No more human : จากมนุษย์สู่สิ่งใดๆ
นายคงมีเหตุผลที่ไม่รับโทรศัพท์ของเรา
เราเองก็มีเหตุผลที่เราโทรศัพท์ไปหานาย
ต่างคนต่างก็มีเหตุผลมารองรับในการกระทำตนเอง
แค่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เผลอไม่เข้าใจอีกฝ่ายขึ้นมา
แค่นั้น.. ทุกอย่างมันก็อาจจะจบลง ตั้งแต่ตอนนั้น
ความไม่เข้าใจเป็นสิ่งที่น่ากลัว 
คนเรามีลิมิตในเรื่องการรอ
และความอดทน ให้กับบางสิ่ง
และความอดทนหรือลิมิตของการรอนั้น
มันก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วยว่าบุคคลผู้นั้นคือใคร
บางที เราอาจมีความอดทนมากให้กับคนแปลกหน้า
บางที เราอาจมีลิมิตต่ำให้กับคนที่ใกล้ตัวเรา
ยิ่งสนิทมาก ยิ่งแคร์ใจกันน้อยลง
ความอดทนต่ำที่มีต่อกันมันยิ่งต่ำลงขึ้นเรื่อยๆ
แต่กับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิท
บางครั้งมนุษย์เรากลับมีลิมิตและให้โอกาส
แก่คนเหล่านั้น มากกว่าคนที่ใกล้ชิดเสียอีก
ความผิดของคนที่ใกล้ตัวเพียงหนึ่งหน
อาจเป็นความผิดอันมหาศาลขนาดใหญ่
คนทั่วไปทำให้เราผิดใจ 3 ครั้ง
อาจเทียบเท่ากับคนใกล้ชิดทำผิดเพียงครั้งเดียว
เป็นทฎษฎีที่น่าแปลก แต่มันก็จริง
เราปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ เราก็มีความคาดหวัง
ให้กับคนใกล้ตัวอยู่บ่อยๆ
เพราะถ้าหากเราไม่คาดหวัง 
เราอาจมีลิมิตและความอดทนให้กับพวกเขา 
เท่ากับคนแปลกหน้าหรือผู้คนที่ไม่สนิทก็ได้
อย่าบอกตัวเอง ว่าเราไม่คาดหวัง
ความคาดหวังอาจไม่แย่เสมอไป
ถ้าหากเราบาลานซ์ให้มันถูกที่ถูกเวลา
การบาลานซ์ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย
การหาตรงกลาง 
การเป็นกลาง
ความยุติธรรม..
แทบจะเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในความเป็นมนุษย์
หรือโลกมันไม่มีตรงกลางตั้งแต่แรกแล้ว
ทุกๆสิ่งมันจึงไม่มีบาลานซ์ที่จะลงตัวให้กับสิ่งใด
พอขาดความยุติธรรม ความเป็นกลาง
สัญชาตญาณของมนุษย์เราก็จะเรียกร้องหามัน
พอมีฝ่ายหนึ่งได้รับมากกว่า 
พอมีอีกฝ่ายเป็นผู้ให้มากกว่า
มันก็ไม่ใช่บาลานซ์หรือความยุติธรรมแล้ว
แต่นั้นมันก็อาจเป็นสิ่งที่คนเหล่านี้ได้เลือกแล้ว
เลือกด้วยตัวของพวกเขาเอง..
เลือกที่จะเป็นผู้ให้มากกว่า
หรือเลือกที่จะเป็นผู้รับมากกว่า
เหตุผลและความเข้าใจ
อาจเป็นสองสิ่งบนโลก
ที่อยู่เหนือธรรมชาติของบาลานซ์
ไม่ว่าโลกจะอยุติธรรมซักแค่ไหน
แต่ถ้าเรามีเหตุผลให้แต่ละการกระทำ
และมีความเข้าใจในบุคคลผู้อื่นนอกจากตัวเราเอง
โลกใบนี้..
มันก็อาจจะมีสิ่งที่มาทดแทน บาลานซ์ 
หรือ “ ตรงกลาง “ จริงๆได้ก็ได้

เวลาอาจไม่ทำให้ใครบางคนเปลี่ยน
แต่ความเข้าใจในตนเองและเพื่อนมนุษย์ต่างหาก
ที่ทำให้มนุษย์เราเปลี่ยนไปได้ ในทุกๆวัน
เวลาไม่ได้เยียวยาได้ทุกสิ่งหรอกนะ
โดยเฉพาะกับคนที่เชื่อและรู้สึกกับในอะไรบางสิ่ง
ที่มันแข็งแรงและหนักแน่นจนไม่มีอะไรมากระทบได้
เวลามิอาจทำให้ความเชื่อเหล่านั้นสั่นคลอนได้เลย
แม้แต่เพียงปลายนิ้ว ต่อให้ผ่านไปนานจนนับปี
ความเชื่อของผู้คนเหล่านี้มันก็อาจมิเสื่อมสลายไป
ผู้คนที่หนักแน่นในความรู้สึกนึกคิดของตนนั้น
เป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่หากว่าในทางกลับกัน
มันก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขา
ได้ทุกเมื่อ ในยามที่หากจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อหรือความรู้สึกของตน ยามนั้น 
อาจเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายและทรมานที่สุด
สำหรับพวกเขา อาจเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์
ที่จะนำพาไปสู่จุดตกต่ำที่สุดในชีวิต
ด้วยก้อนความเชื่อที่แข็งแรงเสียจนคลื่นยักษ์
หรือกาลเวลาก็ยังมิอาจแตะต้องได้
การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่หนักแน่นเช่นนี้
อาจต้องแลกมาด้วยบางสิ่ง..
บางสิ่งบางอย่าง ที่อาจทำให้ชีวิตพวกเขา
ไม่อาจเหมือนเดิมอีกต่อไป 
เพียงเพราะปรากฎการณ์เปลี่ยนแปลงความเชื่อพวกนั้น 
มันอาจเป็นการสูญเสียที่มากกว่าชีวิตหรือกายหยาบ
เราเรียกมันว่า
สูญสิ้นจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์
ร่างกายยังคงอยู่
แต่จิตใจและอาตมันอาจได้สลายหายไปแล้ว
พร้อมกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนั่น
จบสิ้น ความเป็นมนุษย์ โดยสมบูรณ์

เรากลายเป็นสิ่งใดๆ .


SHARE
Written in this book
The feelings awakens
Writer
nongkenlilthief
Actor also Writer
Sooner or later we’re all dying. Far beyond human.

Comments