โอเลี้ยง
เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ ฉันกับพี่กิ่งเคยสนิทสนมกับเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อว่าอุ๋ง ที่บ้านของอุ๋งเลี้ยงแมวอยู่หลายตัวมาก วิธีการเลี้ยงของอุ๋งคือการเลี้ยงระบบเปิด คือไม่ได้ขังแมวไว้ในบ้าน แมวทุกตัวจะเดินเข้าเดินออกบ้านอยู่ตลอดเวลา วันดีคืนดีก็ถูกรถชนตาย มีอยู่ตัวหนึ่งถูกอุ๋งขับรถทับเองเลย (อุ๋งร้องไห้หนักมาก จนยายของอุ๋งบอกว่า แค่แมวตายไปหนึ่งตัวยังทำใจไม่ได้ แล้วชีวิตจะเดินต่อไปได้อย่างไร วันข้างหน้า มีเรื่องที่หนักหนากว่าแมวตายไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า ฉันยังจำคำสอน ของยายได้มาถึงทุกวันนี้) แมวบางตัวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย หรือบางตัวก็กลับมาพร้อมกับลูกหลานชุดใหม่ ดูเป็นเรื่องปกติและจำเจที่ฉันกับพี่กิ่งเห็นจนชินตา

แต่พอเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับบ้านของเราจริงๆ แล้ว มันกลับไม่ชิน ไม่จำเจเอาเสียเลย โอริโอ้ตายไปตั้งแต่ลืมตาได้ไม่กี่วัน เราเสียใจกันไม่นาน ก็พอจะทำใจได้ แต่สำหรับเจ้าโอเลี้ยง แมวท้องขาวใส่สูทสีดำของเราหายไป ทั้งฉัน พี่กิ่ง และแม่ ต่างก็ทำใจไม่ได้ เรียกว่านอนไม่หลับไปตามๆ กัน สงสารก็สงสาร เป็นห่วงก็เป็นห่วง ไม่รู้ว่าโอเลี้ยงจะหากินเองเป็นไหม จะถูกหมาใหญ่ไล่กัดหรือเปล่า ปกติบ้านของฉันจะปล่อยแมวสามแม่ลูกออกไปเที่ยวเล่นตอนกลางวัน และเอากลับมาขังไว้ให้นอนในบ้านตอนกลางคืน แต่อยู่มาวันหนึ่ง โอเลี้ยงก็ไม่กลับมา ก่อนที่แม่เหมียวจะมีลูก นางก็เคยหายไปจากบ้านสองวัน แล้วนางก็กลับมาร้องเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน พวกเรายังนึกชมนาง ว่านางเก่งนะ จำทางกลับบ้านได้ นางเคยเป็นแมวจรมาก่อน เลยเอาตัวรอดได้ แต่สำหรับโอเลี้ยง แมวเด็กที่ไม่เคยไปไกลจากบริเวณรั้วหน้าบ้าน คงจะกลับบ้านไม่ถูก ต่อไปนี้ฉันคงไม่ต้องไปแย่งซื้อโครงไก่สับหน้าปากซอยอีกแล้ว ปกติโอเลี้ยงจะเป็นตัวแทนของแม่เหมียวกับโอโม่ มาร้องเรียกขอกินโครงไก่สับทุกวัน จากนี้ไป คงไม่ได้ยินเสียงแง๊วๆ นั้นอีกแล้ว

ฉันติดตามเพจหมาแมวในเฟซบุ้กอยู่หลายเพจ ก็อ่านเจอวิธีการเรียกแมวกลับบ้าน ก็มีอยู่หลายวิธีมาก แต่ที่จำได้แม่นยำ มีอยู่สองวิธี คือ การเอาหม้อคลุมหัว แล้วเดินเรียกชื่อแมวไปตามหมู่บ้าน กับการไปกระซิบบอกแมวจรว่า

“ไปตามหาโอเลี้ยงให้ที บอกว่าแม่เป็นห่วงมาก กลับบ้านได้แล้ว”

เพราะแมวจรเป็นแมวที่เก่งเรื่องการเดินทางและการเอาตัวรอด พวกนางน่าจะรู้จักแมวทุกตัวในหมู่บ้านและพาแมวหลงทางกลับบ้านได้ แน่นอนว่าวิธีการนี้น่าสนใจกว่าการเอาหม้อคลุมหัวแล้วไปเดินเรียกชื่อแมว แต่อันที่จริงพวกเราก็ไปเดินเรียกชื่อโอเลี้ยงทั่วหมู่บ้านแล้วล่ะ แต่ไม่ได้เอาหม้อคลุมหัวไปเท่านั้นเอง

เวลาผ่านไปหลายเดือน โอเลี้ยงก็ไม่กลับมา จนทุกคนในบ้านเริ่มหมดหวัง ได้แต่ภาวนากันว่า หากนางยังมีชีวิต ขอให้นางเอาตัวรอดได้ แต่หากนางตายไปแล้ว ก็ขอให้นางไปเกิดเป็นคน ไปเกิดในภพภูมิที่ดี อย่าห่วงแม่เหมียวกับน้องโอโม่เลย พวกนางไม่รู้เรื่องหรอก ว่าโอเลี้ยงไม่อยู่แล้ว และทุกวันนี้ น้องโอโม่ที่เคยรอกินอย่างเดียว นางเริ่มมาร้องหน้าประตูบ้านขอปลาทอด ขอโครงไก่สับแทนพี่โอเลี้ยงเป็นแล้วนะ

นี่แหละหนา สิ่งที่สัตว์ทำได้ แต่คนเราทำไม่ได้ คือการลืมคนสำคัญในชีวิตไปได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่คนเรานั้น ต่อให้สิบปีผ่านไป ก็ไม่ทำให้กล่องความทรงจำของเราสั่นสะเทือนไปเลยแม้แต่น้อย

และจากการที่โอเลี้ยงหายไป มันทำให้ฉันสำนึกขึ้นมาได้ว่า นี่ขนาดสัตว์เลี้ยงที่เรารักหายไป เรายังรู้สึกเป็นห่วง เป็นกังวลและคิดถึงขนาดนี้ แล้วถ้าคนที่เรารักหายไปสักคน เราจะเสียใจขนาดไหน

SHARE
Written in this book
บันไดแก้ว
ชีิวิตจริง อิงนิยาย สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ของแก้วกับนายดิน

Comments