P a s s p o r t


ทุกครั้งที่คิดถึงการเดินทาง เราจะหยิบพาสปอร์ตออกมาดู เวลาสบตากับตราประทับของแต่ละประเทศที่เคยไป เหมือนความทรงจำเหล่านั้นมีชีวิต ออกมากระโดดโลดเต้นเต็มพื้นที่ในสมองและหัวใจของเรา หลายคนอาจคิดว่าไม่จริง เว่อร์เกินไป แต่ถ้าได้เสพติดการเดินทาง หลงใหลพื้นที่ห่างไกล มีความสุขกับการเห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ จะมีอาการแบบเรา พอต้องอยู่นิ่งๆนานๆก็เริ่มจะทนไม่ไหว ไม่มีทางรักษา บำบัดได้ด้วยการเก็บกระเป๋าและก้าวเท้าออกเดินทางเท่านั้น

เราไม่ได้เดินทางไกลๆ กับพี่พาสปอร์ตนานแล้ว แต่เรายังจำได้ดีวันแรกที่เราก้าวขาออกนอกประเทศหลายปีก่อน ตม.ประเทศจีน พ่นคำถามใส่เรา ที่เราตอบแทบไม่ได้ ฟังไม่ทัน ถึงขั้นฟังไม่ออก ได้แต่แสยะยิ้มสยามอย่างแหยที่สุดในชีวิตไปให้ ก่อนที่ลุง ตม.จะโยนพาสปอร์ตคืนให้เรา ที่จริงน่าจะบอกว่า 'เขวี้ยงพาสปอร์ต' น่าจะเหมาะกว่า นั่นเป็นคัลเจอร์อันแรกที่ทำเราประทับใจเมืองจีนถึงขีดสุดรองจากการพ่นเสมหะผ่านหน้าตอนที่กำลังดูดชานมไข่มุกยี่ห้อเดวิดสุดอร่อย แต่ตราประทับและวีซ่าของจีน ช่วงเวลาดีๆหลายสัปดาห์ที่หนานหนิง ทำให้เราหลงใหลการเดินทาง จนยากที่จะถอนตัว

เราพบเจอคนใจดีหลายคนที่นั่น พี่แหวน(จ้าวโชเหวิน) คนจีนที่น่ารักที่สุดในโลก เหมียวเหล่าซือที่เดินมารับที่หอไปส่งที่ฝึกงานทุกวัน ยิ้มเหล่าซือที่ถ่ายทอดความรู้การดูแลคนไข้แบบไชนีส แทรดดิชั่นนอล เมดดิซีนให้อย่างเต็มใจและมีรอยยิ้มบนใบหน้าตลอดเวลา โดยเฉพาะชั่วโมงคัลเจอรัลทัวร์ตลาดนี่เราชอบเป็นพิเศษ อาหยี หน่ายนาย(ป้า ยาย) ผู้ป่วยน่ารักเหล่านั้นที่นอกจากจะรำวงวันลอยกระทงด้วยกันแล้วยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างด้าวแบบเราดูแล หลงเหล่าซือ ที่พาไปเที่ยวจนถึงชายแดนเวียตนาม ครั้งแรกกับการเดินทางเลียบหน้าผา เหยียบน้องหมาที่น่าสงสารโดยไม่สามารถจอดรถลงไปดูได้ และอื่นๆอีกมากมายที่ยังอยู่ในสมองส่วนแฮปปี้เนสออฟเจอนี่

Happiness of Journey (สมองส่วนความสุขจากการเดินทาง) นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสมองส่วนนี้คือเราเอง
เมื่อเริ่มเสพติดการเดินทางก็จะมีอาการอยากก้าวขาออกไปมองโลกต่อไปเรื่อยๆ ภายในของสมุดเล่มสีน้ำตาลเลือดหมูหน้าปกชื่อ'หนังสือเดินทางประเทศไทย' ของเรามีตราประทับหมึกต่างสีของลาว พม่า เวียตนาม(3ครั้ง) ครั้งล่าสุดก่อนโบกมือลาจากอาชีพ ไปแบกเป้จากใต้ไปเหนือ กัมพูชา ฮ่องกง เกาหลี อินเดีย ญี่ปุ่น(2ครั้ง) แถบคันไซและเกาะโอกินาวา ไต้หวัน
มาเลเซีย ลาว ลัตเวีย สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส โปแลนด์ และกำลังวางแผนหลังจบ gap year วันที่1 มกราคม ปี 2020 จะไปหย่อนตัวเองอีกสักที่ เราแอบเล็งประเทศเก่าแก่ประเทศหนึ่งไว้ ที่วันคริสมาสต์ จัดวันที่ 7 มกราคมและเฉลิมฉลองกันยาวนาน ขอให้ได้ไปด้วยเถอะ ก่อนจะกลับไปทำงานยาวๆ อย่างมีความสุข แม้เงินในกระเป๋าจะร่อยหรอลง แต่มันก็คุ้มและไม่เคยเสียใจที่ลงมือทำ

ทุกประเทศ ทุกเมือง ทุกหมู่บ้าน มอบความทรงจำที่มีค่ามากกว่าเงินที่จ่ายไป การเรียนรู้จากการเดินออกจากเขตอบอุ่นปลอดภัยของตัวเอง กล้าใช้ชีวิตบนโลกใบกลมๆกว้างใหญ่ใบนี้ การเติบโตทางความคิดและการมองชีวิต คำนวณค่าเป็นเงินไม่ได้

เรากล้าบอกว่า เราเรียนรู้ความแตกต่างของชีวิต พอใจในสิ่งที่ตนมี และเราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาเป็นเรา จากการเดินทาง ทุกครั้งที่ออกไป ยิ่งไกลเรายิ่งรู้จักตัวเอง ยิ่งไม่สะดวกสบายเรายิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น ยิ่งเจอผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติ เรายิ่งเข้าใจและเคารพความแตกต่างของคน ยิ่งมีปัญหาเรายิ่งรู้วิธีที่จะแก้ไขและยอมรับกับผลที่ตามมาได้ดีขึ้น

มีสองสามอย่างที่เราทำเพื่อตัวเองโดยไม่เคยเสียดายเงินที่จ่ายไป คือ เรียนภาษา(เอาไว้เดินทาง) เดินทาง(เอาไว้เรียนรู้โลก) ซื้อหนังสือ(เอาไว้หาข้อมูลเดินทางและให้อาหารสมอง)

ประโยคที่เราชอบ มาจากคำกล่าวขององค์ดาไลลามะที่ว่า

 'ให้เดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไปอย่างน้อยปีละครั้ง ส่วนเราชอบเติมเองในใจว่า (2ครั้ง,3ครั้ง,4ครั้ง, หลายๆครั้ง, หรือทุกครั้งที่มีโอกาส'

ยิ่งหลังจากการใช้เวลา8เดือนที่สวีเดน เรียนรู้สิ่งใหม่ๆในทุกๆวัน และกลับจากแบกเป้ไปเที่ยว โยเฉพาะค่ายกักกัน Auschwitz ที่โปแลนด์ หนึ่งใน Bucket list ของเรา ที่ก่อนตายอยากจะไปเห็นสักครั้ง เรารู้เลยต่อให้อ่านหนังสือมากแค่ไหน หนังสือยิว นาซี สงครามโลกที่เคยอ่าน ก็ไม่เท่ากับการออกไปเจอสถานที่จริง เรียนรู้จริงๆ ลงมือทำเอง ไปเห็นด้วยตาตัวเอง หนังสือให้ความรู้เป็นพื้นฐานนั่นแน่นอนอยู่แล้ว แต่โลกและผู้คนที่อยู่บนโลก ในที่ที่เราไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัส ก็สอนอะไรเราหลายอย่าง

ขอบคุณแม่ที่ไม่เคยห้ามในทุกการตัดสินใจของเรา แม้จะไม่ได้ร่ำรวยใช้เงินได้มือเติบแบบไม่ต้องคิดหน้าพะวงหลัง แต่การออกไปใช้ชีวิตโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น แม่ก็ปล่อยให้เราทำ หนูทำตามสัญญาแน่ๆ ปี 2020 หนูจะกลับ แต่พอดีประกันรายปีที่ซื้อมา อยู่ต่อได้นิดหน่อย ในประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า และหนูอยากไปเห็นมากๆ ขอเลื่อนจากเจอกันวันปีใหม่ เป็นอีกสัก2วีค นะแม่นะ!

ปล. ปีนี้ทุกครั้งที่แบกเป้ ไม่มีการปั๊มพาสปอร์ตเลย ไม่แม้แต่จะเรียกดู 
SHARE
Written in this book
มุมมองเห็น
มุมมองที่เห็นจากการแบกเป้เดินทาง มักเลาะไปเรื่อย มองเห็นผ่านตา รับรู้ผ่านใจ สัมผัสจากความรู้สึก ของมักเกิ้ลตัวเล็กๆ ที่พยายามใช้ชีวิตในโลกใบนี้
Writer
LiteMuggle
Little muggle in the big world
ชอบอ่าน เดินทาง วิ่งเล่นในความทรงจำ

Comments