กำลังใจในวันนั้นที่เธอต้องการในวันนี้

มีคน ๆ นึงเคยเล่าบอกกับเราเมื่อ 5 ปีก่อนว่า...


"มึงกูดูรายการคนค้นคน เขาเป็นครูที่พิการ อยู่แถบภาคเหนือ กูไปค้นหาเบอร์เขาและติดต่อพี่เขาไป พี่เขาเล่าเรื่องราวของเขาให้กูฟัง มันทำให้กูมีแรงบันดาลใจที่กูอยากจะเป็น 'ครู' ว่ะ"



ในวัันนั้น วันที่คน ๆ นึงมีกำลังใจ และเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจพร้อมที่จะเดินหน้าสานต่อความฝัน และเป้าหมายของตัวเองในคืนวันนั้นต่อไป

ฉันนั่งฟังในสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดจบก่อนที่ฉันตอบกลับเธอในคืนวันนั้นกลับไปว่า...

"เห็นไหมเขายังทำได้ มึงก็ต้องทำได้ จะไปกลัวทำไม เขาเป็นมากกว่ามึงอีกเขายังไม่เห็นยอมแพ้เลย มึงก็ทำได้เชื่อกู!"

ในคืนนั้นหญิงสาวคนนี้เดินกลับบ้านตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจจากใครคนหนึ่งซึ่งเธอเองก็แทบจะไม่รู้จัก และพี่หญิงสาวครูคนนั้นก็ได้เป็นหนึ่งซึ่งแรงบันดาลใจ เป็นหนึ่งคนซึ่งปลุกความเชื่อมั่นในการที่จะเดินหน้าต่อไปยังเป้าหมายนั้นของเธอคนนี้ในคืนวันนั้นอีกครั้ง

และผ่านมาแล้วกว่า 5 ปี ที่วันนี้วันที่ผู้หญิงคนนี้ เธอได้เข้าใกล้เป้าหมายนั้นของเธอแล้ว 
"ครูภาษาไทย"

และวันนี้เราก็ได้กลับมาพบกันและได้คุยกันอีกครั้ง ซึ่งมันแตกต่่างจากคืนนั้นก็ตรงที่คืนนี้เราไม่ได้อยู่บ้าน แต่เรากลับนั่งอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

ในคืนนั้นวันนั้นวันที่คุณเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ และแรงบันดาลใจในความฝัน ในเป้าหมายนั้น และตอนนี้เราอยากเก็บเรื่องราวในคืนวันนั้น เมื่อ 5 ปีที่แล้วกลับมาเล่าบอกคุณในคืนวันนี้...'อีกครั้ง'

ในวันนี้ในวันที่คุณมีคำถามค้างคาใจเต็มไปหมด วันที่คุณโดนคนรอบข้างคุณกดดันทุกความรู้สึก วันที่คุณกำลังต้องการกำลังใจ

'เรากลับมาเล่าเรื่องของคืนนั้น ในคืนของวันนี้อีกครั้ง'

"มึง กูยังจำวันที่มึงเดินมาบอกกูที่บ้านได้เลยในวันนั้น วันที่มึงดูทีวี ดูรายการคนค้นคน และมึงก็โทรหาพี่คนนั้นที่เป็นครูอยู่แถบภาคเหนือ กูยังจำความรู้สึกครั้งนั้นของมึงได้อยู่เลย และกูอยากจะเล่าเรื่องนั้นให้มึงฟังในวันนี้ กูอยากให้มึงกลับไปเก็บความรู้สึกในวันนั้นที่มึงมี กลับมาใช้มันในวันนี้ ในวันที่มึงต้องการมัน"

ฉันพูดจบพร้อมกับมองไปยังหญิงสาวอีกคนที่นั่งอิงผนังอีกด้านของฝั่งเตียงนอน ที่กำลังอมยิ้มและมองมายังฉันที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวยาวข้างเตียง

"มึงแม่ง เล่นเอาซะกูน้ำตาซึมเลย" 

หญิงสาวพูดจบพร้อมกับส่งยิ้มกลับมา และเราก็ตอบกลับเธอไปว่า...

"แม้แต่ความฝันบ้านสามชั้นของมึงกูยังจำได้เลย" 

หลังจากบทสนทนานี้จบลงเราสองคนต่างก็พากันหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน และจบลงด้วย...


"มึงก็ยังจำมันได้อีกเนาะ"

กูจำเรื่องราวที่เป็นท๊อปปิคในชีวิตมึงได้หมดแหละ มันอยู่ที่ว่ากูจะเลือกขึ้นมาพูดตอนไหนก็แค่นั้น

"มึงต้องสู้ ๆ นะ ท้อได้แต่อย่าถอย เพราะต่อให้มึงถอยหลังหรือเดินไปข้างหน้ามันก็ไม่ได้แตกต่างกันอยู่ดี"

"เออ...กูเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว กูไม่มีวันถอยหลังกลับไปหรอกมึง"

สุดท้ายเพลงที่ป้า (แม่ของหญิงสาวคนนี้) ก็กลับเข้ามาในโสตประสาทหูของเราอีกครั้ง...


"ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป : พุ่มพวง ดวงจันทร์"


#เล่าไปเรื่อย
#Bantuek28
#กูนี่แหละเขียน 

SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments