะชอบฟังเพลงอยู่ริมสวนยามเย็นๆและนั่งคิดถึงคนที่เราแอบรัก

สาวๆบางคนก็มีแรงถักนิตติ้งข้ามวันข้ามคืน เพื่อจะเป็นของขวัญแห่งความรัก ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้มอบของขวัญชิ้นนั้นให้คนที่เราแอบรัก

โลกของเรายามมีรักนั้นเป็นโลกที่แสนวิเศษ เมื่อมีรัก ยิ่งเป็นรักข้างเดียวด้วยแล้ว สามารถทำให้เราทั้งร้องไห้ สลับกับหัวเราะได้เลยภายในชั่วโมงเดียว

ความรักปั่นป่วนหัวใจและอารมณ์เราให้คลั่ง ไม่ว่าจะเป็นแอบรักแบบมีหวังนิดๆ แอบรักแบบใกล้จะสมหวัง หรือแอบรักทั้งที่ไม่มีหวัง มันก็ทำให้เรารู้สึกทั้งโศกทั้งซึ้งได้เท่าๆกัน

อารมณ์โศกซึ้งนี้แหละ ที่ทำให้คนเสพย์ติดการมีรักโดยไม่รู้ตัว

สาวๆหลายคนไม่ว่าไปอยู่ไหนก็มักจะมองหาคนที่ตนแอบปิ๊ง คนที่ตนจะแอบชอบแอบหวังเล็กๆว่าจะได้เป็นแฟน (ถึงแม้จะไม่เคยมีแฟนจริงๆเลยก็ตาม)

ตอนมัธยมเธออาจจะแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง พอเข้ามหาวิทยาลัยเธอก็ชอบเพื่อนร่วมคณะคนนั้น พออยู่ในที่ทำงาน เธอก็ไม่วายที่จะหาใครสักคนเอาไว้ให้เธอแอบรัก แอบปิ๊ง เพราะเธอทนอยู่ในชีวิตที่แสนเหี่ยวแห้งที่ไม่มีใครให้มารักมาฝันถึงได้

กว่าอาการเช่นนี้จะหายไปก็ตอนที่เราอายุ 30 กว่าๆโน่น เมื่ออายุเราเข้าใกล้เลขสาม ภาระหน้าที่ในการงานจะทับถมเราจนทำให้เราแทบจะลืมเรื่องความรักไปหมดสิ้น ความรักจะกลายเป็นประเด็นรองของชีวิตไป การงานจะพุ่งขึ้นเป็นประเด็นหลัก คนวัย 30 ขึ้นไปจึงไม่ค่อยจะได้มีอารมณ์แอบรักแอบปลื้มใครเหมือนสมัยยังเป็นวัยรุ่นแล้ว

ดังนั้นใครก็ตามที่ยังมีแรงรัก มีความรู้สึกกระชุ่มกระชวยเวลาได้เจอหน้าใครสักคนที่เราแอบชอบ แม้จะเป็นรักข้างเดียว รักที่ไม่ได้รับการตอบรับ แต่แค่ยังมีความรักหล่อเลี้ยงไว้ในหัวใจ ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้ว ดังนั้น เมื่อคิดจะรัก...ก็รักให้เต็มที่เถอะ

เมื่อเราแอบรักเพื่อนสนิทตนเอง

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป...ว่ารักเธอ (เพลง ‘เพื่อนสนิท’ ของ Endorphine)

..เป็นความสัมพันธ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเราแอบรักเพื่อนสนิทของตนเอง เพราะคร้านจะบอกก็กลัวจะเสียเพื่อนไป เมื่อเป็นแฟนก็กลัวว่าความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิม

“เป็นเพียงคนใกล้ตัว ที่แอบหลงรักเธอ และกลัวที่จะบอก เพราะกลัวจะเสียเพื่อนคนหนึ่งไป”

แล้วอะไรล่ะ? ทำให้อยู่ดีๆคนที่เราเล่นหัวมองเป็นเพื่อนมาตลอดหลายปี อยู่ดีๆก็เริ่มทำให้หัวใจเราหวั่นไหว และทำให้เรารู้สึกหึงได้เมื่อเห็นเขาไปคุยเล่นหัวกับคนอื่นที่ไม่ใช่เรา

“ทำไม อยู่ดีๆ นายถั่วงอก หรือยัยหน้าจืด ก็กลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจเราเต้นแรงได้ขนาดนี้”

เป็นไปได้หรือที่เราจะรักเพื่อนสนิทตนเอง หรือความจริงแล้วเราไม่ได้คิดกับเขาแบบเพื่อนตั้งแต่แรก เหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง ดากานดา กับ ไข่ย้อย ในหนังเรื่อง เพื่อนสนิท ที่ไข่ย้อยแอบรักดากานตาตั้งแต่ก่อนที่จะต้องเข้าไปเป็นเพื่อนสนิทกับเธอ และปล่อยให้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนดำเนินผ่านวันเวลาถึง 4 ปีเพียงเพราะเขาไม่กล้าสารภาพรัก และเกรงว่าการสารภาพรักจะทำให้สูญเสียเพื่อนคนหนึ่งไป

ความใกล้ชิดอย่างนั้นหรือ? ที่ทำให้หญิงชายเกิดการเชื่อมต่อกันทางเคมี ทำให้หญิงและชายเกิดความผูกพัน เรื่อยไปจนเกิดความรักแก่กัน

มีคำกล่าวว่าไว้... “ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายแบบเพื่อนสนิทนั้นไม่มีอยู่จริงในโลก”

และก็มีหลายคู่รักอุบัติขึ้นในโลก ที่ทำให้คำกล่าวนั้นยิ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง ในจำนวนเพื่อนทั้งหมด 10 คน เรามักจะได้ยินเรื่องราวของคนอย่างน้อย 2 คู่ ที่แอบรักเพื่อนตนเอง ไม่แปลกหรอก ก็ในเมื่อเราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา สุขก็สุขด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ผ่านอุปสรรคต่างๆในชีวิตมาด้วยกัน เมื่อมีปัญหาก็มีคนมาคอยรับฟังคอยแชร์เรื่องของเรา เมื่อมีความสำเร็จก็มีคนมาร่วมดีใจไปกับเรา

ความรักมักก่อตัวขึ้น จากความผูกพันที่ลึกซึ้ง วันคืนผ่านพ้นไป เรานึกถึงรอยยิ้มของเพื่อนเรา นึกถึงวันคืนที่เคยวิ่งเล่นมาด้วยกันตามถนนสายนั้น เส้นทางแห่งชีวิต

แต่ความเจ็บปวดจะเกิดขึ้นถ้าหากเราตกหลุมรักเพื่อนของตนเอง และเป็นความเจ็บปวดที่ดิ่งลึกยิ่งกว่าความรักในแบบอื่นๆ ก็ลองนึกถึงภาพที่เพื่อนสนิทของเรามีแฟน รักแฟนของเขา เล่าถึงความรักของเขาที่มีต่อแฟนให้เราฟัง และใช้เราเป็นที่พักใจเวลาเขามีปัญหากับแฟน เราจะต้องยอมทนกล้ำกลืนเก็บทุกอย่างในใจไว้ แพร่งพรายออกไปแม้สักเล็กน้อยก็ไม่ได้เพียงเพราะคำว่าเพื่อนเท่านั้น แม้ในวันแต่งงานเราก็ต้องยืนมองดูเพื่อนของเราเดินจากไป โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ เพราะในฐานะเพื่อนเราต้องยอมรับทุกอย่างของเขา เราจะต้องรักแฟนของเขาด้วยเหมือนที่เขารักแฟนของเขา

รักเพื่อน... เพื่อนรัก... คือความสัมพันธ์ที่แสนลึกซึ้ง และเจ็บปวดในที

เธอหรือเขา...ใครแอบรักข้างเดียวมากกว่ากัน

ตอนเด็กๆ ผู้หญิงจะตกเป็นฝ่ายแอบรักมากกว่าผู้ชาย เพราะว่าตอนเด็กๆผู้ชายยังไม่ค่อยคิดเรื่องความรักเท่าใดนัก ผู้ชายจะสนใจเรื่องฟุตบอล กีฬา หรือการสังสรรค์ในหมู่เพื่อน ขณะที่ผู้หญิงมักจะเริ่มกรี๊ดกร๊าดแอบชอบรุ่นพี่ที่เป็นคนดังของโรงเรียน นักกีฬาสุดฮอต หัวหน้าวงดนตรี เป็นต้น

อาจเพราะเด็กผู้หญิงโตเร็วกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจึงเริ่มมีความรักเร็วกว่าผู้ชาย ส่วนผู้ชายถ้าจะเริ่มแอบรักใคร เขามักจะเริ่มตั้งแต่สมัยมัธยมต้น อายุประมาณ 14-15 เป็นต้นไป

มีเด็กผู้ชายจำนวนน้อยมาก ที่จะริหัดแอบรักคนอื่น ถ้าคิดจะรัก เขาก็จะรักเพื่อนในห้องของตัวเอง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักๆที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนห้องถือพานวันไหว้ครู หรืออาจจะเป็นเด็กผู้หญิงหน้าหมวยๆขาวๆ ถักผมเปียที่นั่งอยู่โต๊ะข้างกันก็ได้

แล้วเวลาแอบรักใคร เขาทำอย่างไร?

เด็กผู้ชายในวัยประถมปลายถึงมัธยมต้นจะไม่ค่อยรู้วิธีการจีบเด็กผู้หญิงเท่าไหร่ เขาจะทำได้แค่แอบปลื้ม แอบมองห่างๆ บางครั้งเขาก็ใช้วิธีการแกล้งเธอ หรือขอการบ้านเธอลอกเพื่อเรียกร้องความสนใจ

กว่าผู้ชายจะเริ่มมีความรักแบบจริงๆจังๆ และเริ่มหัดที่จะจีบหญิง ก็เป็นช่วงสมัยมัธยมปลายหรือเข้ามหาวิทยาลัยไปเลย

ลองตั้งคำถามกับผู้ชายดู... ถามว่า ผู้ชายกับผู้หญิงใครเป็นฝ่ายตกหลุมรักมากกว่ากัน?

ผู้ชายมักจะตอบว่า...ก็ผู้หญิงน่ะสิ

ผู้ชายน่ะคิดว่าพวกตนเองมักจะต้องตกเป็นฝ่ายแอบรักมากกว่า เขาให้เหตุผลว่าก็ดูผู้หญิงสมัยนี้สิ สวยๆกันทั้งนั้น วิวัตนาการของโลกยุคโลกาภิวัตต์ก็ล้ำหน้าไปจนทำให้ผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้ดูดีขึ้นในทุกทาง

เกิดมาตัวดำก็ฉีดวิตามินซีให้ผิวขาวออร่าขึ้นได้

มีส่วนบกพร่องบนใบหน้า เครื่องหน้าส่วนใดไม่สวยสดก็สามารถเข้ารับการศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงส่วนนั้นให้งามงดขึ้น

เสื้อผ้ากับทรงผมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถทำให้ผู้หญิงดูดีขึ้นมาทันหาเห็น

ผู้หญิงสามารถพัฒนาตัวเองจากการเป็นฝ่ายแอบรัก ให้กลายเป็นฝ่ายที่ถูกแอบรักได้ในที่สุด

ผู้ชายบอกว่า... ลองเดินไปตามท้องถนนในเมืองกรุงสมัยนี้สิ เราเห็นผู้หญิงเดินมาสิบคน เราเห็นคนหน้าตาดีก็ปาเข้าไป 6-7 คนเข้าไปแล้ว

ในขณะที่ผู้ชายเดินมา 10 คนมีหน้าตาดีโผล่มาสัก 2-3 คน ผู้ชายไม่ค่อยรู้วิธีการดูแลตัวเอง ไม่ค่อยรู้วิธีการพัฒนาตนเองในด้านภาพลักษณ์ เขาอาจจะหวนมาดูแลตัวเองได้สัก 1-2 เดือน หลังจากนั้นเขาก็จะเริ่มเบื่อ และปล่อยเนื้อปล่อยตัว จนกลับเข้าอีหร็อบเดิมในท้ายที่สุด

เมื่อจำนวนผู้ชายที่สามารถเป็นตัวเลือกให้ผู้หญิงมีจำนวนน้อยลงทุกทีๆ เพราะผู้หญิงแข่งกันสวยขึ้นทุกวันๆ ดังนั้นผู้ชายจึงคิดว่าตนเองเนี่ยแหละ เป็นฝ่ายที่มักจะต้องไปแอบรัก แอบชอบผู้หญิง

แต่ผู้ชายหารู้ไม่...

ผู้หญิงต่างหากที่ตกเป็นฝ่ายแอบรักมากกว่าผู้ชาย และแอบรักอย่างจริงจังเสียด้วย ไม่ว่าเธอจะสวยขึ้นหรือดูดีขึ้นแค่ไหน ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อให้ผู้ชายที่เธอแอบรักหันมามอง หันมาสนใจ หรืออย่างน้อยก็แค่ยอมสบตาเธอบ้างเท่านั้น

ไม่ว่าผู้หญิงยุคสมัยใหม่จะทั้งสวยขึ้น เท่ห์ขึ้น มั่นขึ้น และเก่งจนผู้ชายหลายคนอาย แต่เธอก็ยังเป็นฝ่ายที่ชอบตกหลุมรักคนอื่น และเก็บงำความลับความรักนั้นเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ เธอยังยินยอมที่จะแอบชอบและแสดงท่าทีเพียงเล็กน้อยให้คนที่เธอชอบรับรู้ และเฝ้ารอให้สักวันเขาเข้ามาจีบเธอเอง แทนที่จะเดินดุ่มๆเข้าไปหาและขอเบอร์เขา เหมือนที่ผู้ชายชอบทำเวลาเจอผู้หญิงที่ตนเองรู้สึกถูกใจ

ผู้ชายมีช่องทางให้ได้แสดงความรักต่อคนๆหนึ่งได้มากกว่าผู้หญิง ผู้หญิงจึงยังจะตกเป็นฝ่ายที่แอบรักคนอื่นข้างเดียวมากกว่าผู้ชาย

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสักเพียงใด...
SHARE

Comments

Kokkuu
14 days ago
นั่นสิแอบรักข้างเดียวเสี้ยววินาทีเดียวก้อสามารถกระชุ่มกระชวยหัวใจ 💋🍭
Reply