พลังของงานอดิเรก
1
รุ่นน้องคนนึงไปเดินแผนกของเล่น ก่อนถ่ายรูปโมเดลดราก้อนบอล แล้วโพสต์ลงเฟซว่า "เมื่อก่อนอยากได้ แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็น"

ด้วยความที่เขาเพิ่งแต่งงานสร้างครอบครัว เป็นพ่อบ้านใจกล้าหน้าใหม่ ต้องผ่อนคอนโดราคาหลายล้าน และมอบเงินเดือนให้ภรรยา(หมดเลยไม่ อันนี้ไม่รู้ 55)

ทำให้ความจำเป็นต้องมาก่อนความอยากในวัยเด็ก ซึ่งจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วย และยกมือสนับสนุน ที่เขาเลือกความรับผิดชอบมาก่อนความสนุก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 100% หรือไม่

2
งานคือความเครียด
ทุกเช้าเราออกไปทำงาน และงานก็นำมาซึ่งความเครียด จริงๆ กว่าจะถึงออฟฟิศ(ชื่อเพจดัง) สภาพแวดล้อมของสังคมไทยที่ไม่ได้รับการจัดการ เช่น การจราจรบนท้องถนน ไม่นับเรื่องงานที่เจอ ก็เล่นเอาเราเครียดไปหลายดอกแล้ว

หากใครโชคดีได้ทำงานที่รัก ชอบ สนใจ(และเงินดี) ก็น่ายินดีด้วย แต่ก็มีอีกเยอะที่ยังไม่ได้ทำงานที่ชอบ หรือชอบแล้วแต่เงินน้อย หรือหัวหน้าไม่ดี ทำให้รู้สึกกดดันทุกวัน จนเครียด หลายคนหมดไฟ และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

เงินที่ได้รับตอนสิ้นเดือนกลายเป็นค่าหมอ และค่ายามากมาย

คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วจะทำยังไงไม่ให้หมดไฟไปซะก่อน ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนโรคซึมเศร้าจะถามหา
หนึ่งในหลายคำตอบก็คือ เราต้องมีงานอดิเรกครับ

3
เพื่อนๆ มีงานอดิเรกกันหรือเปล่า หรือว่าแค่ทำงานก็เหนื่อยจะแย่แล้ว เสาร์อาทิตย์ขอนอนพักผ่อนสบายๆ ไม่ทำอะไรดีกว่า เข้าใจครับว่าเหนื่อย แต่รู้ไหมว่า สิ่งที่เรียกว่างานอดิเรกนั้นช่วยลดอาการหมดไฟได้ชะงัดเลยนะ เพราะมันสามารถกอบกู้ความพังตลอดห้าวันในการทำงานของเราได้

เพราะงานที่เราทำนั้นเชื่อมโยงกับฝ่ายอื่นๆ เช่น ต้องรอหัวหน้าอนุมัติ ต้องรอฝ่ายออกแบบดีไซน์ ต้องรอฝ่ายการตลาดช่วย เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย

แม้เราจะมีไฟ มีเป้าหมาย แต่ถ้าเพื่อนร่วมงานนิ่งเฉย ไม่สนใจ เล่นการเมือง ดราม่า ไม่มีใจ ไม่มีไฟกว่าเราอีก ก็ทำให้เรารู้สึกแย่นะครับ

ต่างจากการทำงานอดิเรกสักชิ้นที่เราชอบและสนใจที่เราเลือกทำ(ศึกษา&เรียนรู้)เอง เราสามารถควบคุมโลกใบนี้ของเราได้แทบ 100% เลย เช่น เราเลือกจะหยอดกระปุกเก็บเงินซื้อของเล่นอันนี้ หรือไม่ซื้อก็ได้ (จู่ๆ ชีวิตมีโหมดสวยเลือกได้ขึ้นมาเลยนะเนี่ย)

เราเลือกจะทำสีโมเดลไอ้มดแดง เป็นสีม่วง แล้วเรียกไอ้มดม่วงก็ได้ (อ้าวเงินเรานี่ ไม่ได้ทำให้ใครดู ไม่ได้ขายใคร) เราก็ทำตามใจได้เต็มที่

แล้วเราจะวิพากษ์ วิจารณ์ หรือชื่นชม แวดวงงานอดิเรกของเรา ก็ทำได้ เพราะเราอยู่ในฐานะผู้บริโภค คนจ่ายเงินให้วงการนี้

ต่างจากการทำงานในชีวิจจริง ที่เราพูดหรือวิจารณ์ใครก็อันตราย เพราะเราอยู่ในฐานะคนสร้างงาน บางความเห็นอาจไปกระทบคู่แข่ง คู่ค้า บางความเห็นอาจย้อนกลับมาทำร้ายเรา ทำให้เราแสดงความคิดเห็นได้ยากกว่า(เพราะทุกวันนี้มีคนพร้อมจะดราม่าเสมอ)

4
ที่สำคัญเราสามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะทำ ไม่ทำงานอดิเรกได้ 100% กำหนดเป้าหมายว่าจะทำเล่นๆ ขำๆ หรือจะเอาให้เก่งเลยก็ได้

และงานอดิเรกก็ไม่ต้องส่งใบสมัครและเรซูเม่ให้ฝ่ายบุคคลที่ไหนพิจารณา เราสามารถเลือกทำจากเรื่องที่เราชอบ รัก และสนใจได้เลย และงานที่เราชอบ สนใจ เราทำแล้วจะสนุก อยากจะทำต่อ ทำต่อแล้วจะเก่งขึ้น เก่งขึ้นก็จะสนุก ก็อยากจะทำต่อ เป็นวงจรแห่งความสุขหมุนวนไป

ทำให้เรามีพลังงานที่ดีและมีเป้าหมายในการมีชีวิต แม้เราจะควบคุมโลกในการทำงาน จ-ศ ไม่ได้เลย แต่ในตอนเย็นหรือเสาร์อาทิตย์ทั้งวัน เราควบคุมและสร้างโลกของเราได้

ที่สำคัญทุกวันนี้มีคนทำงานอดิเรกหลายคน เช่น ร้องเพลง เล่นโยคะ รีวิวของเล่น แต่งเพลง รีวิวเครื่องสำอาง ทำชาแนลของตัวเอง เขียนเพจ ถ่ายรูป เขียนนิยาย ทำอาหาร ผ่านโซเชียลมิเดียต่างๆ บางคนก็สามารถสร้างรายได้พอๆ กับงานประจำ หรือบางคนก็มากกว่า ทำให้มีรายได้เข้ามาหลายทาง นอกจากสนุก ผ่อนคลาย มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ยังได้ผลตอบแทนเป็นโบนัสขำๆ ด้วย

นี่ละครับ พลังของงานอดิเรก


ปล.งานอดิเรกของผม - ออกกำลังกาย วิ่ง เตะบอล โยคะ เขียนบทความ ซื้อของเล่น เขียนบันทึก ฯลฯ งานอดิเรกของเพื่อนๆ คืออะไร เล่าให้ผมฟังได้ครับ
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มทำงานหนังสือด้วยการเป็น กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

Panmile
18 days ago
ปัจจุบันเราทำงานเป็น Content Writer อยู่ใน Agency โฆษณาแห่งหนึ่ง โดยเนื้องานรักที่จะทำงานนี้ แต่เรื่องของคนในองค์กรเป็นเหมือนกับสิ่งที่คุณเสนอเลย มีทั้งการเล่นการเมือง ทั้งหัวหน้างานที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำงานด้วยความเบื่อหน่ายตลอดแต่ยังดีที่ยังมีเรื่องจองการเล่าเรื่องบางอย่าง (เนื้องาน) เลี้ยงให้เราอยู่ไว้ ซึ่งดีที่ว่าเรามีงานอดิเรกเป็นการเขียนนิยายมาตั้งแต่สมัยมหาลัย ปัจจุบันก็ทำเงินได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่ค่อยพอยังชีพ เลยพยายามพัฒนาทักษะไปเรื่อยๆ เพราะอยากหันมาทำสิ่งนี้เต็มตัว โดยที่มาต้องมาทำงานโฆษณาอีก
Reply
porglon
16 days ago
ถ้าเป็นคนทำงานสายโฆษณามาก่อน ก็มีสองคนที่น่าสนใจนะครับ คือคุณวินทร์ เลียววาริณ แล้วก็พี่เอ๋ นิ้วกลม สองคนนี้ก็ทำโฆษณาสิบปีได้ แล้วระหว่างนั้นก็ส่งต้นฉบับเสนอสำนักพิมพ์ไปเรื่อยๆ ครับ แล้วระหว่างนั้นก็มีผลงานออกมามากมายเลยครับ:)

งานอดิเรกแก้เบื่อได้ดีฮะ แล้วถ้าทำสนุก ทำได้ดี ทำตอบสนองความต้องการตัวเองแล้วก็ตอบสนองความต้องการของคนอื่น(ตลาด)ได้ด้วยสักอย่างละครึ่ง ก็มีโอกาสทำเงินได้เพิ่มขึ้น หรืออยู่อย่างยั่งยืนได้ครับ:)
Reply