you see my smile not my pain
คุณเห็นตอนที่ฉันยิ้ม ไม่ใช่ตอนที่ฉันเจ็บปวดฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้าเข้าไปทุกที ฉันพยายามที่จะทำให้ตัวเองสบายใจให้มากที่สุด ไม่เครียดกับอะไรทั้งนั้น แต่มันก้ยังรู้สึกหน่วงอยู่ตลอด

ฉันพยายามทำแบบทดสอบอยู่บ่อยๆ และผลที่ออกมาก็คือ ฉันมีอาการซึมเศร้าในระดับปานกลาง ฉันบอกกับตัวเองว่ามันอยู่ในระดับปานกลางยังไม่เป็นอะไรมาก ฉันเคยไปหาหมอเพราะฉันมีอาการปวดหัวบ่อย หมอก็ถามอาการปกติทั่วไป ฉันสายตาสั้น หมอเลยบอกว่าอาการปวดหัวของฉันคงเกิดจากการปวดกระบอกตาเพราะสายตาสั้น และให้ยามากิน ฉันเป็นคนไข้ที่แย่มาก ฉันไม่ได้กินยาตามที่หมอสั่งเลย

ฉันรู้สึกหน่วงไปทุกอย่าง ฉันพยายามจะยิ้มให้มัน พยายามทำในสิ่งที่ฉันทำแล้วมีความสุข แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย จนถึงวิธีนี้ เลือกที่จะเขียนระบายมันออกมา ฉันไม่เคยบอกเล่าเรื่องราวนี้กับใคร ไม่ว่าจะกับเพื่อนหรือแฟนหรือครอบครัว 
you know my name not my story

ฉันเป็นคนนึงที่มีปัญหาครอบครัว มองจากภายนอกฉันเหมือนคนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นแต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ความจริงคือ ฉันโตมาราวกับเด็กที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ทั้งที่ฉันมีพ่อและแม่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ไม่มีพี่น้อง และพ่อฉันก็เลี้ยงฉันเหมือนไข่ในหิน เขาสอนฉันทุกอย่าง เคี่ยวเข็ญให้ฉันทำนั่นนี่ เพื่อให้ฉันทำได้ ทำเป็น แต่บางอย่าง ฉันก็ไม่ได้อยากทำ ฉันรู้ว่ามันคือการบังคับฉัน เขาไม่ให้ฉันออกไปไหนมาไหน ไม่ให้ออกไปเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน เลิกเรียนก็ให้กลับบ้านทันที เขาให้เหตุผลกับฉันว่า เป็นห่วงมาก

เขาไม่ให้ฉันมีแฟน เขาให้เหตุผลว่า ผู้ชายที่เขามาเพื่อหลอกฟันเท่านั้น อันที่จริง เขาไม่อยากให้ฉันมีเพื่อนต่างเพศด้วยซ้ำ แต่โลกมันเปิดกว้าง เขาก็พยายามทำความเข้าใจว่านี่มันสหศึกษา แต่เขาก็บอกฉันเสมอว่า เป็นไปได้ก็ไม่ต้องมีเพื่อนต่างเพศ ถามว่าฉันทำตามหรือเปล่า ?
                                                  ไม่ ฉันไม่ได้ทำตาม 
เพราะสิ่งที่ฉันเจอมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เพื่อนๆทุกคนดีกับฉันมาก ทุกคนที่ฉันรู้จักเป็นคนดี ทุกคนที่ฉันรู้จักไม่ใช่แบบที่พ่อฉันคิด แต่ฉันพูดอะไรได้ล่ะ..
พ่อไม่เคยรับฟังเรื่องราวของฉัน ไม่สิ..
พ่อฟัง แต่ไม่เคยรับรู้ 
เขาฟังแล้วพอรู้สึกว่ามันขัดกับหลักการของเขา เขาก็จะบอกว่าอย่าทำแบบนี้แบบนั้นนะ ต้องทำอีกอย่างที่เขาอยากให้ฉันเป็น
ฉันไม่เคยเป็นแบบที่พ่ออยากให้ฉันเป็นเลยสักนิด ตอนนี้ฉันคิดว่าสิ่งที่เขาอยากให้ฉันเป็นมันคือการบังคับ เวลาฉันอยู่กับเขาฉันจะเป็นแบบนั้น แต่อยากให้รู้ไว้ว่ามันปลอมเปลือก

พ่อบอกว่า อย่าพึ่งมีแฟน ให้เรียนจบก่อน
คงผิดที่ฉันเอง ที่โตขึ้นในสังคมที่คนเขามีแฟนตอนเรียน
คงผิดที่ฉันเอง ที่โตขึ้นในสังคมที่มีคนคบกับแฟนจนเรียนจบ และประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
                                         มันคงเป็นความผิดฉันเอง
สุดท้าย ฉันก็มีแฟน แฟนที่คบกันจนถึง 4 ปี โดยที่ฉันก็เรียนจบม.ปลาย และขึ้นมหาลัยได้ 
เราคบกันแบบหลบซ่อน ฉันบอกแม่ฉันว่าฉันมีแฟนแล้ว แม่ฉันก็รับฟัง แต่.. เขาก็คิดเหมือนกันกับพ่อ เพียงแต่เขาไม่ได้บังคับฉันเหมือนที่พ่อทำ แต่แม่ก็พยายามพูดทุกอย่างให้ฉันเลิกกับแฟน
สุดท้าย เราก็เลิกกัน 

แต่ฉันก็ยังดื้อด้าน
และฉัน ก็มีแฟนใหม่ 
เราคบกันแบบหลบซ่อน ฉันก็บอกแม่ ว่าฉันคุยกับคนนี้อยู่ แต่ยังไม่ได้บอกว่าคบกันแล้ว เพราะแค่บอกว่ากำลังคุย แม่ก็พยายามพูดทุกอย่างให้ฉันไม่คบกัน ฉันเลยตัดสินใจกับตัวเอง ว่าจะไม่บอกเล่าเรื่องราวนี้กับใครทั้งนั้น 
ฉันบอกแฟนฉันเกี่ยวกับเรื่องที่เขาต้องรู้ ว่าเขาควรทำตัวแบบไหน อยู่ร่วมกับฉันยังไง 
ฉันรู้สึกเหมือน พาเขามาลำบากกับฉัน 
ฉันกลัว กลัวว่าเขาจะเบื่อ ที่คบอยู่กับผู้หญิงที่มีชีวิตเฮงซวยขนาดนี้

ฉันอิจฉา ฉันยอมรับและจะเลิกหลอกตัวเองสักที ฉันอิจฉาคนที่เขาทำได้ทุกอย่างที่เขาอยากทำ 
มีอิสระ เสรี มีแฟนและคบกับแบบเปิดเผยได้

ฉันมีปัญหามากมาย แต่ฉันบอกเลือกที่จะไม่บอกใครเลย 
ฉันไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไกลๆกับเพื่อนๆแบบพ่อแม่รับรู้
ฉันไม่เคยออกไปนั่งกินข้าวเย็นกับเพื่อนๆแบบพ่อแม่รับรู้
ฉันเคยออกไปดูหนังกับเพื่อนแบบบอกพ่อ แต่มันก็ยุ่งยากเหลือเกิน ไปกับใคร ไปกี่คน มีใครบ้าง กลับกี่โมง มีผู้ชายไหม ถ้ามีผู้ชาย มีกี่คน ฯลฯ
หรือมันคือคำถามที่พ่อแม่คนอื่นเขาถามกันหรอ 
พักหลังฉันจึงเลือกที่จะไม่บอก เวลาที่พ่อไปต่างจังหวัดฉันก็จะแอบไปแทน
ฉันเคยออกไปดูหนังกับแฟนแบบบอกแม่ (บอกพ่อด้วยไหมคงไม่ต้องถาม) หรือออกไปกินข้าวด้วยกัน พอกลับมาฉันก็จะโดนมองแรงพูดจาเหน็บแนมใส่ คงเพราะฉันกลับสองทุ่มด้วยมั้ง
                                                 ความผิดของฉันเองแหละ

พ่อแม่ฉันชอบพูดบ่อยๆว่า ดูลูกคนอื่นเขาทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมเป็นแบบนี้
ฉันก็อยากจะถามกลับเหมือนกันว่า ทำไมพ่อแม่คนอื่นถึงไม่เป็นแบบพ่อแม่ฉันบ้าง

จนวันนี้ ฉันได้ก้าวออกมาจากบ้าน ด้วยความหวังเดียวที่พ่อเคยพูดไว้ว่า 
พอฉันเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว พ่อจะไม่วุ่นวาย ไม่จู้จี้กับเราอีก
แต่พอถึงวันจริงๆ มันไม่เป็นอย่างนั้นเลย ไม่เลย

ฉันสิ้นหวังในชีวิตมาก
ทุกๆวันฉันคิดว่า ถ้าฉันตาย ก็ไม่มีอะไรให้เสียดาย
ฉันไม่ได้กลัวเกิดอุบัติเหตุ
แต่ฉันกลัวว่า พอเกิดแล้วฉันจะไม่ตาย ฉันจะแค่บาดเจ็บต้องให้คนอื่นมาดูแล
เป็นภาระ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 
มันเหมือนกับว่าฉันหลอกตัวเองให้มีความสุข 
ทุกครั้งที่นอนลงบนเตียง ฉันอยากจะจมอยู่ตรงนี้นานๆ 
อยากจะหลับไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริง
มีคนเคยบอกฉันว่า สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือความจริง 
ฉันปฏิเสธมันมาตลอดว่า ไม่จริง
แต่ตอนนี้ฉันยอมรับแล้ว
ฉันเหนื่อยและท้อ ไม่มีแรง อ่อนเพลีย อ่อนแรง 
ฉันไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความฝันอะไร
สิ่งที่ฉันคิดอยู่ทุกๆวันคือ เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นออกจากตรงนี้สักที

พ่อพูดว่า เมื่อถึงวันที่ฉันแต่งงาน วันนั้นแหละ ถึงจะปล่อยจริงๆ
ฉันไม่รู้ว่ายังเชื่อคำพูดของคนๆนั้นได้อีกไหม
แต่ถ้าเขาพูดจริง
ฉันเคยคิดนะว่า ฉันจะเลิกเรียนแล้วไปแต่งงานดีไหม
หรือทำให้ตัวเองท้องดี 55555
แต่ถ้าทำแบบนั้น แม่คงเสียใจมาก 
สิ่งที่ฉันทำได้คืออดทน
ฉันอยากให้ตัวเองมีความสุขกว่านี้ ฉันควรทำอะไร ทำยังไง ทำแบบไหน

ฉันลองอ่านวิธีแก้โรคซึมเศร้า 
เขาบอกว่า
ลองไปเที่ยว เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
ไปเปิดหูเปิดตา 
ฉันอยากทำแบบนั้น แต่ฉันทำไม่ได้
ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรเที่ยวคนเดียวแน่ๆ
แต่ฉันจะไปกับใครล่ะ 
คนที่ฉันอยากไปด้วยที่สุดตอนนี้คือแฟนฉัน
แต่คงเป็นไปไม่ได้ ขนาดไปกับเพื่อนยังไม่ได้
ถึงได้ ก็คงต้องโทรรายงานตลอดว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน
ฉันเข้าใจนะว่า เขาเป็นห่วง
แต่มันก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไม คนอื่นไม่เห็นต้องทำแบบฉันเลย

มันผิดไหม ที่ฉันรู้สึกว่าคนที่ฉันอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากในตอนนี้คือแฟนฉัน
มันฟังดูเนรคุณดีจัง

ฉันไม่เคยไปเที่ยวกับครอบครัวแล้วมีความสุขเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่ไป มักจะต้องทะเลาะกัน
และรอยยิ้มที่เกิดขึ้นตอนนั้นๆ มันก็จอมปลอมเหลือเกิน
ฝันที่ฉันจะพาครอบครัวไปเที่ยว คือการที่ฉันพาแม่ไปในที่ที่แม่อยากไป ไปกับแม่ แค่กับแม่

ฉันไม่เคยเล่าปัญหาของฉันให้ใครฟัง
ฉันคิดว่า เขาไม่เข้าใจฉันหรอก
ไม่มีใครเข้าใจฉัน
และเขาอาจจะมองว่าเรื่องนี้มันคือเรื่องที่ไร้สาระ 
เรื่องแค่นี้ก็เก็บเอามาคิด
ทำไมฉันถึงไร้สาระขนาดนี้
คงน่าสมเพชน่าดู ว่าไหม?
ฉันกลัวถึงขั้นไม่กล้าจะไปหาหมอด้วยซ้ำ

                                                                                                พูดกับฉันได้นะ :)



SHARE
Writer
Ami_Deni
student
everything in life.

Comments