แด่เธอ


        ค่ำคืนในวันที่ลิเวอร์พูลกับแมนซิตี้กำลังลงแข่งพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายเพื่อแย่งชิงอันดับ 1 กันของทั้งสองทีม ขณะเดียวกันเสียงข้อความแมสเสจของผมก็ดังขี้นหญิงสาวที่ผมทักไปเมื่อวานก่อนเด้งขี้นมาว่าเธอตอบกลับมาแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าเราพูดอะไรกันบ้าง แต่จำได้ประมาณว่าผมชวนเธอดูหนังตั้งแต่วันแรกเพราะเธอมาบ้านเพื่อนแถวมหาลัยที่เราเรียน 55555 มันตลกมากเว้ย แบบพอชวนไปแล้วก็คิดนะว่าแบบคัยกันวันแรกเองมึงชวนเขาดูหนังเลยหรอวะ มันไม่ได้ปะวะ ใช่แล้วมันไม่ได้จริงๆเธอไม่มาดู (ผมจะเล่าแบบรวบๆเพราะผมอยากบันทึกความรักครั้งนี้ของผมไว้ในนี้แหละเพราะรู้สึกว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์เหลือเกินสำหรับผม) ต่อมาเราก็คุยกันในเฟสมาซักพักในใจก็อยากขอไลน์ตามประสาผู้ชายสายบู๊แบบเราไม่เคยกลัวอยู่แล้ว แต่กับคนนี้รู้สึกไม่กล้าขอยังไงไม่รู้ ไม่มั่นใจด้วยมั้ง แต่ตั้งปณิธานกับตัวเองเอาไว้ว่าถ้าได้คุยกับคนนี้นะ เราจะทำให้ดีที่สุดดีกว่าความรักครั้งเก่าที่เคยผ่านมาเลย ก็คุยๆกันบอกอยากได้ยินเสียงเขาก็ไม่ยอมให้โทรหานะ แบบตอนนั้นก็รู้สึกว่าเออไม่กี่วันเองเขาคงยังไม่อยากให้เราได้ยินเสียงหรอกมั้งก็คิดไปเรื่อย แบบเสียงก็กว่าจะได้ยินสเต็ปต่อไปก็คือเห็นอะนะอีกยาวอะ 5555555 /ตัดมาตอนได้ไลน์มาเลยละกันก็หลงๆลืมๆไปบ้างละ เหมือนเราจะลองขอโทรหามั้งก็อ้างๆไปว่าพรุ่งนี้ออกกองอะขอได้ยินเสียงหน่อยได้มั้ยเพราะตอนนั้นคุยกันมาน่าจะเดือนกว่าๆละ เขาก็ยอมเว้ย เห้ยเขายอมให้โทรหาแล้วแม่งเหมือนการก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกแต่ก้าวยากหน่อยมันหนักๆ 55555 ผมก็พูดยับเลยเหมือนเก็บกดตอนนั้นปลื้มเพียงเพราะมองผ่านรูปเขานั่นแหละไม่มีอะไรเลยเสียงที่เพิ่งมาได้ยินไม่ได้ช่วยให้ผมลังเลเลย สเต็ปต่อมาคือการเจอหน้ากันโหวยากนะ มันยากมากตอนนั้นเพราะกว่าผมจะได้ยินเสียงเขาอะเออมันก็เป็นเดือนอะ มันมีงาน secondhanddialogue ที่พี่เต๋อเขาจัดลักษณะก็น่าจะรู้กันเนาะ ผมก็ถือโอกาสชวนเขาไปเลยงานจัดหลายวันด้วย กล้าๆกลัวๆที่จะชวนนะแต่เขาก็บอกว่าถ้าว่างก็จะไปนะ เราก็แบบพูดแบบนี้ไม่ไปหรอกหมดหวังไปเป็นที่เรียบร้อย /พองานเริ่มไปได้ 2-3 วันเราก็ชวนอีกที

"แกไปงานนี้กันเถอะนะเราอยากไป อยากให้แกไปด้วยจริงๆ"

"ทำไมไม่ชวนเพื่อนไปล่ะ เราไม่รู้จะว่างวันไหนเลย"


โถ่ไม่อยากไปก็บอกดีๆดิวะ แต่ขอโทษนะเรามันขี้ตื๊อ

"ไปเหอะ เราจองละจ่ายเงินแล้วด้วย เราอยากไปกับแกอะเนี่ยไม่ไกลเลย BTS มานิดนึงก็ถึงละ ไปนะๆ" 

"อื้อ" 

555555555 เรียบร้อยจะได้เจอกันแล้วโว้ยยยยย

ถึงวันที่เรานัดกันละเราก็แหกขี้ตาตื่นนั่งรถจากคลองหกไปนู่นไปนี่ลง mrt ไปลงตรงนู้นโอยงง สำหรับเด็กต่างจังหวัดแบบเราไม่เคยไปไหนในกรุงเทพแบบนี้คนเดียวเลย ก็กล้าๆกลัวๆแต่ความอยากเจอมันล้นไปแล้ว ยังไงก็ต้องไปเจอให้ได้ และก็ถึงเราก็รอเขายืนแล้วยืนอีกนั่งแล้วนั่งอีกก็ยังไม่ถึง ระหว่างนั้นก็คิดแบบเราไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ววะ แบบทุ่มเทให้กับรวามรักอะไรขนาดนั้นแต่ก็ตอบตัวเองได้ตลอดนะว่าแบบเออมันคงจะคุ้มค่านะวันนี้ /อะเธอมาแล้ว จำได้ว่าภาพแรกที่มองเธอคือภาพเบลอ ก็คนมันสายตาสั้นอะ 555555 ก็เขินอะ ไม่นิดด้วยเขินมากไอบ้า ก็บอกให้เธอพาลุยเลยมันคือตรงไหนวะ นี่คือใครอยากมากันแน่ เขาก็เปิดแมพดูว่าอยู่ซอยนี้นะ เราก็พากันเดินไปก็ถึงงานจนได้แหละ ก็ต่อคิวนั่งรอซักพักก็คิวเราเข้าไปในห้องที่เขาให้โทรละ ก็มีพี่ทีมงานเขามาแนะนำนู่นนี่นั่น เราก็แบบโทรหาเธอจะดีปะวะ ตัดสินใจทักไปขอเบอร์เขาในไลน์(เป็นการหลอกขอเบอร์ทางอ้อมจริงๆก็โทรไลน์ได้) เขาก็ให้มา เราก็แบบเอาวะวันนี้แหละจะได้บอกชอบเธอครั้งแรกจริงๆซักที 

พี่ทีมงาน "พร้อมแล้วโทรได้เลยนะครับ" 

ครับพี่ผมพร้อมมากอยากโทรตั้งนานแล้ว แค่บอกชอบผู้หญิงกระจอกมากสำหรับผม 

"ฮัล ฮัลโหล"
ผมพูดก่อนเลยโถ่


"เออ ว่าไง" 
เธอตอบกลับเสียงโคตรนิ่ง

"เธอเรามีอะไรจะบอกเว้ย"
เริ่มแล้วๆๆจำได้ว่าใจสั่นแล้ว ที่เคยโม้กับตัวเองไว้เริ่มอยากจะลบมันทิ้ง 

"ห้ะ อะไร"
ดูเธอตอบโห่วแม่งไม่ตอบสนองกับที่เราต้องการเลยยยยยย

"และ..และเราจะบอกว่า"

"(พูดแทรก) ฝนตกแล้วอะ"

"และเราจะบอกว่า...(หัวเราะ) 
เราชอบเธอนะเว้ย"

เชี่ยพูดอะไรไปวะน่ะความมั่นใจอยู่ตรงไหนตอนพูดตอบตัวเองทีไอบ้าเอ้ยพูดอะไรวะน่ะ

"โห..(เงียบ) เขินจังเลย"
มันกวนตีนปะ เขินของมันนี่แบบเออกูเชื่อแหละ

"ไอเหี้ยเอ้ย โคตรเขินเลยว่ะ (เสียงถอนหายใจ)"

"เห้ย แต่เราเขินอะไรแบบนี้ไม่เป็นว่ะ ขอโทษนะ"

ฮืออออไม่เป็นไรไม่เป็นไรจริงๆ แงงงง ไม่เห็นเหมือนในหนังเลยวะ นี่พระเอกมาสารภาพตรงๆเลยนะเว่ย มีคำพูดที่ถนอมน้ำใจกันมากกว่านี้มั้ยอะ แม่งเสียความมั่นใจไปเลยไม่กล้าออกไปเจอหน้าเขาด้วย /ตัดภาพมาคืออกมาเจอเขาล่ะ หน้าผมนี่จืดเป็นนมเลย แต่เดี๋ยวนะ ได้ยินเสียงเหมือนเสียงคนคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงดังทั่วงานเลย เหี้ยย !! คือที่เราพูดไปเมื่อกี้ทุกคนได้ยินหมดเลยหรอวะ โอโหตายห่า เป็นการบอกชอบผู้หญิงที่ดังที่สุดตั้งแต่เกิดมา แม่งอยากมุดหน้าตัวเองลงกับดินมุดลงไปเลยแงงงง ก็พากันกลับถ่ายรูปเล่นกันนิดหน่อย ก็แยกย้ายจำได้ว่าหารถนานมากจะกลับรังสิต สุดท้ายก็เจอยืนตั้งแต่จตุจักรยันรังสิต ระหว่างทางก็เอาแต่คิดว่าวันนี้เป็นไงบ้างวะ เธอจะประทับใจผมปะวะ การแต่งตัวผมจะถูกใจเธอรึเปล่านะ เธอจะรู้ว่าวันนี้ผมมีความสุขมาก แม้การเดินทางไป-กลับ จะทำให้ร่างผมแทบพังขนาดไหน แต่มันมีแต่ความรู้สึกดีๆทั้งนั้นเลย หลังจากวันนั้นเธอก็เริ่มแปลกๆไปนะ ตัวผมก็เหมือนจะเริ่มจับจุดได้แหละว่าเธอคงไม่โอเคอะไรบางอย่าง สุดท้ายเธอก็บอกว่าเลิกคุยกันเถอะเพราะเธอยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ สัสเอ้ยโลกแทบพังทำไมหน่วงขนาดนี้นะ ความรักที่ผมกำลังหยิบยื่นให้เธอวันละนิดเธอไม่รู้ดีบ้างเลยหรอ แต่ก็นั่นแหละคนมันไม่รักทำไงได้ ก็ได้แต่ยอมรับ ผ่านไปอาทิตย์นึงมั้ง ไลน์เธอเด้งมาเหมือนมาถามอะไรซักอย่าง ผมดีใจมากที่ได้คุยกับเธออีกรอบ จนสุดท้ายผมก็บอกว่าอยากกลับมาคุยกันเหมือนเดิมนะ เธอก็แบบไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองกละวให้ความหวังผมอะไรแบบนี้แหละ แต่ผมก็ยินดีถ้าวันนึงผมไม่ใช่คนที่เธอต้องการจริงๆ แต่เธอคือคนที่ผมต้องการมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็กลัวมาคุยกันจนถึงวันนี้แหละน่าจะ 3 เดือนได้ละมั้งไม่รู้ว่านานมั้ยสำหรับบางคนก็บอกนาน บางคนก็บอกดูคงดูเป็นปี แต่ไม่ใช่สำหรับผม กับผมคือมันนานนะมันควรจะชัดเจนขึ้นบ้างสำหรับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ยอมรับเลยว่าอยากหาคนใหม่แล้วเทเธอไปเลยมั้ย แต่ทุกครั้งที่คิดจะทำ ผมทำไม่ได้มันเหมือนกลับว่าผมกำลังพิสุทธิ์ตัวเองอยู่ว่าผมก็สามารถมีความรักที่บริสุทธิ์ได้เหมือนกัน ที่ไกลที่ไม่ใช่ระยะทางแต่มันคือใจของเธอผมจะผ่านไปให้ได้มันอาจจะมีบางครั้งที่ผมเผลออยากจะมีใจให้คนอื่นบ้างคนที่ใกล้ตัวผม คนที่ผมจะสามารถดูแลเขาได้เต็มที่กว่าแต่ทุกครั้งที่ผมคิดแบบนั้น ผมทำไม่ได้ผมรู้สึกว่าผมขาด เธอไม่ได้จริงๆผมอยากมีเธออยู่ด้วยทุกๆวันคือมันไม่ได้เว่อร์ไปหรอกเว้ย คือผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ บางครั้งก็ทะเลาะกันเรื่องความสัมพันธ์ของเรานี่แหละมันจะเป็นผมมากกว่าที่มาเอ่ยถามความสัมพันธ์ของเราว่ามันไปถึงไหนแล้วผมอยากชัดเจนมากกว่าเดิม เพราะผมกลัว กลัวว่าความตั้งใจของผมมันจะสูญเปล่าผมไม่อยากใจพังอีกแล้วครั้งนี้ผมตั้งใจจริงๆผมอยากเก็บบันทึกนี้ไว้เผื่อวันนึงความสัมพันธ์ครั้งนี้มันได้จบลงผมจะย้อนกลับมาอ่าน ว่าครั้งหนึ่งผมเคยหยิบยื่นความรักที่บริสุทธิ์ให้ผู้หญิงคนหนึ่งส่วนเค้าจะรับมันไว้มั้ยก็คงจะเป็นเรื่องของเค้านั่นแหละผมคงทำได้แค่ยืนมองความรักมันทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆจุดจบมันจะไปจบที่ตรงไหนผมก็ยินดีที่จะยอมรับได้ยิ้มให้มัน








SHARE
Writer
kritsadoyy
นักอยากเขียน
เราอยากเป็นนักเขียนหรือว่าเราเป็นแค่ไอขี้กากในโลกความจริงในแต่เพ้อฝันลงสมุดไปวันๆ,พูดก็ไม่รู้เรื่องแต่เสือกเรียนคณะสื่อสารมวลชน,เคยลองเขียนหนังสือแล้วแต่อ่านลายมือตัวเองไม่ออกเลยต้องเปลี่ยนเป็นมาพิมพ์แทน,เราฝึกตัวเองด้วยการทำเพจบน facebook เอาไว้ และก็บรรยายความรู้สึกลงในนั้นอยู่ตลอด

Comments