กระเป๋าสะพายข้างกับกระเป๋าดินสอคู่เก่าใบนั้น

"กระเป๋าใบเก่าอันนั้นก็ยังใช้ได้อยู่ไม่ใช่หรอ" 


น้ำเสียงเข้ม ๆ ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งจ้องมองไปยังกระเป๋าสะพายที่ถูกแขวนโชว์ไว้อยู่บนชั้นที่ตรงหน้านั้น ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าบุคคลนั้นคือใคร 'พ่อ'

"ก็อันนั้นสายมันขาดแล้ว ขึ้นสนิมแล้วด้วย" 


น้ำเสียงจริงจังนั้นเอ่ยขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจ พร้อมทั้งจ้องมองกระเป๋าสะพายข้างที่อยากได้ ใบใหม่ใบนั้นในร้านหนังสือแห่งหนึ่งด้วยความมั่นใจที่ว่าผู้เป็นพ่อเชื่อแล้วจะซื้อให้

"ถ้าซื้อให้จะไม่ซื้อมันอีกใช่ไหม" เสียงของพ่อถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อขอความมั่นใจว่าถ้าซื้อให้แล้วจะไม่ซื้อมันอีก

"ก็ถ้าพ่อซื้อให้ ก็จะไม่ซื้อมันอีก จนกว่าจะเรียนจบ (ป.ตรี) เลย" (ตอนนั้นไม่รู้ว่าพูดออกไปได้ยังไง ^^)


น้ำเสียงของฉันเรียกความเชื่อมั่นให้กับการตัดสินใจของเงินในกระเป๋าพ่ออีกครั้ง เพราะนาน ๆ พ่อจะกล้าควักตังซื้อของให้สักชิ้น ซึ่งนับครั้งได้เลยว่าสิ่งของที่ได้จากพ่อมีอะไรบ้าง และสุดท้ายพ่อก็หยิบกระเป๋าใบนั้นมาพร้อมทั้งยื่นตังให้ไปจ่ายที่เคาว์เตอร์

ความรู้สึกในตอนนั้นมันขลังมาก ๆ เลยนะ มันแบบยากจะอธิบายมาก ๆ เพราะการที่จะได้ของจากพ่อสักชิ้นนึงมันยากมากจริง ๆ สำหรับฉัน 

การเป็นลูกคนโต บางทีก็ไม่ได้อย่างที่ใจคิดง่าย ๆ นะ มันต้องแลกมาด้วยเหตุผลว่า ซื้อไปแล้วจะทำประโยชน์อะไรได้บ้าง มันมีดียังไงถึงอยากจะซื้อหรืออยากจะได้ และสุดท้ายจะใช้มันได้นานแค่ไหน สารพัดเหตุผลที่ต้องหยิบยกหามาอธิบาย แม้แต่กระทั่งกระเป๋าสักใบยังว่าได้มายาก ๆ เลย (กระเป๋าใบก่อนหน้านั้นที่ขาดเพราะตังเราทำงานซื้อเอง)

ส่วนกระเป๋าดินสอ ฉันได้มาจากการไปเข้าค่าย ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นค่ายที่ฉันมีความทรงจำดี ๆ และได้รับประสบการณ์ดี ๆ จากค่ายนี้กลับมา รวมถึงเพื่อน ๆ และกัลยาณมิตรที่ดีอีกด้วย มันเลยเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนต่่างหน้าของความทรงจำดี ๆ ที่ฉันอยากจะเก็บมันไว้อย่างนี้ตลอดไป

และไม่แปลกที่เพื่อน ๆ จะเห็นแล้วชอบเอ่ยทักฉันว่า...

"นี่ยังใช้กระเป๋าใบเดิมอยู่อีกหรอ"

ก็ไม่แปลกที่พวกเขาเหล่านั้นจะเอ่ยทักหรือแซวฉันตามประสา เพราะถ้าเห็นฉันที่ไหน กระเป๋าใบนั้นก็จะอยู่คู่กายฉันไปในทุก ๆ ที่ พร้อมทั้งกระเป๋าดินสอใบเก่าใบนั้นอีกด้วย

ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะมีรอยขาดไปบ้างเป็นบางส่วน ซิปจะแตกจนใช้การไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่กล้าสะพายมันไปไหนมาไหนด้วย

เพราะสิ่งของบางอย่างมีเรื่องราว มีคุณค่าทางจิตใจ ต่อให้ซื้อมาทดแทนกันใหม่ สุดท้ายคุณค่านั้นก็อาจจะถูกลดทอนความสำคัญลงไป จนไม่หลงเหลือความสำคัญนั้นเลยก็ได้

ของบางอย่างไม่ได้มาง่าย ๆ ถึงแม้จะให้ย้อนเวลากลับไป ก็หามันมาแทนที่กันอีกครั้งไม่ได้ เพราะเข็มนาฬิกาก็มีแต่จะหมุนเปลี่ยนเวียนไป สุดท้ายความทรงจำของเรื่องราวนั้นไซร้ก็จะกลายเป็น...


"เรื่องราวระหว่างเรากับกระเป๋าสะพายข้างและกระเป๋าดินสอใบเก่าคู่นั้น"
 ตลอดไป...

#กูนี่แหละเขียน
#Bantuek28
#เล่าไปเรื่อย
SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments