Drink some beers with 90's person
      นึกถึงสมัยที่ยังขอเพลงจากวิทยุสิ กว่าจะได้เนื้อเพลงๆนึง ต้องโทรไปขอให้วิทยุเปิดแล้วมานั่งอัดไว้ฟังบ้าง ขอเพลงให้คนที่แอบชอบบ้าง บางคลื่นก็ไม่เปิดให้ การรอคอยของเรามันอาจจะเริ่มจากตรงนั้นหรือเปล่านะ
    
      เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากแค่ไหน เราแก่ขึ้นหรือเปล่า? อันที่จริงแก่ไม่แก่นี่น่าจะขึ้นอยู่กับอายุหรือเปล่า แต่สำหรับเรามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ 
    ................................   นึกๆอะไรแบบนี้ได้ก็ยกจิบสักหน่อยละกัน ......................
เรานั่งมองเด็กหนุ่มสาวเดินจับมือกัน นั่งเล่นหยอกเย้ากันก็มานึกอิจฉา 
"ไม่ไหวเลยว่ะ" ฉันพูดกับชายที่นั่งอยู่ข้างฉัน 
"อิจฉาล่ะสิ ตอนเราอายุเท่านี้ ทำอะไรอยู่วะ " ชายหนุ่มถามแล้วมองมาที่ฉัน

"ก็คงตื่นเต้นกับการที่มีอินเตอร์เน็ตที่บ้านใช้ล่ะมั้ง อินเตอร์เน็ตคืออะไร มันคือตัวแปรหลักๆเลยนะที่ทำให้เราก้าวกระโดดแบบนี้  แกจำได้มั้ยกว่าเราจะได้คุยกับเพื่อนอ่ะ ต้องไปหามันที่บ้าน จะอ่านนั่นอ่านนี่ก็ต้องไปห้องสมุด ยิ่งเรื่องแอบชอบน่ะหรอ ลืมไปได้เลยแค่เขาเดินมาใกล้ๆ เราก็หาที่หลบเขินละ" 
"เหมือนกันตอนนั้นก็คงอยู่ร้านเกมส์่ละมั้ง 555"

 "ฉันได้โทรศัพท์เครื่องแรกตอนอยู่ ป.6 ตอนนั้นคือเป็นยี่ห้อโนเกีย จอสีฟ้าเลย โคตรตื่นเต้นเลยที่จะมีโทรศัพท์โทรให้แม่มารับตอนเลิกเรียน ไม่ต้องไปต่อแถวใช้ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ ฉันรู้สึกแบบ pround มากที่จะได้ขูดบัตรเติมเงินอ่ะแก" ฉันนึกย้อนไปในสมัยวัยประถม

ชายหนุ่มหัวเราะละพูดต่อ "นั่นสิ เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นเทคโนโลยีของเราเลยเนอะ กว่าจะโทรหาใครได้ต้องจำเบอร์ให้ได้ด้วยนะ ถ้าจำไม่ได้ ก็ต้องจดเบอร์ ถึงมีสมุดเบอร์โทรไง ไม่ได้หาง่ายๆเหมือนตอนนี้นะ เอาจริงๆถามว่าตอนนี้จำเบอร์ในมือถือถึง 10 เบอร์มั้ย บอกตรงๆเลยว่าเราจำไม่ถึงนะ 555 "

"อะไรอีกล่ะ แกเคยเขียนจดหมายป่ะ 555 พูดละก็แก่อ่ะ ฉันอยากรู้ว่าส่งไปรษณีย์มันเป็นยังไง ก็เลยเขียนจดหมายหาเพื่อนที่อยู่ในห้องเดียวกันนั่นแหละ อยากรู้ว่าตอนที่เขาได้รับอ่ะ ฟีลมันเป็นยังไง แล้วเวลาที่เราได้รับอ่ะ เวลาที่เรามานั่งแกะซอง ละนั่งอ่านข้อความในนั้นอ่ะ มันเป็นแบบไหน "

"แล้วมันเป็นแบบไหนล่ะ"

"ก็เพื่อนอยู่ในห้องเดียวกัน เล่นด้วยกัน เรียนด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน แต่ตอนที่มันเขียนจดหมายมาอ่ะ เหมือนเป็นคนละคนกันเลย แบบเขียนเรื่องที่ไม่เคยพูด ความรู้สึกมันคนละฟีลกันจริงๆนะ"

"น่ะๆ เด็กแก่แดดอ่ะเรา"

"เฮ้ยย เพื่อนผู้หญิงนี่แหละ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเว้ย"

"ก็นั่นแหละน๊าา เราทุกคนก็คงเคยมีความรู้สึกที่ตกหลุมรักผ่านตัวอักษรกันทั้งนั้นแหละมั้ง"
เขาพูดแล้วหันมาสบตาฉัน  ..........ยิ้ม.......... :) แล้วพูดต่อ

"ดีขึ้นมาอีกนิด ก็คงจะเป็น MSN แหละมั้ง อยู่ในห้องเดียวกันแท้ๆ มีอะไรทำไมไม่พูดกัน มาออนเอ็มมาคุยกันในเอ็ม 555 "

"ไม่เคยอ่ะดิ รอเพื่อน รอใครบางคนมาออน แล้วก็จะขึ้นจุดสีเขียวๆอ่ะ แต่ถ้าเขาออนแล้วขึ้นจุด
สีแดงอ่ะ โคตรเศร้า"

"เคยดิ เปลี่ยนดิสเพลย์ มีแคปชั่นใต้ชื่อ"

"ถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีอ่ะ ฉันก็ยังตกหลุมรักคนผ่านตัวหนังสืออยู่นะ 555 ทำไมอ่ะ ทำไมเราถึงเขียนถึงพิมพ์อะไรๆแบบนั้นไปวะ"

"เพราะมันไม่เห็นหน้าไง ความรู้สึกหรืออะไรบางอย่างที่มันไม่กล้าพูดตอนอยู่ต่อหน้าอ่ะ ก็จะมาถ่ายทอดผ่านการเขียน แสดงความรู้สึกผ่านตัวอักษร แล้วพอมาเจอหน้ากันจริงๆในวันรุ่งขึ้น ก็ไม่กล้าคุยกันอยู่ดี เก็บความรู้สึกมาคุยกันผ่าน MSN ไง แล้วบางทีไม่ใช่จะได้คุยกันทุกวัน ทุกเวลาเหมือนตอนนี้นะ กว่าจะต่อเน็ตได้บางทีก็สัญญาณล่ม เล่นไม่ได้ แล้วแต่ดวงด้วย นี่แหละเสน่ห์ของมัน"

"นั่นสิ ไม่ใช่อยากคุยก็ได้คุยนะ 555 นึกถึงสมัยที่ยังขอเพลงจากวิทยุสิ กว่าจะได้เนื้อเพลงๆนึง ต้องโทรไปขอให้วิทยุเปิดแล้วมานั่งอัดไว้ฟังบ้าง ขอเพลงให้คนที่แอบชอบบ้าง บางคลื่นก็ไม่เปิดให้ การรอคอยของเรามันอาจจะเริ่มจากตรงนั้นหรือเปล่านะ"

"เพราะทุกอย่างมันไม่ได้สั่งได้ดั่งใจเหมือนตอนนี้ไง อะไรก็รวดเร็วไปหมด การรอคอยของเด็กหนุ่มสาว 5 นาทีก็นานแล้วแหละ โลกมันหมุนเร็วขึ้นหรือว่ายังไงนะ จากเราที่ไม่รู้อะไรเลยในวันนั้นพอมองกลับไปกี่ที ก็เหมือนผ่านอะไรมาเยอะนะ คงเป็นเพราะเราอยู่ในยุคสมัยที่มันคาบเกี่ยวและทับซ้อนกันล่ะมั้ง ถึงได้เห็นการดำเนินไปของชีวิตที่ทั้งช้าและเร็วแบบนี้" เขาพูดแล้วก็ยกเบียร์ขึ้นจิบ

ฉันยิ้มและเงียบ เข้าใจคำพูดของเขาจากความเงียบนั้น ^^




 

SHARE
Written in this book
Tell some think
Writer
Redclover
business
Just a woman who love to sing a song and write a poem นึกๆ อะไรได้ก็เขียน ^^

Comments