รสชาติหัวใจช้ำหนอง
ค่ำคืนเปลี่ยวดาย สายตาเลื่อนลอย
นัยน์ตาจับจ้องท้องฟ้า เอื้อมมือไขว่คว้าต้องหาความว่างเปล่า
ความเหนื่อยอ่อนเข้าโอบรัดเจียนอึดอัดหายใจไม่ออก
เขาต้องการที่พึ่ง บางสิ่งสำหรับยึดเหนี่ยว
ช่วยหลีกลี้หนีพ้นจากกระแสอารมณ์ที่กรรโชกเชี่ยวลากร่วงลงหน้าผา


เขาไม่ต้องการค่ำคืนแสนวิเศษ
ดวงดาราและจันทราไม่จำเป็นต้องแข่งกันสาดแสงเฉิดฉาย
เขาไม่ต้องการค่ำคืนที่ดีที่สุดในชีวิต
ดาวตกไม่เคยทำให้ตื่นตาตื่นใจหรือประสานมือกุมกระชับขอพร
หากแต่คืนที่พอดีสำหรับเขา คืนธรรมดาดาษดื่น
เพียงคืนที่พระจันทร์ปรากฏกายไม่จำเป็นต้องกลมเกลี้ยง ขาวนวล สมบูรณ์พร้อมแต่อย่างใด
ขอเพียงแค่แหงนหน้าแล้วพบ
ประสบกับครึ่งเสี้ยว เดียวดายคลายเหงากับเงาจันทร์


คืนนี้มีเมฆมากและลอยตัวต่ำ
เพียงไม่กี่อึดใจ เม็ดฝนโปรยปราย เพียงเปาะแปะ
ก่อนกระแทกทิ้งกายตามแรงโน้มถ่วง หยดแล้วหยดเล่า
หนักหน่วงและเนิ่นนาน อาจมากพอ เทียบเคียงกับน้ำหนักของความรู้สึกที่เขาจำต้องแบกรับ


เพียงกระจกหน้าต่างกั้น เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่ง
เขาควรนอนพักผ่อน เพื่อพ้นผ่านคืนนี้ไป
มันไม่ง่ายขนาดนั้น... มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
เขาปล่อยให้ความเย็นจอมปลอมกัดกินปลายนิ้วเท้าอย่างน่ารำคาญ
ไม่แยแส...
นัยน์ตานิ่งงันปราดมองลิ้นชักเก่าเก็บ
ในนั้นมีบุหรี่ไฟฟ้าที่เขาตั้งใจว่าจะไม่แตะต้องมันอีก
เขาชั่งใจ ก่อนผุดลุก
เพียงไม่นาน เขากลับมา ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวโปรด ข้างหน้าต่าง ทอดสายตาไปยังห่าฝน รวมถึงท้องฟ้าไร้แสงจันทร์


ในอุ้งมือมีแก้วใส ในแก้วใสมีของเหลวสีอำพัน
เขายก กระดกดื่มรับรสขมปร่า
นั่นไม่ใช่แอลกอฮอล์ใดหรอก
เขาจงใจคั้นหัวใจช้ำหนอง บีบรีดความรู้สึกฝาดเฝื่อนหวังทุเลา
ถึงกระนั้น เขาก็เลือกดื่มกิน ละเลียดรสเฮงซวยแห่งชีวิตอย่างคนช่างสุนทรีย์และขี้เสียดาย


ค่ำคืนนี้ ยิ่งดึกยิ่งวิกลจริต
ลำคอลำเลียงรสหวานตัดขมระทมทุกข์ไประเรื่อย
มือของเขา กระชับสาบเสื้อจนขึงแน่น
เล็บจิกบนผิวผ้า หวังย้ำซ้ำลงสู่ผิวเนื้อ
เสื้อผ้าไม่ได้ทำให้เขาโศกเศร้าหรือร้าวราน
แต่เป็นตัวเขาเอง
รอยแผลร้ายใต้ร่มผ้า มันปวดปลาบเมื่อของเหลวจากหัวใจช้ำหนองทำปฏิกิริยา
เขาอยากเควี่ยงแก้วนั่นลงพื้น
คว้าคมซากเศษมากรีดย้ำซ้ำๆบนแผลเก่า
แต่เขาเลือกเพียงกรอกกลืน ก่อนวางคืนแก้วใบนั้นยังที่เดิม


เสียงหยาดฝนกระทบพื้นช่างหนวกหู
หนวกหูพอๆกับเสียงอดีตที่เล่นแว่วคล้ายหลอกหลอน
ราวเครื่องเล่นแผ่นเสียงฝุ่นเขรอะ กับแผ่นเพลงมีตำหนิ
สะดุด ณ จุดเดิม...
สะดุดย้ำซ้ำกระแทกถึงความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน
กี่ครั้งที่เขาล้มอย่างเดียวดาย
กี่ครั้งที่เขากรีดร้องจากความพ่ายแพ้
กี่ครั้งที่เขาต้องรับเขี้ยวคมความเศร้าเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ
กี่ครั้งที่เขาต้องประคองกอดตัวเองไม่ให้พังทลายทั้งที่ร่วงหล่นมาไม่นาน
พื้นผิวบนร่างกายถูกปะชุนด้วยด้ายล่องหนอย่างลวกๆ
ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางเห็นความแหว่งวิ่นราวชิ้นเนื้อเดินได้นี้


แต่ดวงจันทร์เห็น...
แต่ดวงจันทร์ไม่มีอยู่สำหรับเขา
ในคืนนี้ ณ ขณะนี้ เพียงปล่อยให้ตัวตนถูกกัดกิน


เขาผลิยิ้ม แสนเศร้า เคล้าน้ำตาปนน้ำเหลือง
รสชาติน้ำหนองจากหัวใจผุกร่อน ยังคงฝาดฝืนขื่นขมเช่นเคย .
SHARE
Writer
Cheloline
nymph of cactuses
just an ordinary girl with short hair

Comments