เราจะเก่งขึ้นได้ยังไง
หลักการทั่วไปของชีวิต
“ถ้าเราฝึกฝนสิ่งใดก็ตาม
เราจะเก่งในสิ่งนั้นมากขึ้นเสมอ”

วันนี้เราจะเล่าเรื่องการฝึกๆเลิกๆ จนสุดท้ายก็ได้บทเรียนล้ำค่ามา..

ถ้าสมมติเราใช้ช่วงอายุ 15 ปี
ฝึกกีต้าร์ทุกวัน เล่นบาสเกตบอลทุกวัน
หรือวาดรูปมุกตลกๆทุกวัน
ตอนนี้ก็คงจะดีดกีต้าร์ได้ไพเพราะ
ชูตบาสได้แม่นมาก
หรืออาจวาดรูปมุกตลกได้เจ๋งไปแล้ว

แต่เราไม่ได้เลือกอะไรเจาะจงขนาดนั้น
กีต้าร์เราก็หัดเล่นงูๆปลาๆ ไม่ได้ฝึกอะไรทุกวัน เพราะตอนนั้นคิดว่าจะฝึกไว้เล่นขำๆ
แต่คนที่เล่นกีต้าร์จะรู้ดีว่า
ตอนเพิ่งเริ่มฝึกใหม่ๆ 3 เดือนแรก
จะเป็นช่วงวัดใจเลย ใครเลิกก็เลิกเล่นช่วงนี้แหละ

(ซึ่งเราก็เลิกช่วงนี้เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆ)
คุณจะต้องเจ็บนิ้วมือด้านซ้ายมากๆ
เพราะยังไม่รู้แรงกดที่เหมาะสม
คุณก็เลยต้องกดไปให้สุดแรง เพื่อให้เสียงไม่บอด

“เลิกเล่นกีต้าร์ตอน 3 เดือนแรก”
แต่เรากลับมาเล่นใหม่อย่างจริงจังตอนอายุ 22 ปี
ฝึกจนได้พื้นฐานแล้วก็เลิกจริงจังกับมัน
แต่หันมาเล่นเพื่อความบันเทิงแทน

อีกอย่างนึง..
เราเป็นพวกเห็นกีต้าร์ที่ไหนแล้วอยากเล่น
แต่ปัญหาคือเราเล่นไม่เก่ง เล่นไปก็อายเขา ฮ่าๆๆ
(เพราะเราฝึกมาน้อยเกินไป)
แต่ทุกครั้งที่เห็นกีต้าร์
ในใจมันจะร้องบอกเราเสมอว่า...
“ถ้าเรามีฝีมือเล่นกีต้าร์ตัวนี้ได้เก่งมันคงจะดีนะ
แต่ก็ยังไม่เคยทำตามที่ใจเรียกร้องเลยสักครั้ง...”

ต่อไป..บาสเกตบอล อันนี้เราชอบมาก
เราเล่นทุกวันจริงๆ ประมาณ 6 ปี ไปตั้งแต่ 5 โมง กลับ 1 ทุ่ม แต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการนั่งรอคิว ฮ่าๆๆ จำได้ว่า“ซ้อมหนักมาก เพราะอยากเก่ง ไม่อยากเป็นตัวถ่วงทีม”
เราเคยซ้อมชูตลูกโทษวันละ 1,000 ลูก
เคยซ้อมชูต 3 แต้ม วันละ 1,000 ลูก
ฝึกเลี้ยงลูกทั้งวัน
และฝึกการเลี้ยงลูกเข้าทำแต้มนิดหน่อย

เราจึงชูตแม่นมาก..เพราะเราซ้อมชูตมากกว่าอย่างอื่น ถึงห่างหายไปนาน กลับมาซ้อมนิดหน่อยให้เข้าที่เราก็ยังแม่นอยู่

“จริงๆเราอาจจะเหมือนโรนิน”
ทุกอย่างที่ฝึก เราค้นเอง หาเอง ฝึกเอง
เพราะสมัยนั้นมี Youtube ให้เราค้นและเลียนแบบ แต่กีต้าร์เราพยายามฝึกเองละ ไม่ไหวจริงๆ
ด้วยความที่มันมีความซับซ้อนมากกก
จึงต้องหาอาจารย์มาช่วยฝึกวิชาให้
ฝึกไปได้สักพัก แล้วก็นั่นแหละ “สุดท้ายเราก็เลิก”แต่เรารู้สึกโอเคนะ เพราะอย่างน้อยเราก็เคยบ้า ทุ่มเทให้กับบางสิ่งจนนานพอที่จะทำสิ่งนั้นได้บ้าง
อย่างน้อยเราเล่นกีต้าร์ได้,ชูตบาสแม่นอยู่ เพราะซ้อมหนักจนกล้ามเนื้อมันชินไปแล้ว
บทเรียนในเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่า...
“หัวใจสำคัญมันอยู่ตรงนี้”
การฝึกฝน + เวลา = ปริมาณความเก่ง

ความเก่งของคุณในเรื่องนั้นๆ
มันขึ้นอยู่กับความนาน
และความเข้มข้นในการฝึกฝนนั่นเอง

1.เราบ้ากับสิ่งนั้นนานแค่ไหน
(ถ้าฝึกทุกวันนาน 10 ปี
คุณจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นได้ไง)

มีคุณยายวัย 90 ปี ชื่อวินิเฟรด เล่าว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเธอเพิ่งเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ยุคเมโสโปเตเมีย แล้วก็พบว่าตัวเองหลงใหลมัน จนตอนนี้เธอรู้จักนักวิชาการและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์หลายคน และทุกครั้งที่มีคำถามเกี่ยวกับยุคเมโสโตเตเมียจะต้องนึกถึงวินิเฟรด เพราะเธอกลายเป็นผู้รู้ไปแล้ว “เธอเริ่มศึกษาตอนอายุ 80 ปี จึงไม่มีคำว่าสายสำหรับการฝึกฝนเรียนรู้

2.ในวันที่เราไม่อยากทำ เรายังทำมันอยู่ไหม?
ยิ่งอยู่กับสิ่งไหนนาน เราจะเก่งในสิ่งนั้นมากขึ้น

มันไม่สนหรอกว่า วันนั้นคุณจะอยากทำไหม
แต่มันสนแค่ว่า คุณยังฝึกอยู่หรือเปล่า?


อยากชวนให้คุณลองค้นหาว่า
ใจคุณกำลังร้องขอให้คุณทำสิ่งใด
“คุณจะลงมือทำเมื่อไหร่ก็ได้”

แต่เราเริ่มแล้ว..
“การเขียนให้เก่งคือเป้าหมายต่อไปของเรา”Practice + Times = Successful







SHARE
Writer
LOOKPAT_diary
เป็นทุกอย่าง
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์

Comments