Songwriter (นักแต่งเพลง)
มันเป็นเวลาราวๆห้าทุ่ม
รอบๆตัวเมืองเงียบสงัด
แทบจะได้ยินเสียงใบไม้ปลิวกระทบพื้น
กระแสลมปลิวแผ่วที่กระทบหน้า
หรือ ลมหายใจของคนที่เดินผ่านไปมา
ในอากาศที่หนาวเย็น

เสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นอิฐเบาๆ
ก่อนจะเพิ่มเสียงขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนคนที่กำลังจะวิ่ง
ลมหายใจหอบเฮือกเสียงดัง
ต้านลมเย็นแผ่วจากภายนอก

เธอ ในชุดโค๊ดสีดำตัวยาว
รัดผมดำหยักศกเล็กน้อยนั่น ไว้กลางหลัง
หน้าของเธอแดงก่ำ ลามไปถึงจมูกและหู
จากความหนาวเหน็บในช่วงวินเทอร์
ก่อนจะซุกมือเข้ากระเป๋าเสื้อ
ที่ไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เธอรีบเดินขึ้นเรื่อยๆก่อนจะกลายเป็นกึ่งวิ่งกึ่งเดิน
วันนี้เธอเลิกทำงานพาทไทร์มช้ากว่าปกติ
เพราะลูกค้าเยอะจนเต็มร้าน
ช่วงใกล้เทศกาลก็เป็นแบบนี้ทุกทีสินะ
เธอคิด ก่อนจะสะบัดหัวแรงๆให้หายจากความง่วง

ขาเริ่มอ่อนล้าขึ้นทุกทีและตอนนี้ก็แทบจะอยากกระโจนตัวไปที่หมอนไปโปรดที่บ้านแล้ว
ใจของเธอคิดถึงผ้านวมอุ่นๆ
และเตียงเล็กๆของเธอ 

ไม่นานเธอก็มาถึงประตูไม้เก่าๆ
ก่อนมือขาวจะควานหากุญแจเล็กๆในถุงผ้า
เธอไขกุญแจเดินเข้าไปในห้องขาวกว้าง
ก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียงนุ่ม
เหนื่อย. เธอเอาแขนที่สั่นเทาพาดหน้าผากนวล
ก่อนจะค่อยๆหลับตาที่หนักอึ้ง
ของีบสักพักละกัน

แต่ยังไม่ทันได้เข้าห้วงของความฝัน
ภาพของใครคนนั้นก็ทับซ้อนเข้ามาในหัว
เหมือนความทรงจำที่เลือนลาง
ที่คิดว่าลืมไปแล้ว กลับชัดขึ้นมาอีกครั้ง
คิดถึง. เธอคิด และ หวังเพียงว่าความคิดนี้จะส่งไปหาใครคนนั้น 

เธอลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ
ปลดยางรัดผมกำมะหยี่ของเธอออก
ทิ้งผมดำขลับให้ประบ่า
ก่อนจะเดินไปหยิบกีตาร์ตัวโปรดบนหัวเตียง
เธอจับมันอย่างถนัดมือ 
เธอตั้งสายก่อนเล็กน้อย
ก่อนจะวางนิ้วยาว บนสาย และ เกาเบาๆ
ด้วยจังหวะที่ไม่ได้รีบร้อน
ช้าๆ สบายๆ
เธอเลือกชุดคอร์ดไมเนอร์แทนเมเจอร์
กลายเป็นโทนหม่นๆ ที่เธอชอบ แทนความสว่าง
เพลงของเธอคงกลิ่นอายด้วยความเหงาเสมอ
When I tried so hard to erase you, Yet I find myself feeling so blue.
เมื่อฉันพยายามอย่างหนักที่จะลบคุณออกไป แต่ฉันกลับพบตัวเองรู้สึกเศร้าเหลือเกิน


เธอร้องออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เธอคิดมาตลอดก็เป็นได้
ความรู้สึกเบื้องลึก
ที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา 
ที่พยายามยิ้มทุกครั้งเมื่อเจอคนทักทาย
แต่สุดท้ายก็กลับมานั่งร้องไห้คนเดียวทุกครั้งไป
เหมือนกับใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่นเสมอ
ทั้งๆที่ข้างในแหลกสลาย แตกละเอียด เกือบเป็นเถ้าธุลี แต่เธอก็ไม่เคยปล่อยให้ฝุ่นผงปลิวหายไป
แต่กลับหลอมความทรงจำแสนเศร้าขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง ฟังเหมือนหลอกตัวเองไปวันๆ
แต่แปลกที่มันทำให้เธอยังยืนหยัดด้วยตัวเองได้

เธอนั่งคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจฉีกหน้ากระดาษ
และเขียนเนื้อเพลงเหล่านั้นลงไป
หลับตาและพยายามค้นหาว่าจริงๆแล้ว
มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่
When you leave me
and I don’t know what to do.
I still want you
Feel you besides me..
เมื่อคุณจากไป ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร ฉันยังคงต้องการคุณ และรู้สึกว่าคุณยังคงอยู่ข้างๆฉัน


มันคงเป็นความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ
ทำตัวไม่ถูก
ไม่รู้ว่าควรจะเดินหน้าต่อ หรือ ถอยหลัง
เพราะเขาจากเธอไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
สิ่งที่ทิ้งไว้ต่างหน้า
คงเป็นความรู้สึกที่ยังทั้งรัก ทั้งผูกพัน
ยังเหมือนว่าเขายังอยู่ตรงนี้
ไม่ได้หายไปไหน เหมือนกำลังร้องเนื้อเพลงท่อนนี้ กระซิบเบาๆข้างๆหูของเธอ

Every time I look up to the sky,
I know I can't get you out of my mind
ทุกครั้งที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ฉันรู้ว่าฉันยังไม่สามารถลืมคุณได้เลย
เธอค่อยๆแหงนหน้ามองบนท้องฟ้า 
ดวงดารา และ จันทรานั่นส่องแสง
เพียงสลัวๆ
เช่นเดียวกับความทรงจำคนๆนั้นที่มีต่อเธอ
แต่สำหรับเธอมันยังคงชัดเจน
เธอยังอยู่ที่เดิม ไม่เดินหน้าต่อหรือถอยหลังกลับ
ยังเป็นดวงดาวที่พร้อมจะอยู่ข้างๆดวงจันทร์เสมอ

In my head, the picture of us is never deleted.
I just hope one day we will make it again. Before I will die with this pain
or maybe our memories are never completed.
ในหัวของฉัน ภาพของเราไม่เคยถูกลบเลือน
ฉันแค่หวังว่าวันหนึ่งเราจะทำมันอีกครั้งก่อนที่ฉันจะสิ้นสลายจากความเจ็บปวดนี้ หรือบางทีความทรงจำของเรามันไม่เคยถูกทำให้สมบูรณ์อยู่แล้ว


หยาดน้ำใสกระทบกระดาษ
เธอไม่ได้ฟูมฟาย
ไม่ได้ต้องการอะไรจากอีกฝ่าย
ไม่ได้แม้แต่จะกล้าคิดว่าเขาจะกลับมา
เพียงแต่อยากให้รับรู้ความรู้สึกนี้
ว่ามันยังสวยงาม
ว่าเธอโชคดีขนาดไหน
ที่วันหนึ่งมีเขาเข้ามาในชีวิตของเธอ

ก่อนที่มือที่จับกีตาร์นั้นจะไร้เรี่ยงแรว
เธอสูดหายใจเข้าออกลึกๆ
และพยายามเขียนท่อนสุดท้ายนั้นลงบนหน้ากระดาษเปื้อนคราบน้ำตา 
มือจรดข้อความสุดท้ายลงไป
.
.
.
.

“I always miss you, my one and only..”

—your voice mail has already recorded—


จากนักแต่งเพลงของคุณ

Hibernation 



Writer’s note:
จริงๆเพลงนี้เป็นเพลงที่นักเขียนได้เขียนค้างไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงนี้เพราะถือเป็นเพลงที่แต่งตอนอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แล้วความเหงาก็เกิดขึ้น ในระหว่างที่นั่งเงียบๆในห้องคนเดียวเลยแต่งเพลงนี้ไว้
ถือเป็นเพลงในความทรงจำ
และ ดนตรีเป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมาตลอดว่าสามารถเยียวยาจิตใจมนุษย์ได้
มันแสดงความเป็นตัวตนของเรา
หล่อเลี้ยงความรู้สึกที่หลากหลาย
และคงเป็นสิ่งเดียวที่คนเราไม่สามารถโกหกจิตใจเบื้องลึกของตัวเองได้ นักเขียน ก็ไม่ต่างกัน-


 








SHARE
Written in this book
𝙎𝙩𝙞𝙡𝙡 𝘼𝙡𝙞𝙫𝙚.
Just random short stories from my unforgettable memories- : The flowers will eventually turn into ash, but my life still goes on Like a daisy that used to bloom in the sunlight and barely see through the naked eyes at midnight 🥀
Writer
Hibernation
whether a dreamer or a realist
-If you can’t handle it, just accept it

Comments