Japan Memory 1 : “อิซึโมะ” ถิ่นสถิตของเหล่าทวยเทพ
 จากที่เกริ่นไว้ว่าจะเริ่มนำประสบการณ์เดินทางเล็กๆ มาร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้อ่านกันสนุกๆ ก็มานั่งคิดว่า...เริ่มจากไหนที่เคยไปเยือนดีล่ะ?

เริ่มจาก...จังหวัดที่เราตั้งชื่อให้ว่าเป็น “เมืองลับแล” ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ที่คนไทยไปน้อยที่สุดก็แล้วกัน

สมัยเด็กๆ เวลาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์หรือดูละคร “ไทกะ” (ละครญี่ปุ่นย้อนยุค) เวลามีการลงโทษเนรเทศ ก็มักจะเนรเทศไปที่นี่ ภาพที่เห็นในละครคือความกันดารไกลปืนเที่ยงและทะเลเวิ้งว้าง แต่ในตำนานเทพปกรณัมหรือการ์ตูนแนวแอคชั่นองเมียวจิต่างๆ ที่นี่คือถิ่นสถิตของเหล่าเทพที่สำคัญของประเทศ

“อิซึโมะ”... “จ.ชิมาเนะ”
 
จังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ทางภูมิภาคชูโกคุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสุดของประเทศ ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลี ตอนดูในแผนที่ครั้งแรก ความรู้สึกคือ “อืม...ไกลจากเมืองหลวงในทุกยุคจริงๆ” แถมข้อมูลของเมืองและการท่องเที่ยวในสมัยก่อนก็น้อยชนิดที่แทบหาอ่านไม่ได้เลย เพราะสำหรับคนไทยภูมิภาคชูโกคุแทบจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ประกอบกับในสมัยก่อนทัวร์ก็ไม่มีพาเที่ยวในภูมิภาคนั้นเลย จะมีก็เมื่อไม่นานนี้เอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเทไปที่จังหวัดดังๆ ซะมากกว่า สิ่งที่เป็นเหมือนข้อมูลเดียวที่ทำให้เรารู้จักในตอนนั้นคือ “การ์ตูนเรื่อง Shaman King ราชันย์แห่งภูติ” แม้ตอนจบในฉบับเก่าครั้งนั้นจะจบแบบ “ปาหมอน” ก็เถอะ แต่หลังจากที่ อ.ฮิโรยูกิ ทาเคอิ (ผู้แต่ง) กลับมาเขียนใหม่โดยแก้ตอนจบจนเป็นฉบับสมบูรณ์และเขียนภาค Spin Off ออกมาอีกหลายเล่ม โดยเฉพาะภาค “Zero” ทำให้ภาพของอิซึโมะที่มันเลือนรางในความทรงจำชัดเจนมากขึ้น สถานที่ที่กลายเป็นต้นแบบภาพต่างๆ ในมังงะทำให้เรารู้สึกสนใจขึ้นมาอย่างประหลาด พร้อมกับความคิดว่า “ไกลขนาดนั้น อาจารย์ยังเดินทางไปเก็บข้อมูล จังหวัดนี้ต้องมีอะไรน่าสนใจจริงๆ แหล่ะ” ทำให้เป็นจังหวัดที่ปักหมุดไว้ว่าสักวันต้องไปให้ถึง แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาทำให้ต้องพับความฝันในการเดินทางเก็บไว้ในลิ้นชักจนเริ่มซีดจางลง

วันเวลาผ่านไป การเข้าถึงข้อมูลบนโลกออนไลน์เริ่มสะดวกขึ้น ไม่รู้อะไรทำให้เราเจอกระทู้เที่ยวชูโกคุกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ดชื่อดัง ซึ่งเป็นกระทู้ที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยเห็น ต่อมากระทู้นั้นกลายเป็นหนังสือนำเที่ยวที่เราต้องใช้คำว่า “พลิกแผ่นดินหา” จนเจอ และเริ่มจุดไฟความฝันเล็กๆ ขึ้นมาอีกครั้ง

...Next Station Chugoku โดย หมอภัทร์นำเที่ยว...
 
แทนที่จะได้ไปในทันที ก็มีอะไรๆ มาขัดไม่ให้ไปถึงอิซึโมะสักที

ปี 2015 เที่ยวครั้งแรก มีคนร่วมเดินทางไปด้วย...แต่ไปไม่ถึง

ปี 2017 เที่ยวครั้งที่ 2 ไปเองคนเดียว แต่ฝนตกหนักคล้ายพายุเข้า และตารางรถไฟไม่เอื้ออำนวย...ทำให้ก็ยังไปไม่ถึง

จนกระทั่งต้นเดือนที่แล้ว ปีนี้…2019 ยังไปคนเดียวตามเคย แต่ในที่สุด...ก็ไปถึงซะที 

JR Sanyo – Sanin Pass ยังคงทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเสมอทุกครั้งที่ไปเที่ยว ด้วยความที่เป็นตั๋ว JR West Pass ที่ครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเกาะฝั่งตะวันตก ทำให้ดิฉันเลือกใช้เป็นประจำเพื่อให้เดินทางข้ามภูมิภาคในเขตคันไซ – ชูโกคุได้โดยไม่ติดขัด และจองที่นั่งได้อย่างสบาย ในเช้าวันฝนตก อากาศเย็นและอึมครึม ดิฉันปล่อยความคิดฟุ้งซ่านไปตามแนวเทือกเขาที่รถไฟ Limited Express Yakumo รถไฟด่วนพิเศษที่วิ่งตรงจาก จ.โอคายาม่า ไปเมืองอิซึโมะ จ.ชิมาเนะ ขบวนนี้วิ่งไป เมื่อไปถึงอิซึโมะชิ รถเมล์ Ichibata จากบริษัทเจ้าของรถไฟและรถโดยสารท้องถิ่นของจังหวัดก็พาดิฉันและใครหลายๆ คนที่ตั้งใจมาที่นี่ไปจนถึงจุดหมาย ตลอดเส้นทางที่รถเมล์วิ่งไป สิ่งที่ได้เห็นคือบ้านเมืองที่เงียบสงบ ความเป็นเมืองที่สะดวกสบายแต่ยังเรียบง่ายไม่เร่งรีบ นาข้าวและไร่สวนผลไม้ที่ยังเขียวขจีอยู่ทั่วไป ก่อนจะไปถึงปลายทางที่เป็น “ศาลเจ้าสำคัญสูงสุดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น”

ดิฉันเดินไปตามแนวทิวสนและต้นไม้ทางขึ้นศาลเจ้า อากาศเย็นเพราะฝนปรอยเบาๆ พลังธรรมชาติที่โอบล้อมรอบๆ ตัวทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลายเหมือนได้ทิ้งอะไรหนักๆ ออกไป จนกระทั่งมาถึงองค์ศาลเจ้าที่คุ้นตาประดับเชือกฟางชิเมนาวะขนาดใหญ่

...โค้ง 2 ปรบมือ 4 โค้ง 1...คือธรรมเนียมสักการะของศาลเจ้าแห่งนี้...

“อิซึโมะไทฉะ”...ในที่สุดก็มาถึงซะที...ศาลเจ้าที่ทุกเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ เหล่าเทพจากทั่วทุกสารทิศจะมาชุมนุมเพื่อกำหนดชะตาชีวิตและเนื้อคู่ของผู้คนแห่งนี้มีคนญี่ปุ่นมากมายตั้งใจมาที่นี่เพื่อขอพรให้ตัวเองและคนที่ตัวเองรักหรือปรารถนาดี

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมกับตำนานเทพปกรณัมหลายเรื่องราว ทั้งตำนานที่เทพวายุ “ซูซาโนโอะ” สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ถวาย “องค์สุริยเทวี อามาเทราสึ” พระพี่นาง หลังจากที่ล้ม “ยามาตะ โนะ โอโรจิ” อสูรงูยักษ์ 8 หัวได้สำเร็จ และตำนาน “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” กับ “เทพโอคุนินุชิ” แล้ว สถาปัตยกรรม “ไทฉะสึคุริ” ที่แสนเก่าแก่คือสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้ที่นี่มีเสน่ห์ อาคารไม้ที่ยังคงบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ “ฮนเด็น” หรือโถงหลักที่ประดับด้วย “ชิกิ” (กาแล) และ “คัตสึโอกิ” (ไม้อกไก่) เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของที่นี่ ศาลเจ้าเล็กๆ ที่มีไว้สักการะเทพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ภูเขา หรือแม้กระทั่งท้องทะเล เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่าพลังธรรมชาตินั้นมีอิทธิพลกับวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวญี่ปุ่นไม่น้อยเลยทีเดียว

ก่อนจะออกจากศาลเจ้า อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ดิฉันยืนมองอย่างสนใจคือ การต่อแถวของคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยวศาลเจ้ากันยาวเหยียดเพื่อรอรับ “โกะชูอิน” ตราประทับที่ระลึกของวัดและศาลเจ้าพุทธ – ชินโต เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นสัญลักษณ์ว่าได้มาสักการะที่นี่

...ทุกวัฒนธรรมของเขา มีความลึกซึ้ง เรียบง่าย...และมีความหมาย...
 
ก่อนแวะไปเที่ยวที่อื่นๆ อีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าเติมเต็มการมาเที่ยวอิซึโมะมากคือ การได้กินโซบะท้องถิ่นเจ้าดังของอิซึโมะที่ “ร้านทานากายะ โซบะ” ซึ่งตอนลงรถเมล์ก่อนไปเที่ยวศาลเจ้า ดิฉันก็รีบบึ่งเข้าร้านโซบะเสียก่อนต้องมานั่งรอคิว แถมด้วยขนมท้องถิ่นอร่อยๆ อย่าง โมจิไส้ถั่วแดง “อิซึโมะเซนไซ” และ “โอฟุกุยากิ” มันก็คือ... “ไทยากิ” ขนมรูปปลาไส้ถั่วแดงนั่นแหล่ะ แต่เป็นรูปปลาปักเป้า ได้ขนมร้อนๆ กลางเมืองเล็กๆ ในวันอากาศอึมครึม ก็อุ่นใจและอิ่มท้องดี ก่อนจะนั่งรถไฟ Ichibata รถไฟท้องถิ่นเลียบ “ทะเลสาบชินจิ” ไปเที่ยวในอีกเมืองของจังหวัด

...ดูด้วยตา...บันทึกด้วยกล้อง...จดจำด้วยใจ...ดีใจที่ได้มาเยือน...

คราวหน้าจะหยิบเรื่องไหนมาเล่าสู่กันฟัง ติดตามนะคะ ^^

SHARE
Written in this book
Movement Diary
Travel Guide & Travel X (Treme) perience
Writer
RealBummie
Ms.Introvert
Cold Heart Introvert Girl in Grey Silence World who live so strong & in style with headphone.

Comments