วันเกิด
25 กรกฎาคม 62
วันนี้ฉันอายุ 30 ปี 
อายุ 30 ปีในความหมายของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สำหรับฉันรู้สึกเหมือนเดินมาครึ่งทางของชีวิตแล้ว ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นครึ่งทางของการใช้ชีวิต
สามสิบปีเป็นเวลาที่พอเหมาะกับการเรียนรู้ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็อิดหนากับโลกใบนี้มากพอสมควร
น่าจะเพราะไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เป็นชุดความคิดของคนโสด หากมีครอบครัวแล้วก็คงมีชุดความคิดอีกแบบหนึ่ง เหตุการณ์ที่เราพบเจอในทุกวัน ทำให้ความคิดหล่อหลอมจนเราเป็นเราได้ในทุกวันนี้

แต่หากมีครอบครัว ฉันก็คงมีชุดความคิดอีกแบบ อย่างน้อย ก็คงไม่ได้ตั้งว่าตัวเองจะมีอายุขัยแค่ 60 ปี 
แต่แค่สามสิบปีก็เหนื่อยมากแล้วล่ะ 

ตอนนี้ฉันสวดมนต์ขอพรกับพระเจ้าทุกวันเลย ขอให้ตัวเองอย่าต้องป่วยเป็นโรคเรื้อรัง หากถึงอายุขัยที่จะต้องจากไป ขอให้ไม่ต้องเจ็บป่วยให้ต้องลำบากใคร เป็นคำอธิษฐานที่ดูจะหวังสูงมากไป ฉันคิดเช่นนั้น แต่หากขอล่วงหน้าสัก 30 ปี พระเจ้าก็คงเห็นใจฉันบ้าง

จะอย่างไรก็ดี ได้เดินทางมาจนถึงครึ่งชีวิตแล้ว ในความหมายของฉัน
เมื่อวานนี้วันเกิด ฉันไม่ได้ร้องไห้ หรือในแง่หนึ่ง พยายามไม่ร้องไห้มากกว่า ฉันตื่นแต่เช้า ฉลองวันเกิดเล็กๆ ให้กับตัวเองด้วยขนมหวานที่ทำเอง
เฟรนช์โทสต์ ขนมปังโฮลวีตชุบไข่ทอด กริลล์ในกระทะเทฟลอน กลิ่นไข่หอมๆ เกรียมนิดๆ ทอดซ้อนกันสองแผ่น หั่นให้เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ โปะหน้าด้วยโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ช่างเป็นมื้อเช้าที่หอมหวานและอร่อย สมกับเป็นวันเกิดจริงๆ

เป็นวันที่เรียบง่าย ไปเดินห้าง ซื้ออโวคาโดพันธุ์ไทยมาทำเมนูอร่อยๆ  ซื้อปลาทับทิมมาทอด 
รดน้ำต้นไม้ ถอนหญ้า เล่นกับแมว
ยิ้มให้กับโลกและชีวิต 

นั่งดูประชุมสภา
 
เสร็จแล้วก็เข้านอน

ก่อนนอนฟังเพลง Le mal du pays ใน Spotify ไพเราะยิ่งกว่าที่เคยฟังที่ไหนในโลกเลยก็ว่าได้ ตอนนี้ติดเพลงนี้มาก เหมือนเป็นเพลงที่ถ้าไม่ฟังก็จะนอนไม่หลับ

แล้วก็ฟังเพลง TV ของ The Yers เป็นเพลงที่พูดถึงคนที่ไม่ได้เจอกันแล้ว และอยากรู้ว่าชีวิตอีกฝ่ายเป็นอย่างไร ตอนกลางคืนทำอะไร เดินทางไปท่ีไหนบ้าง ดนตรีเพราะที่สุดเลยเพลงนี้

ตอนนี้ไม่ได้เดินทางไปไหนไกลๆ เลยนะ แทบจะไม่อยากเดินทางไปที่ไหนอีกแล้ว มีคิดบ้างว่าอยากแบกเป้ไปเที่ยวคนเดียวที่เกาะแสมสาร แต่ฝนตกแบบนี้ คงต้องพับเอาไว้ก่อน

ความคิดเดิมๆ ก็ยังอยู่ คือถ้าใจเรามีความสุข อยู่ที่ไหนก็มีความสุข แต่ถ้าใจไม่สุข ไปเที่ยวไหนก็งั้นๆ ล่ะ :)

ตอนนี้อยู่บ้าน เล่นกับแมว ทำกับข้าวคลีน ออกกำลังกาย ก็ยังพอโอเคอยู่ เป็นเป้าหมายให้ชีวิตเดินต่อไปได้

คิดทบทวนเรื่องความสัมพันธ์หลายๆ อย่าง คิดถึงคนที่ไปสารภาพรักคนนั้นด้วย ครั้งสุดท้ายที่เจอกันแล้วเขาโกรธฉันจนไม่มองหน้าแบบไร้เหตุผล ก็เลยคิดว่า คงมีเหตุผล ที่เขาแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา แต่เราไม่กล้าถาม เพราะกลัวคำตอบ 

เชื่อไหมว่าจนถึงวันนี้ ฉันยังไม่ได้ถามเขาเลยว่าเขารู้สึกอย่างไรกับฉันกันแน่ ได้แต่ตีความจากท่าทางที่เขาแสดงออกมา ฉันสารภาพรักกับเขาไป และเวลาที่เจอเขา ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มองหน้า ไม่สบตา เขายิ้มให้ก็ไม่ยิ้มด้วย

ฉันว่าฉันอ่านนิยายมากเกินไป อาโอมาเมะ หลังจากจับมือกับเท็งโกะแล้ว ก็แสดงท่าทีแบบนี้แหละ เพราะเธอกลัวว่าถ้ามองไปจะเห็นเท็งโกะทำท่ารังเกียจ

ฉันเองก็ไม่กล้ามอง ไม่กล้าถาม ไม่พูดถึง ทำเหมือนมันไม่มีอะไร

ก็คงมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาดในความสัมพันธ์แบบนั้นละมั้ง 

มาจนถึงตอนนี้ก็ไม่อยากกลับไปถามเขาอีกแล้ว ฉันเดินมาได้ครึ่งทางแล้วนี่นะ

ตัดใจไปได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์แล้วนี่นะ คงไม่อยากหาเหตุผลอะไรอีก

ฉันว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์นี่เปราะบางมากเลยนะ และถ้าเราประคับประคองมันไม่ให้ดี มันก็แตกสลายไปคามือเลยเชียวล่ะ บางเรื่อง เป็นเรื่องที่สำหรับเรามองว่ามันเล็ก สำหรับเขามองว่ามันใหญ่ มองจากคนละมุม ต่างฝ่ายต่างเก็บงำความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ แล้วก็ปล่อยให้มันสลายไปตามลม

เราจะบอกกับตัวเองแบบลมๆ แล้งๆ ว่าลืมมันไปเถอะ จากนั้นก็หมกมุ่นไปกับชีวิตและภารกิจประจำวัน สุดท้าย สิ่งที่มีค่าก็สูญสลายไป เราหันไปมองมันอีกที มันก็ไม่อยู่แล้วล่ะ

เหมือนหลายๆ ความสัมพันธ์ของฉันเลย บางทีก็ทำอะไรต่อมิอะไรหล่นหาย บางครั้งก็เดินกลับไปเก็บมันมา เก็บทันก็ดีไป เก็บไม่ทัน เพราะเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วก็ได้แต่เสียใจจนถึงทุกวันนี้

แต่อะไรที่ผ่านมาแล้วก็คงต้องผ่านไป

ฉันคิดถึงกลอนของ 'ปราย พันแสง จัง

เมื่อรักใครคนหนึ่ง

จึงไม่สำคัญเลยว่าเราจะได้กอดกันหรือไม่



ความรักบางอย่างในชีวิตคนเราเอื้อมไม่ถึง

สัมผัสไม่ได้

เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู...

ไว้ชื่นชมอยู่ไกลๆ



ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า

ยามเราล่องเรืออยู่ในทะเลลึก

จนหาทางกลับไม่ได้



เราจ้องมองดวงไฟ

เพียงให้รู้ว่าควรเดินหน้าไปทิศทางใด

ใช่จะต้องเบนหัวเรือ..เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่า

หน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่



ได้รักเธอ...ประภาคารก็ดูสวยดี

คนที่ฉันกอดได้

ก็ทำให้รู้ว่าโลกนี้สดชื่นสว่างไสว



อย่าสนใจเลยนะคนดี

ว่ารักเธอแล้ว ฉันคนนี้จะกอดใคร

แค่เชื่อว่าฉันรักเธอตลอดไป

เพียงพอแล้ว
ดวงดาวของฉันน่าจะเปล่งแสงประกายวิบวับเลยมั้งในคืนนี้ เลยทำให้นอนหลับสนิทและไม่ได้ร้องไห้ เป็นคืนที่แปลกประหลาด 

ขอบคุณนะ ทำให้รู้สึกดีขึ้นจริงๆ 

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังด้วยนะ 
SHARE
Written in this book
Lazy Diary
ไดอารีบันทึกชีวิตเมื่อวัย 30 ปี มาถึง

Comments

anagarika
7 months ago
สุขสันต์วันเกิดครับน้องบี เดือนเดียวกันเลข

Reply
niji
7 months ago
คนเดือนกรกฎาเหมือนกันหรือคะ ดีใจค่ะ
anagarika
7 months ago
ใช่แล้วครับ

Deux
7 months ago
HBD จ้า ขอให้เป็นช่วงขวบปีที่ดีขึ้น ในทุกๆ ทางครับ blockdit ไอดีหรือเพจอะไร บอกด้วย จะไปตามเด้อ

happy ๆ จ้า
Reply
khaikung
7 months ago
ตามด้วยๆๆ 
Deux
7 months ago
ไข่ก็มาคร้าบ มาเลยน้องช่วยกันหน่อย ^_^
niji
7 months ago
เปลี่ยนชื่อเป็น diaryniji ค่ะ ขอบคุณไข่เด้อ