วิธีรับมือกับผู้ชายเลว
 ในบทความนี้... เราตั้งใจจะมาตอบคำถามผู้หญิงที่หลวมตัวรัก bad boy ไปแล้ว หรือมีเพื่อนที่ตกหลุมรัก bad boy และเห็นเพื่อนเศร้า นั่งร้องไห้อยู่ทุกวัน ว่าจะงัดตัวเองขึ้นจากอาการจมดิ่งอย่างไรดี

เชื่อว่าคุณผู้หญิงหลายๆคน คงจะมีคำถามอยู่ในใจ...

เราควรทำอย่างไรเมื่อพบว่าตัวเองเป็นแฟนกับ bad boy เข้าให้แล้ว...

ทางเลือกมีไม่กี่ข้อ

1. ทำใจ

2. พิจารณาข้อดีและข้อเสียในตัวเขา

3. ตัดสินใจว่าจะคบต่อหรือไม่คบ

· จะคบต่อ

· หรือไม่คบต่อ

4. เราจะปรับตัว....

· ปรับตัวให้อยู่คนเดียวได้หลักจากเลิกกันแล้ว

· ปรับตัวให้เข้ากับเขาได้ถ้าคิดจะคบต่อ

หรือ

5. เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในแบบที่เลือกแล้ว

ผู้หญิงที่เคยคบ bad boy มักจะเข็ดขยาดการคบหากับ bad boy จนต้องเลิกกับผู้ชายพวกนี้และหันไปหาผู้ชายดีๆ

เธอจะยึดคติ “รักคนที่เขารักเราดีกว่า” อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ทำแบบนี้ไม่ได้นาน เพราะเมื่อคบกับผู้ชายที่ไม่อาจสร้างความตื่นเต้นให้เธอไปได้สักพัก เธอก็จะเบื่อและในที่สุดก็จะขอเลิกกับเขา

ช่วงเลิกกับเขาเธออาจจะเหงาจนต้องออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆอีก และในปาร์ตี้ซึ่งเป็นแวดวงอโคจร ก็อาจทำให้เธอต้องพบกับผู้ชายแบบเดิมๆนั่นคือพวก bad boy

ชีวิตของเธอก็ต้องวนเวียนอยู่ในสภาพเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รอคอย สุขสดชื่น แล้วก็กลับไปเฟลใหม่ มันจะไม่มีวันสงบสุข

การคบกับ Bad boy ทำให้ชีวิตของผู้หญิงตกอยู่ในวงจรสุขๆเศร้าๆเคล้าน้ำตา

ชีวิตคุณจะขึ้นกับลมฟ้าอากาศ ซึ่งเขาเป็นผู้กำหนด คุณจะมีสุข หรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเขาจะทำตัวดีกับคุณหรือไม่?

ขอถามหน่อย...

แล้วคุณจะไปทนอยู่กับผู้ชายแบบนั้นทำไม?



วิธีการประเมินความสัมพันธ์ว่าคุณควรคบเขาต่อหรือไม่?

มีผู้หญิงหลายคนที่ยังลังเลอยู่ว่าจะรักหรือจะเลิกกับผู้ชายคนนั้นดี เพราะไม่รู้ว่าเขาเลวจริงหรือเปล่า? และความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขามันจะไปกันต่อไหวหรือไม่?

เป็นที่รู้กันว่า...ถ้าคนคู่หนึ่ง มีความรักให้แก่กัน คนคู่นั้นจะมีความสุขมากหากเขาและเธอต่างมอบความรักให้แก่กัน...อย่างเท่าเทียม โดยที่ไม่ได้มีฝ่ายหนึ่งรักอีกฝ่ายมากกว่า หรือมีลักษณะความสัมพันธ์ที่คล้ายๆกับว่า ฝ่ายหนึ่งรักอีกฝ่ายข้างเดียว

ความสัมพันธ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ตกหลุมรักผู้ชาย bad boy คุณจะได้แต่ชะเง้อคอยหาเขา คอยโทรศัพท์เขา ในขณะที่เขามาๆหายๆ คุณก็ต้องคอยระแวงว่าเขามีคนอื่นหรือไม่? เพราะเขาไม่เคยให้ความมั่นคงทางจิตใจแก่คุณได้ เขาอาจพูดว่ารักคุณ แต่ในสายตาอาจว่างเปล่า ส่อสัญญาณว่าความรักของคุณจะทำให้ชีวิตคู่ของคุณไม่มีความสุข และมันก็อาจจะทำให้ความรักล่มสลายลงในไม่ช้า

เมื่อคนเราคบกัน การให้และรับระหว่างกันเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้คุณรักเขาและคุณก็รู้ว่าเขารักคุณ แต่การปรนนิบัติต่อกันในฐานะคู่รัก ไม่มีความสมดุลกันเลย

ในชีวิตประจำวัน ที่คุณกับเขาอยู่เคียงข้างกัน คุณอาจจะเคยทำอะไรเพื่อเขาหลายต่อหลายอย่าง ทั้งซักผ้า รีดผ้าให้เขา ไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้เขา ทำกับข้าวให้เขากิน แต่เขากลับไม่เคยทำอะไรให้คุณกลับบ้างเลย แม้เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่คุณหวังจากเขา เช่น...การ์ดเล็กๆที่เขาจะลงมือเขียนให้คุณ แต่เขา...ก็ไม่เคยให้

วิธีการประเมินความสัมพันธ์ในแง่ของการปฏิบัติ ว่าคุณและเขามีการให้และรับเท่าๆกันหรือไม่ เราสามารถดูได้จากความสมดุล

คุณสามารถตั้งคำถามต่อตัวเองง่ายๆสัก 10 ข้อ และตอบตัวเองดู

ใครที่คอยขับรถไปรับไปส่งอีกฝ่าย? คุณ หรือ เขา

ใครคอยหาซื้อข้าวของที่อีกฝ่ายต้องการมาให้? คุณ ....หรือ เขา

ใครคอยช่วยอีกฝ่ายทำงานเล็กๆน้อย?

ใครคอยบริการอีกฝ่ายให้มีความสุขสบาย?

ใครคอยหาอาหารมาให้อีกฝ่ายทาน?

ใครคอยช่วยเหลือจุนเจือด้านวัตถุแก่อีกฝ่าย?

ใครคอยให้ยืมเงินเมื่ออีกฝ่ายร้องขอ?

ใครคอยเป็นธุระจัดการเรื่องต่างๆให้อีกฝ่าย?

เมื่ออีกฝ่ายเดือดร้อน ใครเป็นคนยื่นมือเข้าไปจัดการเคลียร์ปัญหาให้อีกฝ่ายมากกว่ากัน?

ใครจดจำวันสำคัญและคอยซื้อของขวัญให้อีกฝ่ายมากกว่า?

คะแนนรวมของคำตอบจะทำให้คุณรู้ว่ารักของคุณสมดุลหรือไม่ คุณเป็นฝ่ายให้จนเสียเปรียบหรือเปล่า

ถ้าความรักของคุณสมดุล มีการให้และรับเท่าๆกัน แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่ของคุณก็เป็นไปในทางที่ดีแล้ว

ถ้าความรักไม่สมดุล มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายมากไป.ความรักนั้นไม่ควรค่าต่อการยื้อไว้ ใครคนหนึ่งกำลังเอาเปรียบอีกฝ่าย ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องทบทวนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาว่า เรารักกันจริงหรือไม่? 
SHARE

Comments