โลกเรียบง่าย,
1
เราคิดเสมอว่าโลกใบนี้ มันเรียบง่าย ไม่ว่าใครก็มีความสุขได้ และคนเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
หากเราอยากจะทำ

เราเอง,คนที่คนอาจมองว่าเรื่อยเปื่อย ไหลไปเรื่อย มองโลกในแง่ดีเกินไป โลกของแกจะสวยไปไหน? ขนาดโดนเอาเปรียบบ้าง(ธรรมดาชีวิต) ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ยอมๆ ให้มันจบๆไป ไม่ชอบความขัดแย้ง มีชีวิตแบบตัวกีกี้ในโลกไอ้มดแดง

2
ถ้าเราไม่ฟังเสียง หัวใจและสมองของตัวเองในวันนั้น วันที่เรารู้สึกว่าโลกไม่น่าอยู่ วันที่เสียงนาฬิกาปลุกตอน5ทุ่มดังขึ้น เพื่อไปขึ้นเวรดึก วันที่เราอยากหลับตาอยู่บนเตียงนานๆ และปล่อยทุกอย่างให้หยุดนิ่ง ช่วงวันหยุดที่แพลนจะเดินทางต้องพับเก็บ เพราะหมดแรง เหนื่อยล้า อยู่ที่ทำงานมีพลังนะและทำได้ตามหน้าที่ไม่ให้บอกพร่องเดือดร้อนคนอื่นให้น้อยที่สุด เราคนนี้จะยังมองโลกในแง่เรียบง่ายอยู่ไหม เพราะแค่อยากจะนอนให้หลับ เรื่องปกติง่ายๆของชีวิตคนทุกคน เรายังทำไม่ได้

3
ยานอนหลับเม็ดแรกที่กินยังข่มตาเราไม่ลง และนั่นคือเม็ดเดียวที่เราอนุญาตให้กลิ้งผ่านลงกระเพาะ เพราะอยากให้ยาช่วยออกฤทธิ์ ข่มตาและสมองรวมทั้งหัวใจ ให้หลับสักที พักสักทีได้ไหม เกือบ3วันเต็มๆ ที่เรานอนอึนมองเพดานในวันที่เป็นเวร offอันล้ำค่า ที่ควรใช้ไปให้คุ้มค่ากว่านี้ วันที่ผ่านไปโดยที่ไม่สามารถลุกทำสิ่งที่ชอบได้และไม่อยากทำ

4
จนมือเลื่อนไปเจอรายการหนึ่ง ฟังเสียงและดูสิ่งที่เขากำลังทำเหมือนความสุขแผ่ออกมาจากตัวเขา และวินาทีนั้นเราบอกกับตัวเองว่า ต้องลุกแล้ว! ต้องมีความสุขแบบคนนี้ให้ได้ และค้นให้เจอว่าอะไร คือสิ่งที่ทำให้เรา คนร่าเริง ยิ้มไปเรื่อย แบกเป้ไปนู่นนี่นั่น อ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังได้แรงบันดาลใจดีๆทุกครั้งที่จบเล่ม และอีกสารพัดอย่างที่ชอบทำ ทำไมถึงไม่อยากทำแล้ว แม้แต่การเดินทาง สิ่งที่ชอบที่สุด ก็ดึงความสนใจเราไม่ได้ ไม่มีที่ไหนที่เราอยากไป

5
เราหยิบปากกากับกระดาษ มาเขียนสิ่งที่ไม่ชอบและอยากเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ สิ่งที่อาจทำให้เรามีความสุขขึ้น
บรรทัดแรกเรายังจำได้ดี คือ อยากนอนกลางคืน อยากอ่านหนังสือก่อนนอนตอน3ทุ่มทุกวัน,อ่านหนังสือตอนตื่นก่อนเริ่มต้นใช้ชีวิตวันนั้นๆเหมือนก่อนทำงาน และพยายามคิดต่ออีกว่ามีอะไรอีกไหม ที่ถ้าทำอาจทำให้มีความสุขมากขึ้น ชีวิตและมุมมองต่อโลกกลับมาเป็นคนเดิมเหมือนเดิม แบบที่ไม่ต้องพยายามยิ้ม แต่เป็นความสุขและยิ้มที่ออกมาจากข้างใน คนที่ยิ้มไปถึงดวงตาต่อให้ปิดปาก ดวงตาก็ยังสุขและยิ้ม ที่มีคนเคยบอกไว้

6

คำตอบคือการ เดินทางและออกไปเจอโลกใหม่ๆ เราตัดสินใจในวันนั้น ไปลาออก โดยที่มีโจทย์แค่ว่า 'อยากนอนตอนกลางคืนและเจอโลกใบใหม่ๆ' และเราก็ทำตามนั้นเลย ย้ายแผนก เก็บชั่วโมงดูแลเด็กโต ลาออก ไปแบกเป้ 1 เดือนเต็มๆที่เวียดนามและกัมพูชา เป็นพยาบาลพาร์ทไทม์ระหว่างทำเรื่องออกมามองโลก โดยให้เวลาตัวเอง 1ปี เหมือนเป็น gap year และโครงการที่ถูกที่สุดและน่าจะเหมาะที่สุด ที่เราเลือกคือ Aupair

7
ด้วยอายุที่มากแล้ว ประเทศที่อยากออกไปมอง มีแบบจำกัด ให้เลือกแค่ 2ประเทศ นอกนั้นอายุเกินหมด เหลือ สวีเดนและเนเธอแลนด์ เราเคยอยากไปล่าแสงเหนือ ด้วยตาเนื้อตัวเอง เลยตัดสินใจเลือกสวีเดน และต้องเป็นสต็อกโฮล์มเท่านั้น เพื่อการเดินทางไปนู่นนี่นั่นได้ง่ายๆ และเราก็ทำตามนั้น ตามที่ใจและสมองเราบอก

8
ตอนนี้ผ่านไป7เดือน เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน นอน7-9 ชั่วโมง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอขึ้น ทำกับข้าวกินเอง มีเพื่อนเพิ่มอีกหลายคน ทั้งเพื่อนใหม่ และเพื่อนเก่าที่สนิทกันมากขึ้น รับสายใครที่คิดถึงเราได้ตลอด ทักคนนู้นคนนี้ จนกลัวว่าอาจรำคาญ ก็เราคิดถึง อย่าถือสาเรานะ คุยกับแม่อ่านไลน์ตอบได้ทันที ได้เดินทางแบกเป้แม้จะแค่ไม่กี่วัน ไม่รู้สึกเศร้าที่ทริปเที่ยวจะจบลง แล้วต้องกลับมาสู้กับโลกของวัยทำงานต่อ และ "ไม่ป่วยเลยสักวัน" ตั้งแต่มา

9
แม้เงินในบัญชี จะร่อยหรอลง ถ้าเทียบกับความสุขและชีวิตที่เป็นชีวิตแบบที่เราอยากเป็น ซื้อเวลาว่างให้ชีวิตในเวลา1ปี สร้างความทรงจำในวัยที่ก้าวเข้าเลขนำหน้าอายุเป็น3 ส่งท้ายช่วงวัยรุ่นตอนปลาย Turning 30แบบสนุกๆ พร้อมกลับไปลุยกับชีวิตใหม่หรือชีวิตเดิม สำหรับเราก็คุ้มนะ

10
สิ่งหนึ่งที่เราบอกตัวเองเสมอ ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ที่ไหน ตัดสินใจอะไร เราจะไม่ทำให้แม่เดือดร้อน จะลาออก ไม่มีงานทำไม่มีเงินเดือน คำที่บอกตัวเองว่าจะไม่ขอเงินแม่ใช้เลย ในทุกๆเรื่องที่ทำ ตั้งแต่เรียนจบจนถึงตอนนี้ เรายังทำได้อยู่ และเราจะส่งเงินให้แม่ ทุกเดือนเป็นค่าน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจแม่ ว่าลูกยังสบายดี แม่ไม่ต้องห่วง แต่กลับไป ขอสัก100ได้ไหมแม่

11
หลัง3วันแห่งความอึน โลกยากๆในสามวันของเรา ก็จบลง แม้จะมีผลพวงของการสะดุ้งตื่นกลางดึก แบบที่ร่างกายยังจดจำ แต่เกือบสองปีแล้ว ที่ไม่ได้ขึ้นเวรดึก ร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว หลับง่าย นอนไหนก็ได้ เปิดไฟปิดไฟเสียงดังเสียงเบา กินง่ายไม่มีภูมิแพ้มากำเริบให้รำคาญ แต่โลกยากๆ สอนเราว่า

'ทุกคนมีโลกยากยาก ยากสาหัส ยากฉิบหาย' เป็นของตัวเองให้ปีนป่ายข้ามไป พอข้ามได้ ก็จะมีโลกยาก ภูเขาปัญหามาขวางกั้นอีก เราเพิ่งนึกสิ่งนี้ได้ ตอนเดินที่จุงเฟรา ว่าโลกยากที่ผ่านมาในชีวิตเรียบๆของเรา มันก็ท้าทายดี แค่ทำให้เหมือนการเทรก อยู่กับปัจจุบัน
แก้,ก้าวข้าม,ยอมรับ และไปต่อ

12
เหมือนที่เรา อยากนอนกลางคืน แต่อาชีพให้ไม่ได้
ก็แค่ลาออก เหตุผล คือ แค่มานอนจริงๆ เราก็ได้โลกสุขเรียบง่ายของเรากลับมา

13
และเราพร้อมแล้ว ที่จะกลับไปปีหน้า ต่อให้เจอโลกยากอีก
เราก็แค่แก้และก้าวต่อ เหมือนที่เราทำตอนนี้ แค่นั้น ทำได้แน่
ไม่ต้องกลัว แต่ตอนนี้ไม่รู้จะเปิดเส้นเด็กพรีมี่ได้ไหม

14
ทุกอย่างที่จุงเฟราสวย,ก็คนมามองมีความสุข,ไม่ได้มาเพราะอยากเจอความสุข และไม่เศร้าที่ต้องเสียความสุขไปเมื่อรถไฟพากลับลงมา

15
ในรูปคือชายคนหนึ่งมาวิ่งเทรล,ไว้มีโอกาสเราจะพาคนข้างๆของเรามา แต่ตอนนี้ซ้อมวิ่งต่อไม่รอแล้วนะ เผื่อได้มากับเงาและอากาศ
SHARE
Written in this book
มุมมองเห็น
มุมมองที่เห็นจากการแบกเป้เดินทาง มักเลาะไปเรื่อย มองเห็นผ่านตา รับรู้ผ่านใจ สัมผัสจากความรู้สึก ของมักเกิ้ลตัวเล็กๆ ที่พยายามใช้ชีวิตในโลกใบนี้
Writer
LiteMuggle
Little muggle in the big world
ชอบอ่าน เดินทาง วิ่งเล่นในความทรงจำ

Comments

iamatraveller
3 months ago
เราอยากมี gap year แบบที่สามารถใช้ชีวิตในทุกๆวันทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องมาวางแผนไว้ สุดท้ายก็ล่มแผนตัวเอง เพราะคำว่ามีงานด่วน งานสำคัญ บางทีก็ทำให้เรานอยด์มากๆ
Reply
LiteMuggle
3 months ago
เราให้เวลาตัวเอง1ปีค่ะ กลับมาดูแลสุขภาพ กินข้าวออกกำลัง เดินทาง ทำงานนิดหน่อย 5hr/วัน และดูเงินในบัญชีที่ค่อยๆ ลดลงค่ะ เป็นความรู้สึกสบายๆดี แต่ปีหน้าก็กลับไปลุยต่อแล้วค่ะ แต่ก่อนจะกล้าก็คิดประมาณ3วันเต็มๆค่ะ พอได้แล้ว ก็ไปลาออกเลย 😁